“ถ้าเจ้าคิดว่าคำขู่โง่ๆ นั่นจะทำให้ข้าหวาดกลัวจนสั่นประสาทได้ เจ้าก็ประเมินค่าของ ‘หลินอวี้ซิน’ คนนี้ต่ำเกินไปแล้ว หลี่ชุ่ยเฟิน”
ข้าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินหลังโรงครัว เสียงของข้าเรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลม ทว่าสายตาที่จ้องมองไปยังเงาร่างที่กำลังถอยหนีไปในความมืดนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ข้าไม่ได้ไล่ตาม ไม่จำเป็นเลยสักนิด... เพราะในโลกของข้า หากสุนัขตัวหนึ่งเห่าหอนด้วยความริษยา การไล่เตะมันมีแต่จะทำให้รองเท้าของข้าเปื้อนเปล่าๆ
ความลับที่นางขู่ขวัญนั่นน่ะหรือ? สำหรับข้า มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่ข้าแทบจะลืมเลือนไปแล้วหลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการโหยหาความก้าวหน้าแต่กลับไร้ซึ่งความเมตตานี้ ข้าหันหลังกลับ สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความชื้นของดินและพืชพรรณจากป่าหลังบ้านโชยมาแตะจมูก มันเป็นสัญญาณที่เตือนข้าว่ามิติวิเศษในจิตวิญญาณของข้ากำลังเรียกร้อง... สมุนไพรหายากที่ข้าต้องการเพื่อปรุงยารักษาอาการอ่อนแอของร่างนี้กำลังรอคอยอยู่
ข้าก้าวเท้าเข้าสู่ป่าลึกในยามพลบค่ำ แสงสีส้มจางๆ ของตะวันตกดินสาดส่องผ่านหมู่แมกไม้ ร่างกายของข้าเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว แตกต่างจาก ‘หลินอวี้ซิน’ คนเดิมที่อ่อนแอและขลาดเขลา ทันใดนั้น กลิ่นคาวเลือดที่ผสมปนเปมากับกลิ่นสาบของใบไม้แห้งก็ลอยมาปะทะจมูกของข้า กลิ่นนี้... กลิ่นเลือดที่เข้มข้นจนผิดปกติ
ข้าหยุดฝีเท้าทันที สัญชาตญาณแพทย์อัจฉริยะที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดตื่นตัวอย่างรุนแรง ข้าไม่ได้ตื่นตระหนก แต่ข้าเลือกที่จะย่อตัวลงต่ำ ใช้พุ่มไม้หนาบังร่างพลางกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางรากไม้ใหญ่ที่ทอดตัวเหมือนงูยักษ์ มีร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่
เขาเป็นชายหนุ่ม ร่างกายกำยำทว่าเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เสื้อผ้าชุดทหารสีเขียวขี้ม้าถูกฉีกขาดและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีเข้ม ข้าขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่มีเสียง ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดินเป็นไปอย่างแม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงกิ่งไม้แห้ง เมื่อถึงตัวเขา ข้าก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายชายผู้นี้ เขาไม่ได้เพียงแค่บาดเจ็บ... เขากำลังจะตาย
"อย่าเข้ามา..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นขัดจังหวะ ข้าชะงัก สายตาคมกริบของเขาเปิดขึ้นเพียงครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นดุดันและเย็นชา แม้ในยามที่ลมหายใจรวยริน เขาก็ยังพยายามยกมือขึ้นกุมมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว
ข้าไม่ได้ถอยกลับ แต่กลับนั่งลงข้างๆ เขาอย่างใจเย็น มือเรียวบางของข้าเลื่อนไปวางบนข้อมือของเขาเพื่อตรวจชีพจรทันที "หุบปากซะ ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่จนถึงวันพรุ่งนี้ เลือดของเจ้าสูญเสียมากเกินไป หากข้าไม่ห้ามเลือดให้เจ้าในตอนนี้ อีกไม่เกินครึ่งชั่วยามเจ้าก็คงได้ไปคุยกับท่านยมทูตแล้ว"
เขาขมวดคิ้วแน่น กัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "เจ้าเป็นใคร... คนของพวกนั้นงั้นรึ?"
"คนของพวกนั้น?" ข้าแค่นหัวเราะในลำคอ พลางหยิบเข็มเงินที่ข้าแอบเตรียมไว้ในมิติออกมาอย่างแนบเนียนภายใต้ชายเสื้อที่บดบังสายตา "ถ้าข้าเป็นคนของพวกนั้น ข้าคงไม่ต้องเสียเวลามาทำแผลให้เจ้าในที่มืดๆ แบบนี้หรอก ข้าเป็นเพียงหมอ... และเจ้าคือคนไข้ที่กำลังทำให้ข้าเสียเวลาพักผ่อน"
ข้ากดจุดสำคัญเพื่อหยุดเลือดทันที ความแม่นยำของข้าทำเอาชายหนุ่มที่กำลังจะหมดสติชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่มองมาที่ข้าเริ่มเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความประหลาดใจ ข้าไม่รอช้า ใช้จังหวะที่เขาสับสนจัดการถอดเสื้อส่วนที่ขาดออกเพื่อเปิดแผล ข้าพบรอยกระสุนที่เฉี่ยวผ่านสีข้างและแผลฉกรรจ์จากของมีคมที่แผ่นหลัง... นี่ไม่ใช่บาดแผลธรรมดา แต่มันคือร่องรอยของการไล่ล่าที่รุนแรง
ข้าหยิบโอสถทิพย์ที่สกัดจากสมุนไพรในมิติวิเศษออกมา มันเป็นผงสีขาวนวลที่มีกลิ่นหอมจางๆ ข้าโรยมันลงบนแผลของเขาอย่างเบามือ ในพริบตาที่ผงยานั้นสัมผัสเนื้อเยื่อ ความร้อนวูบวาบก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณนั้น เลือดที่เคยไหลซึมหยุดลงทันทีราวกับมีเวทมนตร์
เขาหอบหายใจถี่ด้วยความเจ็บปวดแต่นัยน์ตากลับเบิกกว้าง "นี่มันยาอะไร... เจ้า..."
"อย่าถามมาก" ข้าตอบเสียงเย็นพลางจัดเสื้อให้เขาใหม่ "คืนนี้เจ้าต้องพักอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะทำที่บังไว้ให้ พรุ่งนี้ค่อยหาทางเคลื่อนย้ายเจ้าไปที่ปลอดภัย... บอกข้ามา เจ้าชื่ออะไร และทำไมถึงมาตกอยู่ในสภาพนี้ได้"
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงลง "โจวเย่เฟิง... ข้าถูกตามล่าเพราะข้าไปรู้ในสิ่งที่พวกคนเบื้องบนไม่อยากให้รู้"
ชื่อนี้ทำให้ข้าชะงักไปชั่วขณะ โจวเย่เฟิง... เขาคือทหารที่มักจะถูกกล่าวขวัญถึงในความเย็นชาและความสามารถที่เกินตัวในกรมทหารเขตนี้ ข้าจ้องมองใบหน้าที่แม้จะเปื้อนคราบเลือดแต่ก็ยังดูหล่อเหลาและดุดันนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ หากข้าช่วยเขาไว้ ข้าก็เท่ากับเอาตัวเข้าแลกกับความเสี่ยงอันตรายที่อาจย้อนกลับมาทำลายข้า แต่ในสายตาของหมอ ไม่มีคำว่า ‘คนของใคร’ มีเพียง ‘ชีวิตที่ต้องรักษา’ เท่านั้น
ข้าลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินไปเก็บกิ่งไม้มาทำที่บังลมให้เขา ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะมากกว่าหนึ่งคู่ก็ดังขึ้นจากทิศทางหมู่บ้าน ปลายทางของเสียงนั้นมุ่งตรงมายังจุดที่ข้าและเขานอนอยู่
โจวเย่เฟิงเบิกตากว้าง พยายามยันกายลุกขึ้น "หนีไป... พวกมันมาแล้ว!"
ข้าหันไปมองทิศทางเสียง ความมืดในป่าเริ่มถูกคุกคามด้วยแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องสว่างขึ้นทีละดวงๆ เสียงพูดคุยที่คุ้นหูของหลี่ชุ่ยเฟินดังก้องมาตามลม "ข้าเห็นมันเดินเข้ามาในป่านี้นี่เอง! พวกเจ้าเร่งมือหน่อย ถ้าจับ ‘นังปีศาจ’ นี่ได้ว่าแอบซ่อนคนร้ายไว้ ชีวิตมันก็จบสิ้นแล้ว!"
หัวใจของข้าเต้นเป็นจังหวะปกติ แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มอย่างเย็นชา... ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะเห็นความลับของข้านัก ข้าก็จะแสดงให้เห็นว่าการเล่นงานหมอที่มีสมุนไพรทิพย์ในมือ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
ข้าหันไปมองโจวเย่เฟิงที่กำลังจะล้มลง ข้าคว้าตัวเขาไว้แน่นแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น "เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้พักผ่อนกันแล้วล่ะ เพราะข้าไม่ได้ตั้งใจจะหนี แต่ข้าตั้งใจจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การรบกวนเวลาทำแผลคนไข้ของข้านั้น ต้องแลกด้วยอะไร"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับอวี้ซินนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของนางค่ะ!
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 4
พบเจอกับชายลึกลับ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!