“ความลับที่ตายไปพร้อมกัน... ดูเหมือนท่านจะประเมินค่าชีวิตของข้าต่ำเกินไปเสียแล้วนะคะ”
หลินอวี้ซินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโรงเก็บฟืนร้าง กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในอากาศไม่ได้ทำให้ดวงตาเรียวคมของเธอหวั่นไหวแม้แต่น้อย ปลายกระบอกปืนของชายฉกรรจ์ที่หลี่ชุ่ยเฟินจ้างมาจ่ออยู่ที่ขมับของเธอ ทว่าอวี้ซินกลับยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ความเยือกเย็นนี้ไม่ใช่ความกล้าบ้าบิ่น แต่เป็นความมั่นใจของคนที่กุมไพ่ตายไว้ในมือ
“หมออวี้ซิน อย่าได้พูดมากเลย! สั่งลาเสียเถิด พวกข้ามีหน้าที่เพียงทำให้พวกเจ้าหายไปจากหมู่บ้านนี้”
ท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความมืดภายนอก โจวเย่เฟิงพุ่งตัวเข้ามาดั่งพยัคฆ์ร้าย เขาไม่รอช้าที่จะสะบัดมือจัดการกับผู้บุกรุกด้วยท่วงท่าที่รวดเร็วและเด็ดขาด ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้งพร้อมกับเสียงหอบหายใจของคนร้ายที่ทรุดลงกองกับพื้น
ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดนั้น ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่... ‘แม่ของโจวเย่เฟิง’ นางไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือนางถือจดหมายลับที่หลี่ชุ่ยเฟินตั้งใจใช้ป้ายสีอวี้ซิน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยต่อตัว ‘ว่าที่ลูกสะใภ้’ คนนี้ บัดนี้กลับสั่นไหวและเต็มไปด้วยความซับซ้อน
“เจ้าช่วยชีวิตลูกชายข้าไว้... แถมยังช่วยรักษาโรคเรื้อรังที่ข้าปิดบังมานานให้หายเป็นปลิดทิ้ง” แม่ของเย่เฟิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใครและทำเพื่ออะไรมาตลอด อวี้ซิน... ข้าขอโทษที่เคยดูแคลนเจ้า”
อวี้ซินลดมือที่ซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษในแขนเสื้อลง เธอคลี่ยิ้มบางที่แฝงไปด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก การยอมรับจากผู้หญิงที่รักลูกชายสุดหัวใจอย่างนาง คือด่านที่ยากที่สุดที่อวี้ซินต้องฝ่าฟันมาตลอดหลายเดือนนี้
“ข้าไม่เคยถือโทษท่านค่ะแม่” อวี้ซินตอบด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวล ทว่านัยน์ตากลับทอประกายคมกริบเมื่อหันไปมองร่างของหลี่ชุ่ยเฟินที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ “คนเราย่อมต้องปกป้องสิ่งที่ตนเองรัก แต่การใช้วิธีสกปรกเพื่อทำลายผู้อื่น... นั่นคือสิ่งที่ข้าไม่อาจให้อภัยได้”
เย่เฟิงขยับเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างอวี้ซินราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย สายตาของเขาจับจ้องไปยังจุดที่หลี่ชุ่ยเฟินซ่อนตัวอยู่ด้วยแววตาที่น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ ราวกับพายุที่กำลังจะก่อตัวขึ้น
“วันนี้พวกท่านโชคดีที่ข้าไม่อยากให้มือเปื้อนเลือดในคืนที่เป็นมงคลนี้” เย่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน “แต่จงจำไว้... ใครก็ตามที่คิดจะแตะต้องนาง ผู้นั้นเท่ากับขุดหลุมฝังศพให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว”
ในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ทันใดนั้น แสงไฟฉายจากกองตรวจการของหมู่บ้านก็สาดส่องเข้ามาทางนี้พร้อมเสียงตะโกนดังกึกก้อง แต่ไม่ใช่เสียงของทางการทั่วไป... มันคือเสียงของ ‘ชายแปลกหน้า’ ที่ดูน่าเกรงขามในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูงที่ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้เคยเห็นมาก่อน
ชายผู้นั้นเดินตรงมาที่อวี้ซิน สายตาของเขามองผ่านเย่เฟิงไปราวกับมองผ่านอากาศธาตุ ก่อนจะโค้งคำนับให้เธออย่างนอบน้อมที่สุด “หมออวี้ซิน... ในที่สุดข้าก็พบท่านเสียที สมเด็จท่านทรงรอการกลับไปของท่านอยู่ครับ... ท่านจำได้หรือไม่ว่าตัวจริงของท่านคือใครกันแน่?”
ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ เย่เฟิงชะงักไปพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ส่วนอวี้ซิน... รอยยิ้มของเธอก็เลือนหายไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อเมืองหลวงที่ถูกเอ่ยถึง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอวี้ซินมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาร่วมลุ้นความลับที่ถูกเปิดเผยในตอนหน้าไปพร้อมกันนะคะ
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 35
การตอบแทนจากใจ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!