“หยุดเดี๋ยวนี้! ใครอนุญาตให้พวกคุณเข้ามารื้อค้นร้านของฉัน!”
เสียงตวาดของหลินอวี้ซินดังก้องไปทั่วร้านขายยาสมุนไพร มือเรียวบางที่เคยประคองเข็มเงินรักษาคนไข้ บัดนี้กำแน่นจนสั่นสะท้าน เธอเบี่ยงตัวขวางกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดกากีที่กำลังเทถุงสมุนไพรราคาแพงลงบนพื้นอย่างไม่ยี่หระ รอบกายของพวกเขาเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มุงดูด้วยความตื่นตระหนก ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความสะใจของ 'หลี่ชุ่ยเฟิน' ซึ่งยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“ยาปลอม! ทุกคนดูนี่สิ! ยาสมุนไพรของนังหมอคนนี้มีแต่กากพืชเน่าๆ ย้อมสี!” หลี่ชุ่ยเฟินตะโกนแทรกขึ้นมา เสียงของนางแหลมสูงจนน่ารำคาญ “ข้าเตือนพวกท่านแล้วว่าคนจากเมืองหลวงที่ไร้ที่มาที่ไปแบบนี้เชื่อถือไม่ได้! น้าสาวของข้ากินยาของมันไปเมื่อวาน วันนี้ถึงได้อาเจียนเป็นเลือด!”
อวี้ซินสูดลมหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอไม่ได้โกรธที่ถูกใส่ร้าย แต่เธอโกรธที่วิชาชีพแพทย์อันสูงส่งถูกนำมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างกันเช่นนี้ เธอจ้องมองชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งกำลังถือถุงบรรจุ 'ยาบำรุงหัวใจ' ที่นางเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อคืน
“คุณบอกว่ายาของฉันเป็นยาปลอม...” อวี้ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนผู้คนรอบข้างเงียบกริบ “งั้นรบกวนช่วยหยิบตัวยาในถุงนั้นขึ้นมาดูทีสิว่า เนื้อในเป็นอย่างไร หากคุณพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นของปลอม การที่คุณบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของฉันวันนี้ มีโทษจำคุกหนักกว่าที่คุณคิดนะคะ”
ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับหลี่ชุ่ยเฟินอย่างลนลาน ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ยาปลอมก็คือยาปลอม! ไม่ต้องพิสูจน์หรอก คนที่นี่เขารู้กันทั้งบางว่าเจ้าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ!”
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมมืดหลังร้าน โจวเย่เฟิงก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่ราบเรียบดุจผิวน้ำที่สงบนิ่ง แต่แววตาของเขานั้นดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เดินเข้าไปประชิดตัวหัวหน้ากลุ่มคนนั้น แล้วบีบข้อมืออีกฝ่ายจนถุงยาหลุดจากมือ
“คนจากเมืองหลวงงั้นหรือ?” เย่เฟิงแค่นยิ้ม แววตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มตัวสั่น “ใครจ้างมาไม่สำคัญ แต่ถ้าคิดจะเล่นงานคนของฉัน... ก็ต้องเตรียมตัวรับผลที่ตามมาให้ดี”
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความวุ่นวายเป็นความกดดันอย่างถึงขีดสุด อวี้ซินเหลือบมองเย่เฟิงที่ยืนหยัดอยู่ข้างกาย ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว ทว่าทันใดนั้น หญิงชราคนหนึ่งที่หลี่ชุ่ยเฟินอ้างว่าเป็นคนไข้ที่ได้รับผลกระทบ ก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน
นางบิดตัวไปมาพลางกระอักเลือดสีคล้ำออกมาจนเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ฝูงชนเริ่มฮือฮาและตะโกนสาปแช่งอวี้ซินหนักกว่าเดิม
“ฆาตกร! แกวางยาคนแก่!” หลี่ชุ่ยเฟินชี้หน้าอวี้ซิน มือของนางสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นที่แผนการดำเนินไปได้สวย
อวี้ซินรีบปราดเข้าไปหมายจะช่วยตรวจชีพจร ทว่าเย่เฟิงกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่น เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทำให้อวี้ซินตัวแข็งทื่อ
“อย่าเข้าไปใกล้... กลิ่นเลือดนั่นไม่ใช่เลือดของคน แต่เป็นยาพิษหมื่นพิฆาตจากตำหนักในเมืองหลวงที่เจ้าเคยหนีมา... ดูที่คอของนางสิอวี้ซิน มีรอยสักรูปดอกบัวโลหิต”
หัวใจของอวี้ซินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันใดนั้นหญิงชราที่แกล้งตายก็ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแววของความเจ็บปวด แต่กลับแฝงไปด้วยประกายของความคมกริบแบบนักฆ่าอาชีพ นางชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อหมายจะปักเข้าที่กลางอกของอวี้ซินในระยะประชิด!
ท่ามกลางวินาทีแห่งความเป็นความตายที่ทุกคนคาดไม่ถึง ประตูหน้าร้านก็ถูกถีบพังเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบทหารที่อวี้ซินไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหลี่ชุ่ยเฟิน แล้วคว้าตัวนางไว้พลางประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“จับกุมตัวผู้ต้องหาข้อหาพยายามฆ่าและลักลอบนำเข้าสารพิษต้องห้ามจากเมืองหลวง... ส่วนหมอหลินอวี้ซิน ทางเราได้รับคำสั่งด่วนที่สุดให้พาตัวท่านกลับเข้าวังหลวงเพื่อถวายการรักษาพระอาการประชวรของฮ่องเต้ เดี๋ยวนี้!”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของอวี้ซินมาจนถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 36
การโจมตีจากคู่แข่งทางการค้า
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!