“ถอยออกไปให้ห่างจากประตูเสีย โจวเย่เฟิง... เรื่องของข้า ข้าจัดการเองได้”
หลินอวี้ซินไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เสียงที่เอ่ยออกไปนั้นนิ่งสนิทดุจผิวน้ำในคืนไร้ลม มือเรียวบางที่เพิ่งหยิบเข็มเงินออกมาจากกระเป๋าผ้ากำมะหยี่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกระแสพลังปราณที่อัดอั้นอยู่ในร่างกายจากมิติวิเศษกำลังเดือดพล่าน ร่างเงาของชายฉกรรจ์สามคนปะทะกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างไม้เก่าๆ พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อสังหาร
“อวี้ซิน ฟังข้า... ครั้งนี้ไม่ใช่พวกอันธพาลหน้าโง่ในหมู่บ้าน แต่เป็นพวกมืออาชีพที่ได้รับคำสั่งโดยตรงจาก ‘เบื้องบน’ ถ้าเจ้าพลาดเพียงนิดเดียว ชีวิตเจ้าจะถูกตัดขาดจากโลกนี้”
โจวเย่เฟิงขยับเข้ามาใกล้จนอวี้ซินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเย็นเยียบของเหล็กกล้าและกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่เขาแอบหยิบยืมจากนางไปรักษาแผลเมื่อคราวก่อน เขาไม่ได้ขยับหนีตามคำสั่ง แต่วางมือหนาลงบนไหล่ของนางอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง ความร้อนจากฝ่ามือเขาส่งผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบเข้ามาปลอบประโลมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของนาง
“ข้าไม่เคยบอกเจ้า... ว่าเหตุผลที่ข้าปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านนี้มาตลอดหนึ่งปี ไม่ใช่เพราะคำสั่งของหน่วยงานความมั่นคงเพียงอย่างเดียว”
ชายหนุ่มกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ในขณะที่ชายชุดดำคนแรกพังประตูไม้เข้ามาพร้อมกับมีดพายที่สะท้อนแสงจันทร์วาววับ โจวเย่เฟิงก็ขยับตัวราวกับพยัคฆ์ร้าย เขาผลักอวี้ซินไปด้านหลังอย่างทะนุถนอม ก่อนจะคว้าด้ามเหล็กที่เตรียมไว้ขึ้นมารับคมมีดด้วยท่าทางดุดัน
อวี้ซินตระหนักได้ทันทีว่าชายที่นางมองว่าเย็นชาและลึกลับคนนี้ แท้จริงแล้วกำลังเอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อปกป้อง ‘จังหวะชีวิต’ ของนางมาโดยตลอด สายตาของเขาที่เหลือบมองมาขณะต่อสู้ช่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอาวรณ์
“ข้าปกป้องภารกิจไม่ได้น่าเสียดายเท่ากับการที่ต้องเสียเจ้าไป อวี้ซิน... ข้าอาจจะเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ในคืนที่พวกมันจะพรากทุกอย่างไป ข้าขอบอกไว้ตรงนี้ว่า เจ้าคือความหมายเดียวของหนึ่งปีที่ข้าเฝ้ารอ!”
เขาสะบัดเท้าเตะชายชุดดำจนกระเด็นไปกระแทกกับกองฟืน ก่อนจะหันมาประสานสายตากับนางเพียงเสี้ยววินาที แววตาคมกริบของทหารหนุ่มบัดนี้กลายเป็นแววตาของชายผู้ยอมแลกแม้กระทั่งวิญญาณเพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว
“เจ้าบ้าหรือเปล่า!” อวี้ซินตะโกน แต่ในใจกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางไม่รีรอที่จะคว้าถุงสมุนไพรที่เตรียมไว้ มือหนึ่งซัดเข็มเงินอาบยาชาสกัดจุดชายชุดดำที่กำลังพุ่งเข้ามาจากมุมมืด อีกมือหนึ่งหยิบเอา ‘ผงโอสถสลายพละกำลัง’ ที่นางเคี่ยวกรำในมิติวิเศษขึ้นมาเตรียมไว้
ความโกลาหลในห้องพักแคบๆ เต็มไปด้วยเสียงการปะทะและเสียงหอบหายใจ โจวเย่เฟิงรับภาระหนักที่สุด เขาโดนคมมีดบาดเข้าที่หัวไหล่ เลือดสีแดงสดซึมออกมาเปื้อนเสื้อทหารสีเขียวขี้ม้า แต่เขากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ยังคงยืนหยัดขวางหน้าอวี้ซินไว้ดุจกำแพงเหล็ก
“ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันแตะต้องแม้แต่ปลายผมของเจ้า แม้จะต้องพลิกแผ่นดินเผาทำลายหมู่บ้านนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!” เขาคำราม ก่อนจะกระชากคอเสื้อศัตรูแล้วเหวี่ยงออกไปนอกหน้าต่าง
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง อวี้ซินกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ ที่ปลายเท้าของชายชุดดำที่นอนสลบอยู่ มีจดหมายฉบับหนึ่งตกออกมา ตราประทับบนจดหมายนั้น... เป็นตราสัญลักษณ์ของตระกูลที่นางพยายามหนีมาตลอดการทะลุมิติครั้งนี้
นางก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะคลี่ออกอ่านเพียงบรรทัดเดียว... ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง
“เย่เฟิง... หยุดก่อน!” อวี้ซินร้องเตือน แต่สายเกินไป
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนหลังคาเหนือบ้านพักของนาง คนผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็ก ประกายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความอำมหิตขณะง้างหน้าไม้เล็งมาที่โจวเย่เฟิง ซึ่งในขณะนี้กำลังหันหลังให้หน้าต่างโดยไม่ทันระวังตัว
“ระวัง!” อวี้ซินพุ่งตัวเข้าไปหมายจะผลักเขาให้พ้นวิถีศร แต่ทว่า ในวินาทีที่นางจะถึงตัวเขา ปลายลูกศรอาบยาพิษสีม่วงคล้ำก็พุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาหน้าอกของโจวเย่เฟิงอย่างแม่นยำ
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าเจ้าคนเดียว...” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากชายสวมหน้ากากที่ยืนตระหง่านอยู่บนกรอบหน้าต่าง “แต่ข้ามาเพื่อพา ‘ว่าที่เจ้าสาว’ ของตระกูลกลับไป... พร้อมกับศพของชายโฉดที่บังอาจแตะต้องสมบัติของตระกูลหลิน”
โจวเย่เฟิงกระตุกร่างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกศรปักเข้าที่ไหล่ขวา เขาเซถลาถอยหลังมาชนร่างของอวี้ซิน เลือดสีดำเริ่มไหลซึมออกมาจากปากแผลที่ถูกลูกศรอาบพิษร้ายแรง นางรีบประคองเขาไว้แน่น กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ในขณะที่ชายสวมหน้ากากค่อยๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไม่เห็นภายใต้หน้ากากนั้น
“เลือกเอาเถิดอวี้ซิน... จะยอมกลับไปกับข้าดีๆ หรือจะให้ข้าสังหารคนรักของเจ้าต่อหน้าต่อตา แล้วค่อยหิ้วร่างเจ้ากลับไปให้ท่านผู้นำตัดสินโทษฐานหนีทัพ?”
อวี้ซินมองใบหน้าของโจวเย่เฟิงที่เริ่มซีดเผือดเพราะพิษ นางรู้ดีว่าหากนางทำอะไรไม่ถูกในวินาทีนี้ ทั้งเขาและนางจะไม่มีวันได้เห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้อีกต่อไป มือของนางที่ถือเข็มเงินแน่นสั่นระริก แต่นัยน์ตาของนางกลับฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเด็ดขาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนุ่มนวลเสมอมา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอวี้ซินและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของพวกเขาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 32
ของขวัญครบรอบหนึ่งปี
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!