“ดูเหมือนว่าความลับของเจ้าจะยาวไปหน่อยนะ... แม่หมออวี้”
คำพูดของโจวเย่เฟิงยังคงดังก้องอยู่ในมิติสมองของข้า ทว่าสายตาที่เขามองมากลับไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดระแวงอย่างที่ข้าคาดการณ์ไว้ ในห้องทำงานส่วนตัวของสถานีอนามัยประจำคอมมูน บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า ข้าวางบันทึกการรักษาในมือลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะประสานมือเข้าหากันอย่างใจเย็น
“ความลับก็คือความลับค่ะคุณโจว หากข้าเปิดเผยออกไปจนหมดสิ้น ท่านคิดว่าข้าจะยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรักษาชาวบ้านที่นี่ได้อย่างปลอดภัยหรือคะ?” ข้าเงยหน้าสบตาเขานิ่ง ดวงตาคู่คมของนายทหารหนุ่มมีแววซับซ้อนเกินกว่าที่คนธรรมดาจะอ่านออก
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายความเย็นเยียบของป่าเขาและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันปืนกระจายเข้าสู่โสตประสาท เขาไม่ได้พยายามข่มขู่ แต่เขากำลัง 'กดดัน' ให้ข้าเผยไพ่ใบที่เหลืออยู่
“หลี่ชุ่ยเฟินกำลังรวบรวมหลักฐานเรื่องสมุนไพรแปลกๆ ที่เจ้าใช้รักษาชาวบ้าน นางไปเป่าหูพวกกรรมการคอมมูนว่าเจ้าลักลอบค้าของเถื่อน” โจวเย่เฟิงเอ่ยเบาๆ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ “นางไม่รู้หรอกว่าเจ้าเป็นใคร แต่การที่นางจ้องเล่นงานเจ้าในยามที่คนจากสำนักงานสาธารณสุขระดับมณฑลกำลังจะลงมาตรวจสอบ... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
ข้ายกยิ้มที่มุมปาก “นางก็ทำได้เพียงเห่าหอนไปตามประสาคนอิจฉา แต่สิ่งที่ท่านพูดถึง... การตรวจสอบจากมณฑลหรือคะ?”
“ไม่ใช่แค่การตรวจสอบธรรมดา” เขาเว้นจังหวะ สายตาเหลือบมองไปที่หน้าต่างที่ปิดสนิท “พวกเขาต้องการคัดเลือกหมอชนบทที่มีศักยภาพสูงเพื่อเข้าสอบใบประกอบโรคศิลปะระดับพิเศษ นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้สถานะของเจ้าในยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้มีความมั่นคง และเป็นเกราะป้องกันชั้นดีจากพวกคนพาลทั้งหลาย”
ข้าเข้าใจในทันที สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อคือ ‘เกราะคุ้มกันทางกฎหมาย’ ในยุค 70 การเป็นหมอที่มีใบรับรองระดับมณฑลเท่ากับการถืออาญาสิทธิ์ที่จะไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวข้าได้โดยง่าย แต่มันก็แลกมาด้วยการต้องเปิดเผย ‘ความสามารถ’ บางอย่างที่มากกว่าคนปกติ
“ท่านรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ?”
“นานพอที่จะรู้ว่า เจ้าไม่ได้รักษาแค่โรค แต่เจ้ากำลังเปลี่ยนชีวิตคน” เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างลดน้อยลงเหลือเพียงลมหายใจ “ข้าจะคอยกันทางให้เจ้า แต่จำไว้ว่าเมื่อก้าวเข้าสู่สนามสอบนั้น... เจ้าจะไม่มีวันกลับไปเป็นแค่แม่หมอประจำหมู่บ้านธรรมดาๆ ได้อีก”
ระหว่างที่เรากำลังสนทนากัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและขาดจังหวะ ข้าชำเลืองมองโจวเย่เฟิง เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะถอยไปยืนอยู่ในมุมมืดของห้องราวกับเงาที่มองไม่เห็น
“เปิดประตู! เราจากคณะกรรมการตรวจสุขภาพคอมมูนได้รับรายงานว่ามีการใช้สมุนไพรผิดประเภทในการรักษาชาวบ้าน ขอให้คุณหมอหลินอวี้ซินออกมาพบด้วย!” เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูของหลี่ชุ่ยเฟินดังแทรกขึ้นมาด้วยความสะใจ
ข้าสูดลมหายใจเข้าลึก จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีสุขุมที่สุด เมื่อประตูเปิดออก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของหลี่ชุ่ยเฟินก็ปรากฏขึ้น นางพยายามยืนประจันหน้ากับข้าอย่างถือดี ข้างหลังนางมีชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะยืนอยู่
“คุณหมอหลินอวี้ซิน ใช่หรือไม่?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นชา ข้าไม่ได้ตอบ แต่ผายมือเชิญเขาเข้ามาในห้อง “มีเรื่องสำคัญที่เราต้องคุยกับคุณ เกี่ยวกับการทดสอบทักษะทางการแพทย์ขั้นสูงที่คุณถูกเสนอชื่อให้เข้าร่วม”
หลี่ชุ่ยเฟินชะงัก สีหน้าของนางเปลี่ยนจากความมั่นใจกลายเป็นความตื่นตระหนก “คะ...คุณพูดว่าอะไรนะคะ? เสนอชื่อ? คนอย่างนังนี่เนี่ยนะที่จะได้รับเลือก?”
ข้าเหยียดยิ้มมองนาง สายตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง “ดูเหมือนว่าหลักฐานที่เจ้าเตรียมมาใส่ร้ายข้า จะกลายเป็น ‘หลักฐานความสำเร็จ’ ที่ทำให้พวกท่านต้องลำบากบุกมาถึงที่นี่เพื่อเชิญข้าไปสอบด้วยตัวเองนะคะ คุณชุ่ยเฟิน”
ชายวัยกลางคนวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าข้า มันคือเอกสารยืนยันสิทธิ์ในการเข้าสอบใบประกอบโรคศิลปะระดับมณฑล ทว่าในหน้าสุดท้ายของเอกสาร ข้ากลับพบชื่อ ‘ผู้สนับสนุนการสอบ’ ซึ่งไม่ใช่ชื่อของโรงพยาบาลในคอมมูน แต่มันเป็นชื่อของหน่วยงานทหารหน่วยหนึ่งที่ข้าคุ้นเคยดี
ข้าเงยหน้าขึ้นมองความว่างเปล่าในมุมมืดที่โจวเย่เฟิงเคยยืนอยู่ เขาหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆ และคำถามที่ข้าเพิ่งตระหนักได้
หากข้าก้าวเข้าไปในโลกของการสอบนั้น ข้าจะสามารถปกป้องความลับของ 'มิติวิเศษ' ที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณของข้าได้ตลอดรอดฝั่งจริงหรือ ในเมื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสอบครั้งนี้ ดูเหมือนจะจ้องมองมาที่ข้า... ด้วยสายตาที่ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าใคร
“ตกลงค่ะ ข้าจะเข้าร่วมการสอบนี้” ข้าเอ่ยตกลงอย่างมั่นคง แต่ในขณะที่ชายคนนั้นกำลังจะหยิบปากกามาให้ข้าเซ็นชื่อ เสียงกระซิบเบาๆ จากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ก็ทำให้ข้าต้องชะงักค้าง
“อย่าได้เซ็นชื่อนั้นด้วยหมึกสีดำ เพราะพวกมันไม่ได้ต้องการตัวเจ้าไปเป็นหมอ... พวกมันต้องการ 'โอสถ' ที่อยู่ในมือเจ้า”
ข้ามองไปที่ปากกาในมือชายวัยกลางคน หัวใจเต้นรัวด้วยจังหวะที่ไม่ปกติ นี่ไม่ใช่แค่การสอบ... นี่คือกับดักที่เดิมพันด้วยชีวิต!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของแม่หมออวี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 29
ได้รับตำแหน่งพิเศษ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!