เสียงประตูกระจกนิรภัยของห้องประชุมใหญ่ถูกผลักปิดลงด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย สะท้อนถึงอารมณ์กรุ่นโกรธที่เจ้าของร่างสูงโปร่งกำลังพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ แอร์เย็นฉ่ำของชั้นบนสุดแทบไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของรสาได้เลยแม้แต่น้อย ท่านประธานสาวก้าวฉับๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะประชุมกระจกยาวรี ก่อนจะหันขลับมาเผชิญหน้ากับคนที่สาวเท้าตามเข้ามาติดๆ
"ล็อคประตูค่ะ"
คำสั่งห้วนสั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง รินรดาที่เพิ่งก้าวพ้นขอบประตูชะงักไปนิด เธอปรายตามองบานประตูสลับกับใบหน้าคมคายที่ตอนนี้ตึงเครียดจนแทบจะเป็นเส้นตรง ก่อนจะแค่นั้นเสียงออกมาในลำคออย่างไม่เกรงกลัว
"ทำไมคะ? กลัวคนอื่นมาเห็นเราอยู่กันสองต่อสอง หรือว่ากลัวความจริงที่ท่านประธานผู้สูงส่งกำลังปิดบังอยู่กันแน่" รินรดาลอยหน้าลอยตาถาม เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใคร แม้ในใจลึกๆ จะแอบหวั่นไหวกับบรรยากาศกดดันรอบตัวก็ตาม
รสาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น3เหลี่ยม ดวงตาคู่คมที่มักจะเรียบนิ่งไร้อารมณ์ยามอยู่ในที่สาธารณะ ตอนนี้กลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความหงุดหงิดระคนตัดพ้อ เธอก้าวเข้าประชิดตัวรินรดาด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังก้นไปชนกับโต๊ะประชุมโดยอัตโนมัติ
"เธออยากรู้ความจริงนักใช่ไหมรินรดา!" รสาตวาดเสียงต่ำ มือเรียวบางเอื้อมไปค้ำขอบโต๊ะกักตัวรินรดาไว้ตรงกลาง "อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องคอยตามเช็ดตามล้างเรื่องไร้สาระของเธอ ทำไมฉันต้องสั่งห้ามไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้หมอนั่น... เพื่อนร่วมงานคนโปรดของเธอน่ะ!"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาวุ่นวายกับชีวิตฉันด้วยล่ะคะ!" รินรดาเองก็หมดความอดทนเช่นกัน เธอดันไหล่บางของอีกฝ่ายออกเต็มแรง แม้รสาจะไม่ขยับเขยื้อนเลยก็ตาม "ฉันจะสนิทกับใคร จะทำงานกับใคร หรือจะไปกินข้าวกับคุณกรณ์มันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน! เราเป็นแค่รูมเมตกันตามสัญญาทางธุรกิจ ไม่ใช่เจ้าชีวิตฉันนะคะท่านประธาน!"
คำว่า *'แค่รูมเมต'* กระแทกเข้ากลางใจของรสาอย่างจัง ราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยพุ่งเข้าทิ่มแทงความรู้สึก แววตาของท่านประธานสาวไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวที่เคลือบด้วยความเจ็บปวดลึกๆ
"ใช่... เราเป็นแค่รูมเมต" รสาพูดทวนคำนั้นช้าๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความเย่อหยิ่งเอาไว้ "แต่ในฐานะเจ้านายและเจ้าของห้องที่เธออาศัยอยู่ ฉันมีสิทธิ์ที่จะเตือนเมื่อเห็นพนักงานทำตัว... ไร้สติ!"
"ปากจัด!" รินรดาหน้าชา กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "ถ้าฉันมันไร้สติแล้วคุณจะมาเดือดร้อนทำไมล่ะคะ หรือว่า... ที่แท้จริงแล้วที่คุณคอยตามหึงตามหวงฉันกับคนอื่น เป็นเพราะคุณ..."
"ใช่! ฉันหวง!"
รสาโพร่งขึ้นมาตัดหน้า ทิ้งกำแพงทุกอย่างที่เคยสร้างไว้จนหมดสิ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมใหญ่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงลมหายใจหอบสะท้านของคนทั้งคู่ ดวงตาของรสาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูกกับคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว
รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ ท่านประธานสายโหด ปากจัด และเย็นชาเป็นน้ำแข็งคนนี้เนี่ยนะ... บอกว่าหวงเธอ?
"คุณ... พูดว่าอะไรนะคะ?" รินรดาถามเสียงสั่น ความมั่นใจเมื่อครู่วันหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก
"ฉันบอกว่าฉันหวง!" รสาทวนคำเสียงดังขึ้นอีกนิด ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มใส "เธอคิดว่าฉันบ้าเหรอที่ต้องคอยเดินตามแก้ปัญหาให้เธอทุกครั้ง คิดว่าฉันว่างมากเหรอถึงต้องคอยนั่งมองเธอไปยิ้มแย้มแจ่มใสกับผู้ชายคนอื่นในออฟฟิศน่ะฮะ!"
"ก็... ก็คุณไม่เคยบอก..." รินรดาหลบสายตาวับวามคู่นั้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่ลามเลียไปทั่วใบหน้า
"ต้องให้ประกาศออกไมโครโฟนบริษัทไหมล่ะคะว่าฉันหึงเธอจนแทบบ้าอยู่แล้ว!" รสาตัดพ้อ น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด "ไอ้กรณ์นั่นมันไม่ได้หวังดีกับเธอรินรดา มันมีแฟนอยู่แล้วแต่ยังทำตัวเจ้าชู้ใส่เธอ เธอโง่ดูไม่ออกหรือไงว่ามันเข้ามาเพราะอะไร!"
รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาแทนที่ความดื้อรั้น เธอรู้ว่ากรณ์ค่อนข้างเข้าหาเธอในเชิงชู้สาว แต่เธอคิดว่าเธอรับมือไหวและไม่อยากมีปัญหาในที่ทำงาน ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังสายตาและท่าทีที่รสาแสดงออกถึงความเกรี้ยวกราด แท้จริงแล้วมันคือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย
"แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงไม่พูดดีๆ ล่ะคะ ทำไมต้องใช้วิธีสั่งห้ามแบบนี้" รินรดาบ่นอุบ เสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าฉันพูดดีๆ เธอเคยฟังฉันบ้างไหมล่ะ ยัยตัวแสบ" รสาถอนหายใจยาวเหยียด ความโกรธระเหยหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนและสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนับร้อยที่อัดแน่นอยู่ในใจ มือเรียวเลื่อนจากขอบโต๊ะมาสัมผัสเส้นผมนุ่มของรินรดาแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนคนถูกกระทำต้องชะงัก
"ฉันแค่... ไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวด" รสาพูดเสียงแผ่ว ดวงตาสบเข้ากับดวงตากลมโตของรินรดาอย่างสื่อความหมาย "จำไว้... ถ้ามีใครทำให้เธอร้องไห้ คนๆ นั้นต้องข้ามศพฉันไปก่อน"
บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความหวานปนความซาบซึ้ง รินรดากำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้มของเธอ ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ถูกปลดล็อคจากด้านนอก!
รสาและรินรดาสะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน ร่างสูงของท่านประธานรีบถอยหลังตั้งหลักตีสีหน้าเรียบนิ่งกลับคืนสู่โหมดเจดีย์น้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ส่วนรินรดาก็แสร้งทำเป็นก้มลงหยิบเอกสารบนโต๊ะเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
ประตูกระจกเปิดอ้าออกเผยให้เห็นร่างของเลขาฯ สาวคนสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าร้อนรน โดยมีเงาของใครอีกคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
"ท่านประธานคะ... ขอประทานโทษค่ะ พอดีคุณกรณ์ ฝ่ายการตลาด เขาขอพบด่วนค่ะ บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องเคลียร์กับคุณรินรดาร่วมกันตอนนี้เลยค่ะ!"
รศาสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลับมาลุกโชนด้วยไฟโทสะอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอกวาดสายตาคมกริบไปมองที่ประตู ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ข้างกาย
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความโบ้ของท่านประธานนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 13
คนขี้หึงมักแสดงออกแรง
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!