กลิ่นไอดินหลังฝนตกผสมกับกลิ่นสาบปาล์มและยางอายของสวนหลังบ้านพักริมเขื่อนในจังหวัดกระบี่ ช่างห่างไกลจากกลิ่นน้ำหอม Chanel No.5 และกลิ่นกาแฟคั่วบดราคาแพงในเพนท์เฮาส์ใจกลางกรุงเทพฯ เสียเหลือเกิน... แต่รสาในเวลานี้ ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ารองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังของเธอจะเปื้อนโคลนสีแดงขุ่นไปถึงไหนแล้ว
ภาพของรินรดาที่สะบัดหน้าหนีและบินกลับบ้านเกิดทันทีหลังคำขู่สะเทือนอารมณ์ในวันนั้น ไม่ได้ทำให้ท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่งรู้สึกสะใจอย่างที่ปากพูดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... หัวใจที่เคยด้านช่างและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง กลับถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มจนแทบคลั่งตั้งแต่วินาทีที่ไร้เงาริมรดาอยู่ในกรุงเทพฯ
"คุณรสา! บอกแล้วไงคะว่าทางนี้มันเดินยาก ใส่ส้นสูงมาทำไมตั้งแต่แรกเนี่ย!"
เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจากด้านหลัง แต่รสาไม่สนใจแม้แต่จะหันไปมอง เลขานุการส่วนตัวที่ถูกลากมาลุยสวนปาล์มด้วยกันถึงภาคใต้กำลังหอบแฮกจนหน้าดำหน้าแดง ทว่าเป้าหมายของรสาในเวลานี้มีเพียงสิ่งเดียว... บ้านไม้ปูนครึ่งตườngสีขาวครีมที่ตั้งอยู่ปลายสุดของสวนปาล์ม ที่ซึ่งรินรดากำลังหลบหน้าเธอมาเกือบสัปดาห์เต็ม
แอ๊ด...
เสียงประตูรั้วไม้หน้าบ้านถูกผลักออกด้วยมือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อย รสานิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างบางของคนที่เธอตามหามาไกลนับพันกิโลเมตร กำลังยืนสביดผ้าขาวม้าผืนเก่าอยู่บนระเบียงบ้าน รินรดาในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงเลสีซีด ช่างดูเรียบง่ายจนใจเจ็บ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นที่หันมาสบตากันเข้าพอดี กลับเต็มไปด้วยความตกใจระคนเย็นชา
"เธอ..." รินรดาอ้าปากค้าง ทำท่าจะปล่อยตะกร้าผ้าในมือหลุดร่วง "ตามฉันมาถึงนี่ได้ยังไง!"
"ถ้าฉันไม่ตามมา... เธอก็คงคิดจะหายไปจากชีวิตฉันจริงๆ สินะคะ รินรดา" รสาไม่ได้สนใจสภาพมอมแมมของตัวเองเลยสักนิด เธอก้าวฉับๆ ขึ้นบันไดบ้านไม้เก่าๆ จนรินรดาต้องถอยกรูดด้วยความตกใจ
"ออกไปนะ! ที่นี่บ้านฉัน ประธานรสาอยากจะไปทำลายชีวิตใครที่กรุงเทพฯ ก็เชิญตามสบาย ทำไมต้องถ่อสังขารมาไกลถึงสวนปาล์มของฉันด้วยเล่า!" รินรดาแหวใส่เสียงดังลั่น พยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเองด้วยการกอดอกเชิดหน้าใส่ ทั้งที่หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อเห็นแววดุดันแต่แฝงความเวท้าวอนในดวงตาคู่สวยของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"คำก็ประธาน สองคำก็จะทำลาย... รินรดาคะ สมองเธอนี่จินตนาการเก่งเป็นเลิศสมกับเป็นนักเขียนบทความจริงๆ" รสาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับขื่นขมสิ้นดี ขายยาวก้าวเข้าประชิดตัวคนปากเก่งจนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับเสาบ้าน "คิดจริงๆ หรือคะว่าคำพูดพวกนั้น... คือความจริง?"
"แล้วมันไม่ใช่หรือไง! วันนั้นเธอยืนประกาศกร้าวต่อหน้าคนทั้งบริษัท..."
"วันนั้นฉันโมโห!" รสาส2บเสียงขัดขึ้นทันควัน แววตาที่เคยนิ่งสงบัดนี้ไหวระริกด้วยอารมณ์ที่อัดอั้นมาหลายวัน มือเรียวยื่นไปคว้าข้อแขนบางเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้า "เธอกำลังจะลาออก เธอกำลังจะทิ้งฉันไปอยู่กับไอ้เด็กนั่นที่ไหนก็ไม่รู้... แล้วจะให้ฉันยืนโบกมือลาแล้วบอกว่า *'เชิญตามสบายนะคะรินรดา'* แบบนั้นเหรอคะ!"
รินรดาชะงักไป ดวงตาคู่โตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นาย... นายเด็กนั่นอะไรกัน รุจน์เขาเป็นแค่รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย..."
"รุ่นน้องบ้าบออะไร ถึงขนาดขับรถมาส่งเธอถึงหน้าบ้านแถมยังถือกระเป๋าให้อย่างสนิทสนม!" รสาเผลอขึ้นเสียงใส่ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ภาพวันที่เห็นรินรดายิ้มหัว 2 ต่อ 2 กับชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันก่อนจะบินลงใต้ กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาผลาญความสุขุมนุ่มลึกของท่านประธานสาวจนไม่เหลือชิ้นดี "รู้ไหมคะว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันแทบจะเป็นบ้าเพราะคิดถึงเธอ... ยัยตัวแสบ"
ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ รสาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มใส รินรดารู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด กลิ่นอายความเป็น "ท่านประธานสายโหด" ที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางและเวท้าวอนของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อบินมาสารภาพความพ่ายแพ้กลางสวนปาล์ม
"บ้า..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่ชวนให้ใจละลาย "ประธานรสาเสียสติไปแล้วแน่ๆ งานการที่กรุงเทพฯ ไม่ทำรึไง ถึงได้ถ่อมาทำตัวงี่เง่าแถวนี้"
"ค่ะ... ฉันมันบ้า" รสายอมรับหน้าตาเฉย ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "และเพราะเธอคนเดียวเลยรินรดา... รู้ตัวไหมคะว่าเธอมันใจร้ายมาก ที่ทิ้งฉันไว้คนเดียวในห้องเพนท์เฮาส์กว้างๆ นั้น ทั้งที่เตียงมันกว้างเกินไปและหนาวเหน็บจนฉันนอนไม่หลับเลยสักคืน"
บรรยากาศรอบตัวเงียบลง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดใบปาล์มและเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบบ้าน รินรดานิ่งงัน หัวใจที่เคยแข็งกระ้างเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำๆ จนแตกละเอียด คำพูดตัดพ้อที่จริงใจและแววตาที่ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งใดๆ ทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา
มือบางที่เคยกำแน่นคลายออก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้า "ใครใช้ให้คุณปากร้ายก่อนล่ะคะ... สมน้ำหน้า"
"งั้นจะให้ฉันทำยังไงคะ ถึงจะหายโกรธ?" รสาถามเสียงนุ่ม มือที่จับข้อแขนเปลี่ยนเป็นโอบเอวบางเข้ามาแนบชิดโดยอัตโนมัติ "จะให้กราบขอขมาด้วยตำแหน่งประธาน หรือจะให้ฉันลาออกแล้วมาเป็นคนสวนเฝ้าไร่ปาล์มให้เธอที่นี่... ดีล่ะคะ?"
"ใครเขาจะอยากได้ประธานมาเป็นคนสวนกันเล่า..." รินรดาค้อนให้วงใหญ่ แต่ไม่ยอมขัดขืนอ้อมแขนที่โอบกอดเข้ามาแน่นขึ้นเรื่อยๆ "ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..."
"ไม่ปล่อยค่ะ..." รสากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มนุ่มนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย "ตามง้อมาถึงนี่ ตั้งหลายร้อยกิโลเมตร... ขอกำลังใจหน่อยไม่ได้หรือคะ?"
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความรักและความโหยหา รินรดาใจเต้นแรงราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงทีละน้อย จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน รสาสบโอกาสที่คนตรงหน้ากำลังเคลิบเคลิ้ม ใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยบางเอาไว้ เตรียมจะมอบจุมพิตหวานล้ำเพื่อเป็นการปิดฉากการง้องอนครั้งประวัติศาสตร์
ก๊อกๆๆ!
"คุณรสาคะ! แย่แล้วค่ะ! มีสายด่วนจากบอร์ดบริหารที่กรุงเทพฯ โทรเข้ามือถือดิฉัน บอกว่าหุ้นบริษัทกำลังร่วงเพราะข่าวฉาวเรื่องที่คุณประธานหายตัวไป---"
เสียงตะโกนพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดบ้านมาอย่างไม่ดูตาม้าตามเรือ ทำให้รสาและรินรดาสะดุ้งโหยงผละออกจากกันแทบไม่ทัน รสาหน้าตึงขึ้นมาในทันทีด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ส่วนรินรดากลับหลุดหัวเราะพรวดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อเห็นสีหน้าของท่านประธานสาว
ทว่า... ก่อนที่รสาจะทันได้หันไปเอ็ดเลขาฯ ตัวดี เสียงรถกระบะคันเก่าคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเปิดประตูและเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอמהทักทายดังขึ้นจากลานดินด้านล่าง
"อ้าว ริน... อยู่บ้านรึเปล่า พอดีพี่ซื้อทุเรียนหมอนทองมาฝากจากในตลาด..."
รินรดานิ่งค้างไป รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา เมื่อหันไปมองทางระเบียงแล้วพบว่าร่างสูงของใครคนหนึ่งกำลังก้าวเท้าขึ้นบันไดมาพร้อมกับทุเรียนกลิ่นหอมฟุ้งในมือ... คนที่รสาเพิ่งจะประกาศกร้าวว่าเป็น "ไอ้เด็กตัวปัญหา" เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเอ็นดูยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโบกคนนี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 29
โบ้เต็มตัว
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!