กลิ่นหอมหวานผสมกลิ่นฉุนกึกที่เป็นเอกลักษณ์ของราชาแห่งผลไม้ลอยอบอวลตัดบรรยากาศตึงเครียดในห้องนั่งเล่นจนแทบสิ้นท่า รสา—ท่านประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงบันได ในมือถือกล่องพลาสติกบรรจุเนื้อทุเรียนหมอนทองพูโต ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดูผิดที่ผิดทางอย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้าแบบนี้
รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วของสาวมั่นประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าไม่ถึงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะที่เคยประดับอยู่บนมุมปากเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะขยี้ความลับของอีกฝ่ายให้แหลกคายคาเท้า
"อุ๊ย... ตายแล้ว" รินรดาแกล้งยกมือขึ้นทาบอก เสียงอุทานนั้นจงใจลากยาวให้ระคายหู "นี่ท่านประธานผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และไม่เคยแคร์ใคร ถึงกับลงทุนสวมวิญญาณเป็นไรเดอร์จำเป็น หิ้วทุเรียนกลิ่นฟุ้งเข้ามาในคอนโดหรูของฉันเองเลยเหรอคะเนี่ย?"
รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เจ้าตัวมักใส่เวลาไม่อยากปะทะสายตากับใคร) หลุบมองกล่องทุเรียนในมือตัวเองอย่างนึกเคือง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความอับอายและหงุดหงิดที่ดันมาถูกจับได้คาหนังคาเขาในมุมที่ "หลุดฟอร์ม" ที่สุดในชีวิต
"ฉันแค่... ผ่านมาทำธุแถวนี้ แล้วเห็นมันน่ากินดี" รสาแก้ตัวเสียงแข็ง น้ำเสียงเย็นชาที่เคยใช้สั่งการลูกน้องนับร้อยกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าเอ็นดู "อีกอย่าง ฉันไม่ได้ซื้อมาให้เธอกินสักหน่อย วางไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเอาไปทิ้งเอง"
"เดี๋ยวก่อนสิคะคุณประธานขา" รินรดาก้าวเข้าไปขวางทางเดินขึ้นบันได ร่างบางในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนิ่มยืนกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า "เมื่อกี้ใครนะที่เพิ่งประกาศกร้าวใส่ฉันผ่านโทรศัพท์ว่า 'ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมไร้สาระกับคนอย่างเธอ' แล้วนี่อะไรคะ? หิ้วทุเรียนกลิ่นตลบอบอวลมาง้อ... อ้อ หรือว่ามาขอคืนดีดีกว่า?"
"ใครขอคืนดีเธอ! หลงตัวเอง" รสาเสียงสูงใส่ทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู "ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า คนอย่างรสา ไม่เคยกลัวคำท้าทายอะไรทั้งนั้นแหละ!"
"ดีค่ะ! ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นตอนนี้เลยสิคะ"
คำพูดของรินรดาทำเอารสาชะงัก บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตา รินรดาคลายอ้อมอกที่กอดไว้ เดินเข้าไปประชิดร่างสูงกว่าทีละก้าว แววตาของสาวมั่นเต็มไปด้วยความจริงจังที่ซ่อนความท้าทายเอาไว้จนน่ากลัว
"เธอกล้าพูดนักไม่ใช่เหรอคะว่าอำนาจและเงินตราที่เธอมี มันไม่ได้กำหนดคุณค่าในตัวเธอ... ว่าต่อให้ไม่มีสิ่งเหล่านั้น เธอก็ยังเป็น 'รสา' คนเดิมที่พร้อมจะยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเอง" รินรดาเอียงคอถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดอาบน้ำผึ้ง "งั้นเรามาเดิมพันกันค่ะ"
รสาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่สะท้อนภาพเงาของเธอเอง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ "เดิมพันอะไรของเธอ?"
"ออกจากตำแหน่งประธานบริษัท... ถอดบัตรเครดิตทุกใบ คืนรถหรูและกุญแจคอนโดนี้ให้หมด แล้วไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาที่ไม่มีเงินเก็บแม้แต่บาทเดียว เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ" รินรดายื่นคำขาด น้ำเสียงเฉียบขาดไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อย "ถ้าเธอทำได้ และยังสามารถเอาตัวรอด หาเงินเลี้ยงปากท้องตัวเองได้โดยไม่ใช้อำนาจเก่า ไม่ใช้เส้นสาย และที่สำคัญ... ไม่มาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากฉัน ฉันจะยอมรับในตัวเธอในฐานะ 'มนุษย์คนหนึ่ง' อย่างแท้จริง... ไม่ใช่แค่ท่านประธานจอมเผด็จการที่ฉันต้องจำใจมาเป็นรูมเมตด้วย"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นชั่วขณะ เสียงแอร์ทำงานเบาๆ ตัดกับเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของรสา
นี่มันไม่ใช่แค่เกมท้าทายธรรมดา แต่มันคือการ "รื้อถอน" ตัวตนทั้งหมดที่รสาconstrucขึ้นมาตลอดชีวิต ปราการเหล็กที่เธอสร้างเพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกทอดทิ้ง กำลังจะถูกพังทลายลงด้วยมือของเธอเอง... เพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับจากผู้หญิงตรงหน้า
รสายืนนิ่งค้าง ความคิดนับร้อยวิ่งวนอยู่ในหัว สมองประมวลผลถึงความยากลำบาก หากไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ เธอจะอยู่รอดในโลกที่โหดร้ายนี้ได้อย่างไร? แต่ทว่า... เมื่อกวาดสายตามองใบหน้ามั่นใจและแววตาท้าทายของรินรดาแล้ว เธอกลับพบว่า หัวใจเจ้ากรรมดันไม่อยากยอมแพ้ผู้หญิงคนนี้เลยสักนิด
"ถ้าฉันทำได้..." รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาเย็นชาถูกแทนที่ด้วยประกายความมุ่งมั่นที่ทรงพลังจนรินรดาต้องแอบกลืนน้ำลาย "เธอต้องยอมทำตามเงื่อนไขข้อหนึ่งของฉันเหมือนกัน ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"
"ตกลงค่ะ!" รินรดาตอบรับอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เชิญค่ะท่านประธาน เริ่มต้นพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปได้เลย!"
รสายืนมองกล่องทุเรียนในมือสลับกับใบหน้าของรูมเมตสาวตัวแสบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก, ตัดสินใจยกมือขึ้นปลดนาฬิกาสุดหรูเรือนแพรวพราออกจากข้อมือ แล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างไม่ใยดี ตามด้วยกระเป๋าเงินแบรนด์เนมและกุญแจรถราคาแปดหลัก
"จำคำพูดของเธอไว้ให้ดี รินรดา" รสาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงหมุนตัวหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองอีก
แต่ทว่า... ในจังหวะที่รสาย่างเท้าก้าวไปถึงหน้าประตู มือเรียวบางของรินรดากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอไว้เสียก่อน แรงดึงนั้นทำให้รสาต้องสะดุดหันกลับมาประชิดตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ จากกายสาว
"เดี๋ยวสิคะ..." รินรดาช้อนสายตาขึ้นมอง ดวงตาคู่คมมีความลังเลแวบผ่านเข้ามาเพียงชั่วเสี้ยววินาที "จะไปไหนตอนนี้คะ? ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้... เงินสักบาทก็ไม่มี บัตรก็ไม่ได้พก แล้วเธอจะไปนอนที่ไหน?"
รสายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งแบบฉบับท่านประธานสายโหดที่รินรดาคุ้นเคยดี
"เรื่องนั้น... คงไม่ใช่กงการอะไรของ 'รูมเมต' อย่างเธอแล้วกระมังคะ" รสาตอบเสียงนิ่ม แต่นัยน์ตากลับทอประกายท้าทายลึกล้ำ "เว้นเสียแต่ว่า... เธอจะยอมใจอ่อน ให้ฉันนอนโซฟาห้องนี้ต่ออีกสักคืน ในฐานะ 'คนธรรมดา' ไร้บ้านคนหนึ่ง"
รินรดานิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น สมองขาวโพลนหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างแรงเมื่อปลายนิ้วของรสาที่ถูกจับไว้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือเธอไว้แน่นแทน ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งจากด้านนอกอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายของคนทั้งคู่
"คุณรสาครับ! ผมเช็คสต็อกสินค้าล็อตใหม่เสร็จแล้ว... เอ๊ะ ทำไมห้องไม่ล็อกล่ะครับเนี่ย?"
รินรดากับรสาเบิกตากว้างพร้อมกันด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อบานประตูห้องกำลังถูกผลักเปิดออกโดยฝันร้ายที่ไม่คาดคิด!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยซัพพอร์ต "ควีนบีทูโก" มาโดยตลอดนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 30
วินาทีตัดสินใจ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!