"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเรียกตำรวจข้อหาบุกรุก!"
เสียงของรินรดาดังสั่นระรัว ทว่าแฝงไว้ด้วยความกร้าวแกร่งที่พยายามปกปิดความหวาดหวั่น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่เฉือนคมกันได้ด้วยมีด ร่างสูงโปรดของ 'มารุต' อดีตคู่หมั้นจอมตื๊อและนักธุรกิจหนุ่มผู้มีเบื้องหลังดำมืด กำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องชุดสุดหรูแห่งนี้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย รสาที่ยืนบังรินรดาอยู่เบื้องหน้าขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมานั่งรักษามาคราบท่านประธานผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไปแล้ว...
รสายื่นมือไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้สร้างความเจ็บปวด หากแต่ส่งผ่านความอบอุ่นและคำสัญญาเงียบๆ ว่า *'ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอ'* ก่อนที่ท่านประธานสาวผู้เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็ง จะตัดสินใจทำในสิ่งที่คนทั้งบริษัทคงไม่มีวันได้เห็น—เธอยอมถอดเกราะป้องกันทุกอย่าง วางมาดประธานผู้ทรงอิทธิพลลงกับพื้น แล้วหันมาเผชิญหน้ากับปัญหาตรงหน้าด้วยหัวใจของคนธรรมดาคนหนึ่งที่พร้อมปกป้องคนรัก
"ออกไปจากห้องของรินซะ ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีจัดการคุณให้ราบคาบถึงในคุก" รสาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเย็นเยียบและทรงพลังจนมารุตชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบของเขาหันมามองผู้หญิงสองคนที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน
"โอ้... ท่านประธานผู้สูงส่ง ยอมลดตัวมาปกป้องลูกน้องต๊อกต๋อยขนาดนี้เชียวรึ? นึกว่าเก่งแต่เก๊กซะอีก" มารุตยักไหล่กวนประสาท "แต่เสียดายนะริน... เธอเลือกคนผิด ชีวิตเธอกำลังจะพังเพราะผู้หญิงคนนี้แหละ"
"คนที่กำลังจะพังคือคุณต่างหาก มารุต!" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโมโห เธอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมชั่วคราวเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกด้วยความรวดเร็ว "ฉันกดโทรหาตำรวจแล้ว เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งข้อหาแค่บุกรุก แต่จะแถมข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายด้วย!"
สายตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวของรินรดา ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมารุตเจื่อนลง เขาพยายามจะก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง แต่รสาย้าวแขนดึงรินรดาให้มาหลบอยู่ข้างหลัง พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาพิฆาต รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวท่านประธานสาวทำให้มารุตต้องยอมถอยหลังทีละก้าวอย่างเสียไม่ได้
"ฝากไว้ก่อนเถอะ..." มารุตกัดฟันกรวด ชี้หน้าคาดโทษก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกไปจากห้อง พร้อมกับกระแทកประตูเสียงดังสนั่น *ปัง!*
สิ้นเสียงประตูปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทั่วพื้นที่ รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่สูบ
พลังงานในตัวเธอไปจนหมดสิ้น ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา อ้อมแขนที่คุ้นเคยก็โอบกอดเธอจากด้านหลัง ศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่ของเธออย่างออดอ้อน
"เหนื่อยไหม..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังข้างใบหู น้ำเสียงของรสาในตอนนี้ไม่มีคราบของความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนและความห่วงใยที่ล้นปรี่จนคนฟังรู้สึกใจสั่น
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือของรสาที่โอบเอวเธอไว้ "คุณรสา... ทำไมถึงกล้าทำขนาดนี้คะ? ถ้าเกิดเขาทำร้ายคุณขึ้นมาจริงๆ ล่ะ..."
"ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคนที่ฉันรักหรอก" รสาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคู่สวยมองสบตากับรินรดาด้วยความจริงจังที่อ่านไม่ออก "ต่อให้ต้องแลกด้วยตำแหน่ง หรือบริษัททั้งบริษัท ฉันก็ไม่แคร์... ขอแค่มีเธออยู่ตรงนี้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำเอารินรดาถึงกับพูดไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของรสา ดวงตาที่เคยเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ตอนนี้กลับหลอมละลายจนเหลือเพียงความอบอุ่นที่พร้อมจะละลายใจคนมองให้ราบคาบ
"ปากหวานนะคะ..." รินรดาแกล้งแซวกลบเกลื่อนความเขินอาย พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ระบายอยู่เต็มแก้ม "นี่ท่านประธานไปฝึกสกิลเลี่ยนแบบนี้มาจากไหนเนี่ย"
"ก็ฝึกมาจากยัยตัวแสบแถวนี้แหละ..." รสาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวรินรดาให้หันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ ปลายนิ้วเรียวเรียวเกลี่ยปอยผมที่ระใบหน้าของรินรดาออกอย่างทะนุถนอม สายตาที่พวกเขามองกันและกันในตอนนี้ มันเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาด้วยกัน ทั้งความขัดแย้ง ความเข้าใจผิด และความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
"ขอบคุณนะคะรสา..." รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบາ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ "ที่ยอมวางดาบ... ยยอมทิ้งความหยิ่งยโส เพื่อมาปกป้องคนธรรมดาอย่างฉัน"
"ฉันไม่ได้ปกป้องคนธรรมดา..." รสาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ฉันกำลังปกป้องหัวใจของตัวเองต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในห้องนี้ รินรดากลั้นหายใจเมื่อใบหน้าของรสาค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่ปลายเส้นผม ความอบอุ่นจากร่างกายที่แนบชิดทำให้หัวใจเต้นโครمครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก รสายกมือขึ้นประคองกรอบหน้าของรินรดาไว้อย่างเบามือ ดวงตากลมโตของท่านประธานสาวมองริมฝีปากอิ่มสลับกับดวงตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย
รินรดาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อบรรยากาศและหัวใจของตัวเอง เธอกำลังจะปล่อยให้ริมฝีปากของพวกเขาแนบชิดกันเพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหาย...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ทำเอาทั้งสองสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน รสาย
ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ขณะที่รินรดารีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความตกใจ
ก่อนที่ประตูห้องจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสของบุคคลที่สามที่เอ่ยทักทายขึ้นอย่างร่าเริง โดยไม่รู้เลยว่าพวกเธอกำลังทำลายโมเมนต์สำคัญขนาดไหน
"อ้าว... คุณรสา อยู่ด้วยกันเหรอคะเนี่ย ดีเลยค่ะ ฉันมีเรื่องด่วนจะมารายงานพอดี!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ควีนบีทูโก" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมรับแรงกระแทกในบทต่อไปกันได้เลยนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 31
ยอมวางดาบ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!