“ถ้าจะมาเพื่อทวงสัญญาที่ทำลายชีวิตฉัน ก็เชิญออกไปทางประตูเดิมค่ะคุณเลขา เพราะฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคนของคุณอีกแล้ว”
รินรดากระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงดัง *กริ๊ก* กลบความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวของรสา สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังเลขาฯ ของท่านประธานที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่กลางห้อง ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
รสาไม่ได้ขยับตัว เธอเพียงแค่ประสานมือไว้บนตัก ท่าทางนิ่งสงบราวกับรูปปั้น แต่รินรดารู้ดีว่าภายใต้หน้ากากที่ไร้อารมณ์นั้น กำแพงที่รสาพยายามก่อขึ้นมาเพื่อขังตัวเองกำลังสั่นคลอน
“ฉันไม่ได้มาเพื่อเรื่องงาน” รสาเอ่ยขึ้น เสียงราบเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยในจังหวะที่ขยับริมฝีปาก “และฉันก็ไม่ได้ส่งใครมาเพื่อทวงสัญญาที่คุณว่า”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ “งั้นอธิบายมาสิคะ ว่ายัยนั่นโผล่มาจังหวะนี้ทำไม? หรือว่าการที่ฉันเกือบจะก้าวข้ามผ่านเรื่องบ้าๆ ที่คุณสร้างขึ้นมาได้ มันทำให้คุณรู้สึกเสียเซลฟ์จนต้องกลับมาทำลายมันอีกครั้ง?”
เลขาฯ สาวที่ยืนอยู่ข้างหลังลอบกลืนน้ำลาย เธอรีบวางเอกสารลงบนโต๊ะก่อนจะถอยกรูดออกไปทันทีที่เห็นรังสีอำมหิตพุ่งออกจากร่างของทั้งสองคน ห้องทำงานใหญ่โตกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงเสียงลมหายใจของสองสาวที่เคยผูกพันกันด้วยความเกลียดชังและพันธะที่บิดเบี้ยว
รสาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าผ่านโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของรินรดา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้รินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอแม้จะพยายามปฏิเสธมันแค่ไหนก็ตาม
“สัญญานั่น...” รสาเอ่ยช้าๆ พลางก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น “ฉันเป็นคนฉีกมันทิ้งตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากห้องรูมเมตนั่นแล้ว”
“คุณโกหก” รินรดาเถียงทันควัน แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความคาดหวังที่เธอเองก็รังเกียจ
“ริน...” รสาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป ไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การประชดประชัน แต่มันคือการอ้อนวอน “ฉันเหนื่อยกับการเล่นบทประธานสายโหดที่ต้องคอยข่มเหงคนที่ฉัน... ต้องการจะเก็บไว้ข้างตัวด้วยวิธีที่ผิดพลาด ฉันขอโอกาสใหม่ได้ไหม? โอกาสที่จะเริ่มต้นกันใหม่ โดยไม่มีกระดาษแผ่นนั้น ไม่มีสถานะเจ้านายกับลูกน้อง ไม่มีเรื่องธุรกิจที่ต้องมาเกี่ยวข้องกัน”
รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกโกรธเคืองที่สั่งสมมาตลอดหลายเดือนปะทะกับความถวิลหาที่เก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจ เธอเป็นคนฉลาด เธอรู้ดีว่าการให้โอกาสคนอย่างรสาอาจหมายถึงการเดินเข้าสู่กรงขังอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ดวงตาที่แฝงความเปราะบางของอีกฝ่ายก็กำลังกรีดหัวใจเธอให้เป็นแผล
“คุณไม่มีสิทธิ์มาขอโอกาส ในเมื่อคุณเป็นคนทำลายมันตั้งแต่แรก” รินรดาเงยหน้าสบตาอย่างท้าทาย “ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่จริงๆ สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่คำพูดค่ะ... แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า คุณจะทิ้งนิสัยเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวแบบที่คุณเคยเป็นได้หรือเปล่า”
“ฉันกำลังทำอยู่ไงคะ” รสาขยับเข้ามาจนหน้าผากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน “ด้วยการยอมละทิ้งทุกอย่างที่ฉันสร้างมา เพื่อที่จะได้อยู่ตรงหน้าคุณแบบคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ท่านประธานที่คุณรังเกียจ”
มือบางของรินรดาสั่นเทา เธอเอื้อมมือไปผลักอกอีกฝ่ายเบาๆ แต่มือของรสากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงเหมือนในอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความหมายที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนจะละลาย
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวาน รสาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างหู ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำ
“ถ้ารินยอมให้โอกาสฉันคืนนี้... ฉันสัญญาว่าเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาระหว่างเราจะถูกลบหายไป เหลือไว้แค่เพียงความรู้สึกที่ฉันไม่เคยพูดออกไปเลยสักครั้ง”
รินรดานิ่งค้าง เธอกำลังจะเปิดปากตอบรับบางอย่างในหัวใจ แต่จังหวะนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกผนัง
“ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ! หุ้นส่วนใหญ่ทราบเรื่องที่คุณฉีกสัญญาและพยายามจะถอนตัวจากการควบรวมกิจการทั้งหมด พวกเขาบุกมาถึงหน้าบริษัทแล้วค่ะ!”
คำพูดของเลขาฯ ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัวและถอยห่างออกมาทันที รสาขบกรามแน่น เธอหันกลับไปมองประตูด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ ความหวังที่จะเริ่มต้นใหม่ดูเหมือนจะถูกพายุแห่งโลกธุรกิจพัดกระหน่ำเข้ามาทำลายจนย่อยยับ
รินรดามองแผ่นหลังของรสาที่ตอนนี้ดูโดดเดี่ยวและแบกรับความกดดันมหาศาล เธอรู้ดีว่านี่คือบททดสอบที่ใหญ่ที่สุด และความสัมพันธ์ของเธอกับผู้หญิงคนนี้กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ
“ถ้าคุณเลือกที่จะไปจัดการปัญหาพวกนั้น... เราก็จบกันแค่นี้ค่ะ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบพลางหันหลังเดินไปที่ประตู
“ริน!” รสาเรียกไว้ ก่อนจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
รสาหมุนตัวกลับมา กดปุ่มล็อคประตูห้องจากระบบดิจิทัลเสียงดัง *แก๊ก* จนเลขาสาวข้างนอกต้องชะงัก รสาหันมาสบตารินรดาอีกครั้งด้วยสายตาที่ตัดสินใจเด็ดขาด
“ถ้าการเป็นท่านประธานต้องเสียคุณไป... งั้นฉันก็ไม่ต้องการมันอีกแล้ว”
รสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดสายต่อตรงถึงบอร์ดบริหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ประชุมยกเลิกค่ะ... และฝากบอกทุกคนด้วยว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันลาออกจากการเป็นประธานบริษัทแล้วค่ะ”
รินรดาเบิกตากว้าง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องในวินาทีที่รสาวางสายลงและหันมาเผชิญหน้ากับเธอด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยากที่สุด
ควีนบีทูโกหวังว่ารี้ดทุกคนจะเตรียมใจไว้ให้พร้อมสำหรับบทสรุปในตอนหน้านะคะ บอกเลยว่าพริกทั้งสวนก็เอาไม่อยู่ค่ะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 32
การกลับมาอีกครั้ง
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!