“ถ้าคุณยังเอาแต่กอดอกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น โปรดจำไว้เลยนะคะท่านประธาน ว่าคืนนี้คุณจะได้นอนกอดหมอนข้างไปจนถึงชาติหน้าแน่นอนค่ะ”
เสียงหัวเราะคิกคักจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ยืนอออยู่หน้าห้องประชุมใหญ่ดังเล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาท รินรดาไม่ได้สนใจสายตานับสิบที่กำลังจ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจงใจเอียงคอเล็กน้อย ยกมือขึ้นกอดอกท้าทาย แล้วส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบด้วยยาพิษไปให้คนที่ยืนหน้าตึงอยู่ตรงข้าม
รสา—ท่านประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งแห้ง กำลังขบกรามแน่นจนสันนัดขึ้นเป็นสันชัดเจน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนหมั่นไส้ ร่างเพรียวในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยืนนิ่งสนิท แต่ทว่าปลายนิ้วเรียวที่กำลังกำแฟ้มเอกสารในมือจนยับยู่ยี่กลับฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังพยายามอดกลั้นอารมณ์มากแค่ไหน
บรรยากาศหน้าห้องประชุมใหญ่ของบริษัทในเครือพีเคกรุ๊ปเวลานี้ แทบจะระเบิดเป็นจุลด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านระหว่างผู้บริหารสาวมือเหล็กกับสาวมั่นตัวแสบประจำแผนก
“คุณรินรดา...” รสาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าสายตาที่กราดมองไปรอบตัวกลับเต็มไปด้วยอำนาจกดดัน “นี่คือสถานที่ทำงาน กรุณาสำรวมกิริยาและให้เกียรติสถานะของฉันด้วยค่ะ”
“สถานะไหนล่ะคะ? สถานะเจ้านายกับลูกน้อง หรือว่าสถานะ...” รินรดาจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า เธอยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นดวงตาของอีกฝ่ายเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งอย่างรู้ทัน “อุ๊ย! หรือไม่อยากให้ใครรู้ล่ะคะว่าเมื่อคืนใครกันแน่ที่เป็นคนอ้อนให้ฉันช่วยเช็ดตัวให้จนถึงตีสาม?”
“รินรดา!”
เสียงอุทานหลุดจากปากท่านประธานพร้อมกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว รสาตวัดสายตาคมกริบมองซ้ายมองขวาด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นว่าบรรดาผู้จัดการฝ่ายและเลขานุการต่างพากันทำเป็นก้มหน้าก้มตาเปิดแฟ้ม แต่หูผึ่งกันหมดแล้ว ความอับอายผสมกับความหมั่นไส้ทำให้เธอแทบอยากจะยกแฟ้มในมือฟาดหน้าคนตัวแสบสักทีสองที ข้อหาหาเรื่องแกล้งเธอกลางฝูงชนได้หน้าตาเฉย
นี่ไม่ใช่การรักษาภาพลักษณ์แบบที่ประธานบริษัทควรทำเลยสักนิด... แต่มันคือสงครามประสาทที่เธอมักจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้รินรดาอยู่ร่ำไป
“ทำไมคะ? กลัวคนอื่นเขาไม่รู้เหรอว่าท่านประธานคนเก่งเวลาเมาแล้วงอแงแค่ไหน” รินรดายังคงไม่หยุดขยี้ เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเจือความอบอุ่นลอยเข้าจมูก รiสาผละถอยหลังอัตโนมัติด้วยความเคยชินที่จะสร้างระยะห่าง แต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูห้องประชุมพอดิบพอดี
รินรดายื่นมือข้างหนึ่งไปทาบบานประตู ดักทางหนีเอาไว้พร้อมกับโน้มใบเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “เลิกทำฟอร์มเป็นเสือยิ้มยากได้แล้วค่ะรสา ทุกคนเขารู้กันหมดแล้วว่าคุณน่ะ... แพ้ทางฉันแค่ไหน”
คำพูดนั้นไม่ได้เบาอย่างที่คิด ผู้คนรอบข้างที่แกล้งทำเป็นมองทางอื่นต่างสูดหายใจเข้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ไม่มีใครเคยกล้าพูดจาท้าทายหรือใช้สรรพนามสนิทสนมกับท่านประธานแบบนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ของบริษัท แถมปฏิกิริยาของรสาในตอนนี้ก็ไม่ใช่การตวาดไล่ออกอย่างที่ใครๆ คาดการณ์ แต่กลับเป็นการเม้มริมฝีปากแน่น หลบสายตาพราวระยับคู่นั้นด้วยความจำนนอย่างน่าเหลือเชื่อ
รสาตระหนักได้ทันทีว่า... ตัวเองกำลังพลาดท่าอย่างมหันต์
กำแพงน้ำแข็งที่เธอใช้เวลาสร้างมานานนับปี ถูกสายตาแพรวพราวและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของรินรดากร่อนเซາจนพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาพยานนับสิบชีวิต ไม่มีประโยชน์ที่จะปฏิเสธ ไม่มีประโยชน์ที่จะปั้นหน้าเย็นชาอีกต่อไป ในเมื่อยัยตัวแสบคนนี้จงใจเปิดหน้าชกแบบไม่สนสี่สนองแบบนี้แล้ว
รสาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความดื้อรั้นในแววตาถูกแทนที่ด้วยความยอมจำนนชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะกระตุกยิ้มขึ้นมาบ้าง รอยยิ้มที่ไม่ได้เย่อหยิ่งเย็นชาเหมือนเคย แต่เป็นรอยยิ้มร้ายกาจแบบที่คนสนิทเท่านั้นถึงจะได้เห็น
“มั่นใจมากสินะคะ...” รสาเอ่ยเสียงพร่า มือเรียวที่เคยถือแฟ้มเอกสารเปลี่ยนมาคว้าข้อมือบางของรินรดาเอาไว้แน่น ดึงให้ร่างโปร่งขยับเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง “คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรคุณกลางที่สาธารณะว่างั้นเถอะ?”
รินรดาชะงักไปนิดเมื่อเจอไม้นี้ รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าสะดุดกว้างขึ้นเล็กน้อย “คะ... คุณจะทำอะไร ที่นี่มันหน้าห้องประชุมนะรสา!”
“ก็แค่อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น...” รสาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังบรรดาผู้ร่วมงานที่ยืนทำตัวลีบอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันกลับมาสบตากับรินรดาตรงๆ “ว่าระหว่าง ‘ท่านประธานสายโหด’ กับ ‘ยัยตัวแสบปากเก่ง’ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายคุมเกม”
สิ้นคำพูด รสาก็ดึงข้อมือของรินรดาให้เดินตามเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ทันที ท่ามกลางสายตานับสิบที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ประตูห้องประชุมปิดลงเบื้องหลังพร้อมกับเสียงซุบซิบที่ดังเซ็งแซ่ขึ้นทันทีที่ลับตา
แต่ทว่า... ความวุ่นวายภายนอกห้องกลับเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายใน
ทันทีที่ลับสายตาคนอื่น รสาก็ดันร่างของรินรดาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้องประชุมด้านใน ความเย็นของกระจกตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายที่เบียดชิดกันทำเอารินรดาเผลอกลั้นหายใจ ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าอย่างตื่นตะลึงเมื่อจู่ๆ สถานการณ์ก็พลิกกลับตาลปัตรอย่างรวดเร็ว
“อะ... อะไรของคุณเนี่ย ไหนบอกว่ารักษาภาพลักษณ์ไงคะท่านประธาน” รินรดาพยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าสวยคมของรสาโน้มต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“ภาพลักษณ์อะไรคะ ในเมื่อคุณเป็นคนเปิดฉากเองแท้ๆ” รสาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากนุ่มจนรินรดาต้องเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว “จำไว้นะคะรินรดา... ว่าฉันไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว”
รินรดาสบตากับประกายความท้าทายในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ความกล้าที่เคยมีหายไปไหนหมดไม่รู้ รู้สึกแค่เพียงว่าลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้แค่คืบกำลังทำให้สติหลุดลอย
“แล้ว... คุณจะทำไมล่ะคะ” รินรดายังคงฝืนเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงจะเริ่มสั่นนิดๆ
รสาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เซ็กซี่และอันตรายที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยินมา ปล่อยมือจากข้อมือบางเปลี่ยนมาเป็นไล้ปลายนิ้วอุ่นๆ ไปตามกรอบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยุดอยู่ที่คางมนแล้วเชยขึ้นบังคับให้สบตา
“ถ้าอยากรู้ว่าฉันจะทำอะไร...” รสาหยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเธอเมื่อครู่ด้วยสายตาวาววโรจน์ “ก็ลองท้าทายฉันดูอีกทีสิคะ...”
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เมื่อใบหน้าสวยคมของรสาค่อยๆ โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงศูนย์ ม่านตาสั่นระริกด้วยความคาดไม่ถึง ขณะที่รสาหลับตาลงช้าๆ เตรียมจะปิดกั้นโลกทั้งใบด้วยสัมผัสที่เธอรอคอยมานาน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของเลขาคนสนิทที่ร้องเรียกเสียงหลง
“ท่านประธานคะ! เอกสารงบด่วนจากบอร์ดบริหาร... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!”
รสาผละออกจากรินรดาแทบจะไม่ทัน ใบหน้าสวยเฉี่ยวตึงขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่รินรดายกมือขึ้นทาบอก หายใจหอบถี่ด้วยความตื่นเต้นผสมโล่งอกปนเสียดายเล็กน้อย
ทว่า... ก่อนที่เลขาจะทันได้หันหลังกลับออกไป รสากลับหันไปมองหน้าคนสนิทด้วยสายตานิ่งสนิท แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งเลขาและรินรดาต้องเบิกAตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยโบ้เป็นเพื่อนท่านประธานมาจนถึงตอนนี้ รักเสมอนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 33
รักไม่ต้องการสถานะ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!