ความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวทำหน้าที่ราวกับเครื่องบดอัดอากาศ มันหนาแน่น เสียดแทง และชวนให้หายใจไม่ออก ทุกวินาทีที่เคลื่อนผ่านไปคล้ายมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยคอยทิ่มแทงผิวหนัง รินรดายืนกอดอก แผ่นหลังแนบสนิทกับบานประตูที่เพิ่งปิดล็อกลง เธอกวาดสายตามองหญิงสาวเจ้าของร่างสูงสง่าที่ยืนหน้าถอดสีอยู่กลางห้อง
ภาพลักษณ์ท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่ง เจ้าระเบียบ และเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งคนรอบข้างได้ในรัศมีสามเมตร มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง
"พูดออกมาสิคะ" รินรดาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอไม่ได้ตวาดกร้าว แต่ราบเรียบและจริงจังจนน่ากลัว "ไหนล่ะความจริงที่คุณพยายามปกปิดนักหนา? หรือว่าเรื่องที่คุณทำลงไปทั้งหมด... มันไม่มีความกล้าพอที่จะยอมรับมันเลยสักนิดเดียว?"
รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไม่เหลือสีเลือด เปลือกตาคมหลุบลงต่ำเพื่อหลบสายตาคาดคั้นที่พุ่งตรงมา เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก มือเรียวทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความภาคภูมิใจและทิฐิที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตกำลังตีรันฟันแทงกับความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะทะลักออกมา
"คุณไม่เข้าใจหรอก ริน..." เสียงของรสาแหบพร่า เล็กสั่นจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ
"ถ้าไม่พูดแล้วฉันจะเข้าใจได้ยังไงคะ!" รินรดาโพล่งขึ้นด้วยความเหลืออด ความอดทนที่สะสมมานานนับสัปดาห์ระเบิดออกเป็นความหงุดหงิดปนน้อยใจ เธอก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างคุกคาม "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? อยากทำอะไรก็ทำ อยากผลักไสฉันก็ทำ พอลับหลังก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ ทำเหมือนฉันเป็นคนนอก... ทั้งที่เราอยู่ร่วมห้องกัน นอนเตียงเดียวกัน... เอ่อ หมายถึงใต้ชายคาเดียวกัน!"
รินรดารีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอพลั้งปากพูดความจริงที่น่าอายออกไป ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีเวลามาเขินอาย เธอสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้ไหวระริก
รสาเงยหน้าขึ้นสบตา ร่องรอยความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้นสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธออยากจะอธิบาย อยากจะบอกเหตุผลทั้งหมดว่าทำไมเธอถึงต้องยอมเสี่ยง ทำไมเธอต้องทำตัวใจร้ายใส่คนที่เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจทีละน้อย แต่ทว่า... คำพูดมันกลับจุกอยู่ที่ริมฝีปาก ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมตัวเองทำให้เธอกลัวเกินกว่าจะเอื้อonออกไป
"ฉันปกป้องคุณ... จากโลกบ้าๆ ของฉัน" รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความอั้น "โลกที่เต็มไปด้วยการหักหลัง ผลประโยชน์ และหน้ากากจอมปลอม... ฉันไม่ได้อยากดึงคุณเข้ามาแปดเปื้อนด้วยเลยสักนิด"
"แล้วคุณคิดว่าฉันอยากเป็นคนนอกสายตาที่คุณคอยผลักไสหรือไงคะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น "คุณเอาแต่ตัดสินแทนฉัน ตัดสินว่าฉันจะรับมือไม่ได้ ตัดสินว่าฉันจะทนไม่ไหว... ทั้งที่ความจริงแล้ว ฉันแค่อยากยืนอยู่ข้างๆ คุณในวันที่คุณต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางกำแพงน้ำแข็งซึ่งรสาเพียรสร้างมาตลอดชีวิต มันพังครืนลงมาไม่เป็นท่า ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างกะทันหันจนเธอตั้งตัวไม่ติด หัวใจดวงที่ด้านชามานานกลับเต้นโครมครามรุนแรงจนเจ็บแปลบ
รสาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อรินรดาก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยวนอยู่ปลายจมูก ความใกล้ชิดนี้ทรงพลังเกินกว่าจะต้านไหว รินรดาช้อนสายตาขึ้นมอง มองสำรวจใบหน้าเนียนที่มักจะเชิดหยิ่งอยู่เสมอ แต่ตอนนี้กลับเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาตรงขอบตาแต่ยังพยายามกลั้นไว้
"ปากแข็ง..." รินรดาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะเข้าที่กรอบหน้าของอีกฝ่ายเพื่อปลอบประโลม แต่แล้วรสา0ก็เบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว
รินรดาชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ ความรู้สึกน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาอีกระลอก "เห็นไหมคะ... ขนาดตอนนี้ คุณก็ยังเลือกที่จะถอยหนี แทนที่จะยอมเปิดใจให้กันแม้แต่นิดเดียว"
"ไม่ใช่แบบนั้น..." รสาปฏิเสธเสียงสั่น มือเรียวยื่นออกไปคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านความสั่นเทาบอกชัดเจนว่าเธอกำลังสับสนแค่ไหน "ฉันแค่... กลัว"
"กลัวอะไรคะ? กลัวว่าตัวเองจะรักฉันเหรอ?"
คำถามตรงไปตรงมานั้นพุ่งเข้าชนเป้าหมายอย่างจัง รสาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกในอก ใบหน้าสวยเฉี่ยวขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนก่อนหน้า หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์อันรุนแรง
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัวไม่แพ้กัน เธอกล้าถามออกไปแล้ว และตอนนี้เธอก็รอคอยคำตอบ... คำตอบที่จะเปลี่ยนสถานะระหว่างพวกเธอไปตลอดกาล
"ถ้าใช่... แล้วมันจะทำไมล่ะคะ" รสาหลบสายตาไม่ได้อีกต่อไป เมื่อดวงตาคู่คมตัดสินใจเงยขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ ประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังราวกับระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวน
รินรดาช็อกไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา รอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบด้วยความโล่งใจและดีใจกำลังจะระบายขึ้นบนใบหน้าของเธอ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเอื้อนเอ่ยอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ดังแกรกกราก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณรสาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! เอกสารสัญญาโปรเจกต์สำคัญถูกสับเปลี่ยน และตอนนี้ทางบอร์ดบริหารกำลังรวมตัวกันที่ห้องประชุมด่วนค่ะ!" เสียงร้อนรนของเลขานุการสาวดังทะลุบานประตูเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า
รสาหน้าถอดสีทันที ความตึงเครียดพุ่งกลับมาเกาะกุมจิตใจในพริบตา เธอดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วผละออกจากรินรดาก้าวหนึ่งอย่างจำใจ
รินรดากัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เธอเกือบจะได้คำตอบทั้งหมดอยู่แล้วเชียว!
รสาหันกลับมามองหน้าหญิงสาวรุ่นน้องแวบหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาและคำพูดที่ถูกกลืนหายไป "ฉันต้องไป..." เธอกระซิบเสียงเครียด
พูดจบ รสาก็หันหลังพุ่งตัวไปเปิดประตูห้องทันที เพื่อเตรียมเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่รออยู่เบื้องนอก โดยทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องพร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัวและอารมณ์ค้างเติ่งอย่างไม่มีทางเลือก!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ควีนบีทูโก" มาโดยตลอดนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 24
เปิดใจ (บางส่วน)
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!