กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของแอร์คอนดิショ너ปรับอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียส แต่บรรยากาศในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองกลับร้อนระอุราวกับเตาหลอม สามวันที่ผ่านมาไม่มีบทสนทนาใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่าง เสียงกระดาษพลิก และสายตาคมกริบที่ปะทะกันผ่านกระจกเงาโดยไร้เสียง
รินรดากระแทกแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ครัวด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เมื่อร่างระหงของประธานสาวเจ้าของห้องก้าวผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศ รสายังคงรักษามาดนิ่งสนิท ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยคนถืออีโก้สูงลิ่ว ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยิ่งขับเน้นออร่าความเย็นชาให้แผ่ซ่านจนคนมองอยากจะเดินเข้าไปเขย่าให้หลุดจากฟอร์มสักที
สามวันเต็มๆ ที่หน้าถอดสีของรสาในคืนนั้นถูกแช่แข็งกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งกั้นกลาง รินรดาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแบกรับปัญหาบ้าบออะไรไว้อีก ถึงได้เลือกวิธีเงียบใส่และทำตัวห่างเหินแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น... เราเกือบจะก้าวข้ามเส้นบางๆ ระหว่าง 'รูมเมตจำเป็น' ไปไกลโขแล้วแท้ๆ
รสาชะงักฝีเท้าที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบเอกสารบนโต๊ะทำงานหยุดชะงัก เธอกลืนก้อนความอึดอัดลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับสั่นไหวรุนแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมหายใจของคนด้านหลัง รสายอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าการใช้สงครามเย็นลงโทษรินรดา เป็นวิธีที่ทรมานหัวใจเธอเองมากที่สุด แต่จะให้หันไปอธิบายเรื่องยุ่งเหยิงทางธุรกิจที่กำลังรุมเร้าตอนนี้อย่างไรไหว ในเมื่อเธอยังไม่อยากดึงรินรดาให้มาแปดเปื้อนกับปัญหาโคลนตมที่เธอกำลังเผชิญอยู่
"ถ้าจะยืนมองฉันแล้วถอนหายใจเสียงดังขนาดนั้น เดินมาตบหน้ากันเลยดีกว่าไหมคะคุณรสา"
น้ำเสียงหวานติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดากอดอกแน่น ดวงตาคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังบางของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ เธอเกลียดความอึดอัดเกลียดความไม่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดเวลาที่รสาทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้
รสาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่าย ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นอย่างถือดี ปากบางเฉียบขยับเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมตบแปะกับคุณหรอกนะคะ รินรดา งานบนโต๊ะฉันมีกองเป็นภูเขา ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ จะกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง หรือจะเก็บกระเป๋าออกไปตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ ไม่มีใครรั้งคุณไว้สักหน่อย"
คำพูดเชือดเฉือนและท่าทีผลักไสไล่ส่งนั้น ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกน้ำร้อนลวกหน้า ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนสมองแทบระเบิด มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าหาอีกฝ่ายทีละก้าว จนรสาต้องเป็นฝ่ายถอยหลังกรูดไปจนชิดขอบโต๊ะทำงาน
"ปากเก่งจังนะคะ! เก่งเหลือเกินเวลาไล่คนอื่นเนี่ย!" รินรดากัดฟันกรอด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของรสา "คิดว่าฉันอยากจะทนอยู่กับคนใจร้าย ปากแข็งอย่างคุณนักรึไงคะ! ถ้าไม่อยากให้อยู่แล้วแต่แรก จะดึงฉันเข้ามาในชีวิตคุณทำไมตั้งแต่แรกเล่า!"
รสาเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบกับคำถามนั้น เธอยากจะบอกเหลือเกินว่า ที่เธอทำทั้งหมดก็เพื่อปกป้อง... แต่ทิฐิและสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่สร้างมาทั้งชีวิตกลับสั่งให้เธอต้องใจแข็งไว้
"ก็แค่ความผิดพลาดทางธุรกิจค่ะ... อย่าคิดมากไปเลย" รสาตอบเสียงเรียบ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าหัวใจจะเจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหว
"ความผิดพลาดเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะทั้งน้ำตาคลอเบ้า มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรสาไว้แน่น บีบมันเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอัดอั้นตันใจ "งั้นความรู้สึกบ้าๆ ที่มันเกิดขึ้นระหว่างเราตลอดหลายเดือนมานี้ ก็คงเป็นแค่ความผิดพลาดด้วยสินะคะ?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง รสาชะงักงัน ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับแววตัดพ้อและเจ็บปวดที่ฉายชัดในดวงตาของรินรดา ความใกล้ชิดทำให้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ลอยวนเวียนอยู่ในโสตประสาท จนสมองของประธานสาวเริ่มตื้อตัน
รินรดาจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่พูดจาร้ายกาจใส่เธอมาตลอดสามวัน ก่อนที่ความอดทนเส้นสุดท้ายจะขาดผึ่ง ร่างบางขยับเข้าไปประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง รสาตกใจจนเผลอกลั้นหายใจ แผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างจัง ดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกเมื่อเห็นรินรดาก้มหน้าลงมาใกล้ เรี่ยวแรงที่เคยมีหายวับไปกับตา ยามที่ปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายแตะลงบนแก้มเนียนเบาๆ
"ถ้ามันเป็นแค่ความผิดพลาด... ทำไมคุณถึงตัวสั่นเวลาที่ฉันเข้าใกล้ล่ะคะคุณประธาน" รินรดากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มสรางความรัญจวนใจอย่างประหลาด
รสาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมนี้ เธอยกมือขึ้นหมายจะดันอีกฝ่ายออก แต่ปลายนิ้วกลับไปแตะโดนลาดไหล่บางและเผลอขยุ้มเสื้อผ้าของรินรดาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ภูเขาน้ำแข็งนานสามวันกำลังจะทะลักทลายออกมา
"ริน... อย่า..." เสียงหวานเอ่ยปราןแผ่วเบา ไร้ซึ่งพลังจะต่อต้านอย่างที่เคยเป็น
รินรดายกยิ้มมุมปาก ความมั่นใจกลับมาเต็มเปี่ยมเมื่อเห็นท่าทีพยศลดลง เธอกำลังจะโน้มใบหน้าลงไปปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดด้วยริมฝีปากของตัวเอง ทว่า...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูกลุ่มเพนต์เฮาส์ดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่าจนกระเจิง รินรดาชะงักค้าง รสาได้สติรีบผลักร่างบางออกทันทีด้วยความตกใจ ทั้งคู่หันขวับไปมองทางประตูทางเข้าพร้อมกันด้วยความสงสัย
เสียงฝีเท้าเร่งรีบหลายคู่ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายของเลขาคนสนิทที่ดังทะลุเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ! หุ้นร่วงยกแผงเพราะข่าวฉาวเมื่อคืน... แล้วตอนนี้... มีตำรวจมาที่ล็อบบี้ค่ะ!"
รสาหน้าถอดสีทันที ดวงตาคมหันกลับมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลัง ความตึงเครียดสายใหม่พุ่งเข้าปะทะอย่างรุนแรงในทันที
- ขอบคุณที่ติดตามความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่น่าหยิกของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ -
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 23
สงครามเย็น
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!