กลิ่นอายความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศในห้องนอนใหญ่ ไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความคุุกรุ่นที่กำลังแผดเผาอยู่ระหว่างคนสองคนลงได้เลยแม้แต่น้อย
..."ฉันจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณไม่มีแรงลุกขึ้นมาเถียงฉันไปอีกสามวันเลยค่ะ... รินรดา"
ประโยคทิ้งท้ายอันตรายจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ภายนอกเธอจะเชิดหน้าขึ้น สูงอย่างคนไม่ยอมแพ้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเมื่อร่างสูงโปร่งของท่านประธานสาวอย่าง ‘รสา’ ก้าวล้ำเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนแผ่นหลังบางเกือบจะติดกับผนังห้องเย็นเยียบ
"ค่ะ? โทษฐานอะไรไม่ทราบคะท่านประธาน" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น ไหล่บางเหยียดตรง ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างเอาเรื่อง "หรือว่าแค้นที่ฉันรู้ทันแผนตื้นๆ ของคุณ ถึงได้หาข้ออ้างมาใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกฉันอีก"
รสายืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเฉี่ยวคมคายหรี่ลงเล็กน้อย รัศมีคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนรอบบริเวณแทบไร้รอยต่อ รสาก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ก็แทบจะกลายเป็นศูนย์ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ
"อำนาจเหรอคะ..." รสาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ชิดริมหูของคนปากเก่งจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินรดต้นคอระหง รินรดาเผลอหดคอหนีโดยอัตโนมัติแต่ถูกมือเรียวยาวคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว "ฉันไม่เคยต้องใช้อำนาจกับเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอกค่ะ รินรดา แต่ถ้าเป็นเรื่อง 'ดัดนิสัย' คนปากดี... ฉันถนัดเป็นพิเศษ"
"ปล่อยนะ!" รินรดาโวยวายพร้อมกับใช้มือผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่รสาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ มือข้างที่โอบเอวเธอยิ่งกระชับแน่นขึ้นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน "คุณนี่มัน... เผด็จการชะมัด! คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาทำรุ่มร่ามกับฉันตามอำเภอใจแบบนี้ หลงตัวเองหรือไงว่าฉันจะกลัวคุณ!"
รสาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เธอใช้เพียง 'สายตา' เชือดเฉือนที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดเป็นร้อยพันคำ ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงไม่หยุด ไล่เรื่อยลงมาที่ลำคอระหง และหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาสั่นระริกที่พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้หน้ากากความยโส
เป็นสายตาที่เยียบเย็น ไร้ความปรานี แต่ในขณะเดียวกันก็ลึกล้ำและร้อนรุ่มจนคนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกแผดเผาให้มอดไหม้ไปทั้งตัว
"ปากดีจังนะคะ..." รสายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับน่ากลัวและชวนใจสั่นในเวลาเดียวกัน "พูดเก่งนักใช่ไหมคะ งั้นเรามาดูกันซิว่า ถ้าฉันทำให้คุณพูดไม่ออก... คุณจะยังกล้าเชิดหน้าทำท่าทางอวดดีแบบนี้ใสฉันได้อีกนานแค่ไหน"
"คุณ... คุณจะทำอะไร!"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าสวยคมโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่าร่างกายกลับทรยศ ปฏิกิริยาตอบสนองหยุดชะงักลงไปดื้อๆ ราวกับถูกสะกดจิตด้วยเสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวของประธานสาว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ ของคนทั้งคู่ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่เย้ายวนและน่าค้นหาของรสาโชยเข้าจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน
"ฉันไม่ได้จะทำอะไร..." เสียงกระซิบพร่าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "ฉันแค่จะพิสูจน์ให้คุณเห็น... ว่าคนอย่างรินรดาไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ปากพูดสักนิด"
สิ้นคำพูดนั้น รสาก็ขยับใบหน้าเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น ดวงตาทั้งคู่ประสานกันแนบแน่นในระยะประชิด ความท้าทายในแววตารินรดากำลังจะถูกกลืนกินด้วยความวาบหวามที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบกายร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างเต็มพิกัด ทำให้คนอ่านอย่างเราๆ ต้องจิกหมอนเอาใจช่วยกับความปากแข็งของนางเอกและเล่ห์เหลี่ยมของท่านประธานตัวร้าย
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแตะสัมผัสกันเพื่อปิดฉากการปะทะคารมด้วยวิธีที่ร้อนแรงที่สุด...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมพิศวาสลงในพริบตา ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณรสาคะ! แย่แล้วค่ะ! เอกสารโครงการด่วนที่สุดที่ต้องส่งให้บอร์ดบริหารตอนเช้า... หายไปจากห้องทำงานค่ะ!"
รสาชะงักกึก เปลือกตาที่กำลังจะหลับลงเพื่อรับสัมผัสเปิดโพลงขึ้นทันที ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด เธอนิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่กึ่งกอดกึ่งคร่อมรินรดาอยู่บนผนังห้อง
ส่วนรินรดา... แม้จะรอดพ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนเมื่อครู่ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจเลยสักนิด เธอกลับรู้สึก 'เสียดาย' ลึกๆ อย่างน่าประหลาดใจ—
—และก่อนที่รสาจะทันได้ผละตัวออกด้วยความหัวเสีย เสียงเปิดประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของเลขาฯ สาวหน้าตาตื่น โดยไม่สนิทว่าเจ้าของห้องจะล็อคประตูไว้หรือไม่!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 10
ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!