ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 9

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความดุดันของแบรนด์นิชที่ลอยอวลอยู่ในความมืด คือสิ่งแรกที่ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของรินรดาให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ไม่ใช่กลิ่นเย็นสะอาดของรสา... และแน่นอนว่าไม่ใช่กลิ่นกายของเธอเอง "คลิก..." เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดังซ้ำอีกครั้งราวกับจะตอกย้ำว่า ทางหนีถูกตัดขาดลงอย่างสมบูรณ์แบบ รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามรากระัวิตอยู่ในลำคอ ความมืดสลัวที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างไม่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาอย่างคุ้นชิน ร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง ก่อนที่แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือจะสว่างวาบขึ้น แสงสีฟ้าสะท้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจสภาพเตียงนอนยับยู่ยี่และเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยของเธอด้วยแววตาวิเคราะห์ "ตกใจอะไรคะ ริน... คิดว่าใครเดินเข้ามาเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับเจ้าของร่างนั้นที่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แสงจากหน้าจอมือถือสาดกระทบใบหน้าของ 'กรณ์' อดีตคนรักเก่าที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองปีก่อน ทิ้งไว้เพียงบาดแผลและความเสียหายทางธุรกิจมหาศาลที่เกือบทำให้รินรดาล้มละลาย "นายเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!" รินรดาดีดตัวลุกขึ้นยืนหลังชิดหัวเตียง มือเรียวคว้าหมอนอิงมาเป็นเกราะกำบังโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวแต่ซ่อนความสั่นไหวไว้เบื้องลึก "ที่นี่คอนโดส่วนตัว และฉันไม่ได้อนุญาตให้นายเข้ามา! ออกไปซะ!" "ห้องส่วนตัวเหรอคะ?" กรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาโยนกุญแจสำรองดอกหนึ่งลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ี่แยแส "อย่าลืมสิคะว่ารินเคยไว้ใจฉันมากแค่ไหน กุญแจสำรองดอกนี้... รินเป็นคนยื่นให้ฉันเองกับมือเมื่อก่อนที่เราจะ... มีเรื่องเข้าใจผิดกัน" "เรื่องเข้าใจผิดบ้าบออะไรของนาย! สิ่งที่นายทำมันคือการหักหลัง ฉกชิงเงินทุนแล้วหนีหายไปต่างประเทศต่างหาก!" รินรดาแผดเสียงลอดไรฟัน พยายามกดเสียงไม่ให้ดังไปถึงห้องนอนอีกฝั่งที่รสาอาจจะกำลังพักผ่อนอยู่ ความกลัวไม่ได้มีไว้สำหรับตัวเธอเองในตอนนี้ แต่มันคือความกังวลว่าท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่งคนนั้นจะเข้ามาเห็นภาพความอ่อนแอในอดีตของเธอ กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดเตียงอีกก้าว มือหนายื่นออกหมายจะคว้าจับข้อแขนเรียวของเธอ แต่รินรดาไวกว่า เธอปัดมือนั้นออกอย่างแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังเพียะ! "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" "ใจร้ายจังนะคะ..." กรณ์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยความท้าทาย เขาสืบเท้าเข้าหาจนรินรดาต้องถอยร่นจนแผ่นหลังติดชิดผนังห้อง "ตลอดสองปีที่ผ่านมา ฉันไปสร้างเนื้อสร้างตัวที่ต่างประเทศมาตามสัญญาแล้วนะคะ รินก็รู้ว่าที่ฉันต้องทำแบบนั้นเพราะสถานการณ์มันบังคับ... แต่ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว กลับมาเพื่อทวงทุกอย่างที่เป็นของฉันคืน" "รวมถึงฉันด้วยงั้นสิ?" เสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแทรกขึ้นจากความมืดบริเวณประตูด้านใน ทำเอาทั้งรินรดาและกรณ์สะดุ้งสุดตัว รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของรสาปรากฏขึ้นในชุดนอนผ้าไหมสีเข้ม เส้นผมยาวสลวยที่มักจะรวบตึงอย่างไร้ที่ติในยามทำงาน บัดนี้ปล่อยสยายเคลียไหล่บาง ทว่าแววตาและบรรยากาศรอบตัวเธอกลับหนתทึบและอันตรายยิ่งกว่าอากาศติดลบ รสายืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคู่คมกวาดมองกรณ์หัวจรดเท้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "คุณเป็นใคร? และมีสิทธิ์อะไรมาเหยียบห้องของ *รูมเมต* ดิฉันยามวิกาลแบบนี้คะ?" รสาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ กรณ์หันไปมองหน้าผู้มาใหม่ รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับออร่าความทรงอำนาจของท่านประธานสาว แต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความกวนประสาทตามนิสัยเดิม "ผมเหรอครับ? ผมเป็น *แฟนเก่า* ของริน... คนที่เคยผูกพันกันลึกซึ้งชนิดที่คนเป็นรูมเมตอย่างคุณ... อาจจะไม่เคยสัมผัสด้วยซ้ำ" กรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่าแฟนเก่าพร้อมกับส่งสายตาเชิงเปรียบเปรยมาที่รสา รินรดากลั้นหายใจ เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อยากจะพุ่งเข้าไปตบปากคนอวดดีสักทีสองที ข้อหาพูดจาสกปรกต่อหน้าคนอื่น แต่เธอยังไม่ทันได้ขยับตัว รสาเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวตัดหน้า ท่านประธานสาวก้าวเท้าเดินช้าๆ ออกมาจากความมืด เสียงส้นรองเท้าแตะกระทบพื้นห้องเบาหวิวแต่กลับทรงพลังกดดันเสียยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าของม้าศึก รสาเดินมาหยุดยืนเคียงข้างเตียงนอน ใกล้กับรินรดาเสียจนแผ่นหลังของรินรดาเกือบแนบชิดกับไหล่ของเธอ รสาเหลือบสายตามามองรินรดาแวบหนึ่ง แววตานั้นไม่มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความนิ่งสงบที่น่ากลัว... นิ่งสงบก่อนที่พายุใหญ่จะพัดถล่ม ก่อนที่รสาจะหันกลับไปสบตากรณ์ตรงๆ มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่เย็นเยือกถึงขั้วหัวใจ "แฟนเก่าเหรอคะ?" รสาเอ่ยทวนคำ เสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือน "น่าขันสิ้นดี... คนที่ถูกไล่ออกนอกประเทศเหมือนสุนัขจนตรอก มีหน้ามากล้าเคลมว่าตัวเองเป็นเจ้าของของๆ คนอื่นอีกงั้นเหรอคะ?" กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มกวนประสาทมลายหายไป "คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงพูดจา...!" "ดิฉันจะเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่า..." รสาขยับตัวเข้าไปประชิดกรณ์มากขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว แม้รสาจะตัวเล็กกว่า แต่พลังกดดันกลับเหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด "ตอนนี้... คนที่ยืนอยู่ในห้องนี้อย่างไร้สิทธิ์ และกำลังสร้างความรำคาญให้เจ้าของห้อง... คือคุณค่ะ" รสาปรายตามองกุญแจสำรองบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะปัดมันลงพื้นด้วยปลายนิ้วอย่างไม่ไยดี เสียงกุญแจกระทบพื้นดังเค้งคว้าง "เชิญไสหัวออกไปจากห้องของดิฉัน... ก่อนที่ดิฉันจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกเคหสถานยามวิกาล... และข้อหาทำให้ดิฉันหงุดหงิดจนอยากจะทำลายธุรกิจครอบครัวคุณให้ราบคาบภายในสิบวินาที" กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของรสา ประธานสาวผู้กุมบังเหียนบริษัทใหญ่โตในมือ ชื่อเสียงด้านความเด็ดขาดของเธอนั้นเป็นของจริง ไม่ใช่แค่คำขู่ลมๆ แล้งๆ เขากัดฟันกรอด ส่งสายตาอาฆาตมาที่รินรดาก่อนจะยอมหันหลังเดินถอยกรูดไปที่ประตู "เรายังไม่จบกันแค่นี้แน่ ริน..." กรณ์ขู่ลอดไรฟันก่อนจะผลักประตูเดินออกไปแล้วกระแทกปิดเสียงดังปัง! ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจยังคงเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอหันไปมองรสาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเรียบเฉยจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ รินรดาเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดกับความเงียบและสายตาที่รสาใช้มองมา จึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ที่หาได้ยาก "เอ่อ... ขอบคุณนะ... ที่ช่วยไล่เขาไป" รสาไม่ตอบทันที เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหันขวับมามองหน้าสาวมั่นปากไวอย่างรินรดาเต็มตา ดวงตาคู่คมกริบฉายแววคุกรุ่นบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ช่วยเหรอคะ?" รสาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม "คุณคิดว่าฉันช่วยคุณเหรอ... รินรดา?" "อ้าว... ก็เมื่อกี้..." "ฉันแค่รำคาญเสียงน่ารำคาญของพวกผู้ชายห่วยๆ ที่ไม่มีปัญญาดูแลผู้หญิงของตัวเองต่างหากล่ะคะ!" รสาตัดบทเสียงกร้าว แววตาไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ "แล้วก็เลิกทำหน้าตาตื่นตระหนกแบบนั้นใส่ฉันสักที... ไหนคุณบอกว่าตัวเองเป็นคนเก่ง ไม่ยอมก้มหัวให้ใครไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเวลาเจอหน้าแฟนเก่าถึงได้ทำตัวเหมือนลูกนกตกน้ำแบบนั้นล่ะ หรือว่า... ลึกๆ ในใจ คุณยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่?" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่ารสาจะพ่นคำพูดจิกกัดรุนแรงแบบนี้ออกมา ทั้งที่เธอกำลังจะซาบซึ้งอยู่รอมร่อ "นี่คุณ! พูดบ้าอะไรเนี่ย! ฉันจะไปอาลัยอาวรณ์ไอ้สารเลวนั่นทำไม!" "ถ้าไม่ได้อาลัยอาวรณ์... แล้วทำไมตัวคุณถึงได้สั่นขนาดนั้นตอนที่มันแตะต้องตัวคุณล่ะคะ?" รสาถามเสียงห้วน พลางก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนติดกับผนังห้องอีกรอบ ทว่าครั้งนี้... ไม่มีช่องว่างระหว่างพวกเธออีกแล้ว รสาใช้สองแขนค้ำยันผนังกักขังร่างของรินรดาไว้ตรงกลาง ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความสลัว รสาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดาราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ร...รสา คุณจะทำอะไร ถอยไปนะ" รินรดาใจเต้นรัวยิ่งกว่าตอนที่กรณ์เข้ามาเสียอีก ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปไกลลิบ รสายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและเย้ายวนในคราวเดียวกัน นิ้วเรียวสวยเอื้อมขึ้นมาแตะไล้กรอบหน้าของรินรดาแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนลงมาหยุดที่คางมน บังคับให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสและสบตากับเธอตรงๆ "ถ้าคุณยังกล้าทำหน้าตาแบบเมื่อกี้ให้ผู้ชายคนอื่นเห็นอีก... หรือถ้าคุณยังกล้าให้ใครหน้าไหนเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน..." รสาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของรินรดา เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลังจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "...ฉันจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณไม่มีแรงลุกขึ้นมาเถียงฉันไปอีกสามวันเลยค่ะ... รินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปพร้อมกับควีนบีทูโกนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%