เสียงเปรี้ยงปร้างของสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางดึกราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แรงสั่นสะเทือนจากพายุโหมกระหน่ำด้านนอกทำให้กระจกบานใสของเพนต์เฮوسหรูสั่นสะท้าน รินรดาผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความหงุดหงิด เธอขยี้ผมยาวสลวยของตัวเองอย่างแรง ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องนอนกว้างที่มืดสนิท มีเพียงแสงวาบสีขาวอมม่วงจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังขดตัวอยู่มุมห้อง
ให้ตายเถอะ... นี่มันดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยัยท่านประธานน้ำแข็งของเธอยังจะมาเล่นซ่อนแอบอะไรอีก
"นี่คุณรสา จะนั่งทำเท่เป็นรูปปั้นหินอยู่ที่มุมห้องอีกนานไหมคะ? ไฟดับแค่นี้ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นความมืด" รินรดาเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อย แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากร่างที่นั่งกอดเข่าอยู่ตรงนั้น นอกจากเสียงลมหายใจที่ถี่กระชั้นกว่าปกติ
ความผิดปกติบางอย่างทำให้รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ เธอยันกายลุกขึ้นเดินฝ่าความมืดเข้าไปใกล้ โดยใช้แสงวาบจากสายฟ้าเป็นตัวนำทาง และเมื่อเข้ามาใกล้จนระยะประชิด หัวใจดวงน้อยก็กระตุกวูบ
รสา... ผู้หญิงที่มักจะเชิดหน้าชูตา เย่อหยิ่ง และถือคติว่าตัวเองคือนิยามของความสมบูรณ์แบบ ตอนนี้กลับกำลังตัวสั่นเทา ใบหน้าสวยเฉี่ยวก้มมุดซบลงกับหัวเข่า แผ่นหลังบางไหวระริกอย่างน่าสงสาร มือเรียวที่เคยถือปากกาเซ็นเอกสารอย่างไร้ความปรานี บัดนี้กำลังจิกทึ้งเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
พายุฝนข้างนอกกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่กระจกห้องนอนราวกับอสูรกายกำลังอาละวาด และทุกครั้งที่เสียงฟ้าร้องคำราม รสาจะสะดุ้งเฮือกพร้อมกับห่อไหล่เข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก
"รสา..." รินรดาเผลอหลุดปากเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความหมั่นไส้ที่มีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างคนนี้ จะมีมุมที่เปราะบางและน่าสมเพชเวทนาถึงเพียงนี้
"อย่า... อย่ามอง" เสียงหวานที่เคยตวาดกร้าวใส่เธอนับครั้งไม่ถ้วน ตอนนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ รสาพยายามเงยหน้าขึ้นมาทำเป็นเก่ง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส และเต็มนไปด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
รินรดายืนนิ่งงันอยู่ชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า แต่สัญชาตญาณบางอย่างมันสั่งการเร็วกว่าความคิด เรียวขาภายใต้ชุดนอนผ้าซาตินก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าทันที เธอนั่งยลงตรงหน้า รวบมือที่สั่นเทานั้นเข้ามากุมไว้ด้วยความแน่นหนา
"จะกลัวอะไรนักหนากับอีแค่เสียงฟ้าผ่าคะ ท่านประธานคนเก่งหายไปไหนซะแล้วล่ะ" รินรดาแกล้งเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งล้อเลียน หวังจะดึงสติคนตรงหน้าให้หลุดพ้นจากภวังค์ความกลัว
"เธอ... เธอไม่เข้าใจหรอก รินรดา..." รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เสียงกระซิบสั่นเครือลอดไรฟันออกมาอย่างน่าสงสาร "มัน... มันเหมือนตอนนั้น..."
"ตอนไหน?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ยามที่นิ้วเรียวของเธอเผลอบีบนวดหลังมือที่เย็นเฉียบของอีกฝ่ายเพื่อถ่าย 1 ทอดความอบอุ่นไปให้
"ช่างมันเถอะน่า..." รสาเบือนหน้าหนีความจริง พยายามจะดึงมือกลับ แต่มีหรือที่รินรดาจะยอมปล่อย ในเมื่อตอนนี้รสาดูเหมือนลูกแมวตกน้ำที่ไร้ทางสู้เสียยิ่งกว่าอะไร
"ถ้าไม่บอกฉันก็จะไม่ปล่อยนะคะ" รินรดายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกันในความมืด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวลอยละลิ่วปะปนกับความชื้นของไอฝน ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวมันตลบอบอวลไปด้วยความรู้สึกประหลาด "ไหนๆ เราก็ติดอยู่ในห้องนี้ด้วยกันแล้ว มีอะไรก็แบ่งปันกันบ้างสิคะคุณท่านประธาน หรือว่า... กลัวจนพูดไม่ออกแล้ว?"
รสาตวัดสายตาขึ้นมามองค้อนทันที แม้ในความมืดจะเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่รินรดาก็สัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองที่เจืออยู่ในแววตานั้น "เธอนี่มัน... ปากเสียชะมัด ใครเขาอยากจะมาอ่อนแอให้คนปากจัดอย่างเธอเห็นกันเล่า"
"อ้าว พูดแบบนี้ก็ไม่สวยนะคะ ฉันอุตส่าห์ใจดีมานั่งเป็นเพื่อนแก้เหงาให้ตอนผีหลอกนะเนี่ย" รินรดายิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปนั่งชิดติดตัวจนไหล่แนบชิดกัน "หรือว่า... จริงๆ แล้วคุณไม่ได้กลัวฟ้าผ่า แต่กลัวว่าฉันจะฉวยโอกาสปล้ำคุณกันแน่คะ?"
"หลงตัวเอง!" รสาแหวใส่เบาๆ แต่แปลกที่ความกลัวเมื่อครู่กลับเจือจางลงไปถนัดตาเมื่อมีไออุ่นจากตัวของรินรดาเข้ามาแทนที่ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดไม่ขาดสาย
รินรดาลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่นั่งเงียบ รiสาหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้น แม้ร่างกายจะยังคงเกร็งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สั่นเทาเหมือนตอนแรกแล้ว ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจทำให้รินรดาเผลอยื่นมือออกไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากเนียนให้อย่างเบามือ
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รสาชะงัก ลืมตาขึ้นมาสบตากับคนข้างกายในความมืด ระยะห่างระหว่างพวกเธอสั้นลงจนแทบจะกลืนกินลมหายใจของกันและกัน หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรงเมื่อสายตาของรสาไม่ได้มองมาด้วยความดุดันเหมือนเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสับสนและ... ความโหยหาบางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ
"รสา..." รินรดาเผลอครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ยามที่ปลายนิ้วยังคงแตะอยู่ที่แก้มเนียนนุ่ม
ดวงตากลมโตของรสาไหวระริก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง และก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งตัว รสาเป็นฝ่ายขยับเข้ามาใกล้... ใกล้จนริมฝีปากของพวกเธอเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศอันชวนใจเต้นระส่ำนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ รสาผงะถอยหลังออกห่างทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยแดงก่ำขึ้นมาในความมืดด้วยความกระอักกระอ่วน ส่วนรินรดาก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ ไล่ความมึนงงออกจากหัว
รินรดาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ใครกันนะที่กล้าโทรมาขัดจังหวะสำคัญแบบนี้! หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นในความมืดเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชท แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอกลับไม่ใช่ข้อความธรรมดา แต่มันคือรูปถ่ายใบเสร็จบางอย่างที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลก พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
*['ความลับเรื่องบริษัทของคุณพ่อ... กำลังจะถูกแฉพรุ่งนี้เช้า เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย']*
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ เธอยังไม่ทันได้ตั้งสติ ประตูห้องนอนที่ควรจะล็อกสนิทจากด้านใน ก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนค่อยๆ ผลักเปิดเข้ามาในความมืดช้าๆ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของยัยท่านประธานกันนะคะ
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 8
คืนที่ฝนตก
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!