กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะแรงลมจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นเฉียบ หากแต่มาจากแรงอารมณ์ที่กำลังตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากวาดสายตามองตัวอักษรทุกตัวบนสัญญาจ้างฉบับนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับหวังว่าตัวหนังสือเหล่านั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น... หวังว่ามันจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เป็นเกมบ้าๆ ที่ท่านประธานจอมเผด็จการอย่าง ‘รสา’ นึกสนุกอยากสร้างขึ้นมาเพื่อปั่นหัวเธอเล่น
แต่มันไม่ใช่... ทุกตัวอักษร ทุกเงื่อนไข และลายเซ็นบรรจงที่ปรากฏอยู่เบื้องล่าง ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจที่ถูกตีราคาไว้เรียบร้อยแล้ว
"สนุกมากไหมคะ ที่ได้หลอกให้ฉันตายใจ?"
เสียงหวานที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบเย็นชาจนน่ากลัว รสายืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องทำงาน ม่านตาของท่านประธานสาวไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาทับทิมที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอหน่วยแต่ไม่ยอมไหลร่วงลงมา ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามความเคยชิน
"ริน... ฟังฉันก่อนนะคะ เรื่องนี้มันมีเหตุผล..." รสาขยับตัวก้าวเข้ามาหา ทว่ารินรดากลับถอยหลังกรูดราวกับรังเกียจสัมผัสจากอีกฝ่าย
"เหตุผลอะไรล่ะคะ? เหตุผลที่ว่าฉันมันก็แค่พนักงานราคาถูกที่ถูกซื้อตัวมาเพื่อเป็นฉากหน้าให้คุณไต่เต้า หรือเหตุผลที่ว่าความรู้สึกทั้งหมดที่ฉันมีให้คุณ มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานที่ต้องทำให้สำเร็จตามสัญญา!" น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ไหล่บางไหวสะท้านด้วยแรงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ หัวใจที่เคยเต้นแรงยามอยู่ใกล้คนตรงหน้า บัดนี้กลับรู้สึกเจ็บแปลบราับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
"ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นแค่สินค้า..." รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดไม่แพ้กัน "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา..."
"หยุดพูดเถอะค่ะ!" รินรดาตวาดลั่น หยาดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ในที่สุดก็ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม "ฉันเกลียดคนโกหก และที่สำคัญที่สุด... ฉันเกลียดตัวเองที่ดันโง่เชื่อใจคนที่ไม่มีหัวใจอย่างคุณ!"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็หันหลังขวับ เดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง กระเป๋าเดินทางใบโตถูกลากออกมากวาดเสื้อผ้าข้าวของยัดใส่เข้าไปอย่างไม่เป็นระเบียบ ความโกรธ ความเสียใจ และความผิดหวังปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก มือเรียวสั่นเทาขณะรูดซิบกระเป๋า เสียงข้าวของกระทบกันดังลั่นห้องเป็นสัญญาณแห่งการตัดขาด
รสาตามเข้ามาในห้อง ยื้อยุดจับข้อมือบางไว้แน่นด้วยความร้อนรน "จะไปไหนคะ ดึกดื่นแบบนี้เธอจะไปไหน รินรดา ตั้งสติก่อน!"
"ปล่อยค่ะ!" รินรดาสลัดข้อมือออกอย่างแรง หันมาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ "ตัวจริงเสียงจริงของคุณฉันก็เห็นหมดแล้ว จะรั้งฉันไว้ทำไมอีกคะ? อยู่ต่อเพื่อให้คุณหัวเราะเยาะในความโง่ของฉันงั้นเหรอ? พอใจหรือยังล่ะคะกับเกมนี้ คุณชนะแล้ว... พอใจหรือยัง!"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจสะอื้นเบาๆ ของคนตัวเล็ก รสายืนนิ่งค้าง ร่างเพรียวชาหนึบไปทั้งตัว คำพูดเชือดเฉือนของรินรดากรีดแทงลึกลงไปในขั้วหัวใจยิ่งกว่ารอยแผลใดๆ ในชีวิต เธอยกมือขึ้นจะคว้าตัวคนรักไว้อีกครั้ง แต่ทว่า... รินรดากลับสะพายกระเป๋า เดินเลี่ยงผ่านเธอไปอย่างไร้เยื่อใย
แกร๊ก!
เสียงปิดประตูห้องนอนดังสนั่น ตามด้วยเสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่เคลื่อนตัวออกไปห่างเรื่อยๆ รสายืนช็อกค้างอยู่กลางห้อง ขาเรียวไร้เรี่ยวแรงจะก้าวตาม ความรู้สึกหน็บหนาวแล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่าเท้าเข้าสู่หัวใจ ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะพังทลายลงไปกองกับพื้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความเจ็บปวดให้หยุดชะงัก
ปัง! ปัง! ปัง!
"รสา! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่ไม่คาดฝันแว่วดังเข้ามา พร้อมกับที่บานประตูห้องชุดถูกเปิดผางเข้ามาด้วยฝีมือของคนนอกที่ถือคีย์การ์ดสำรองไว้!
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อร่างสูงใหญ่ของ ‘ใครบางคน’ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมาให้เธอ และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหม่ที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ ควีนบีทูโกสัญญาว่าตอนหน้าแซ่บและหน่วงกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 27
แตกหัก
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!