เสียงไม้เท้าหัวมังกรของท่านเจ้าasสาดซัดกระทบพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงก้องกังวาน บรรยากาศภายในห้องชุดหรูหราที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นอายความอึดอัดระหว่างสองสาว พลันถูกแช่แข็งด้วยความกดดันระดับสิบสองริกเตอร์ รสาตวัดสายตาคมกริบมองผู้เป็นพ่อที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู แผ่นหลังบางเหยียดตรงอัตโนมัติราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตีชุบมาอย่างดี ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้น มีเพียงประกายไฟแห่งการต่อต้านที่ลุกโชนท้าทาย
"กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้ รสา!" เสียงประกาศิตของท่านประธานอาวุโสแห่งตระกูลดังกระฮึ่มก้อง ดังก้องจนรินรดาที่ยืนถือสายสะพายกระเป๋าอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อตั้งสติ ดวงตาคู่สวยกวาดมองชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสามคนที่ยืนปิดทางออกไว้อย่างมิดชิด สถานการณ์นี้มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพยนตร์แอคชั่นฮอลลีวูด—การคลุมถุงชนที่รสาปฏิเสธมาตลอดกำลังจะถูกบังคับด้วยกำลัง
"คุณพ่อคะ กรุณาให้เกียรติสถานที่นี่ด้วยค่ะ" รสาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกัน ไม่มีความสั่นเครือเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบังร่างของรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ "และที่สำคัญ... เลิกยัดเยียดผู้ชายไร้รสนิยมคนนั้นให้หนูเสียที หนูโตพอที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองแล้วค่ะ"
"สามหาว!" ผู้เป็นพ่อคำรามลั่น ใบหน้ายับย่นตามวัยแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกบุตรสาวหักหน้าต่อหน้าคนสนิท "แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวแบบนี้! งานแต่งงานระหว่างตระกูลเรากับตระกูลค ‘ณ ภัทร’ ถูกกำหนดไว้หมดแล้ว แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ! ส่วนเธอ..." ปลายไม้เท้าถูกชี้ตรงมาที่รินรดาอย่างไร้ความเกรงใจ "ผู้หญิงขายวิญญาณคนนี้คือตัวปัญหาที่ทำให้แกเสียคนใช่ไหมรสา!"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้ในใจจะเต้นรัวระรัวเหมือนกลองเพล แต่ DNA ของความเป็นสาวมั่นตัวแม่ไม่มีทางยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำง่ายๆ เธอก้าวออกมาจากเงาของรสา เชิดหน้าขึ้นสบตาชายสูงวัยอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านประธานคะ คำก็ผู้หญิงขายวิญญาณ สองก็ตัวปัญหา... รบกวนช่วยเช็คเครดิตบูโรและสถานะทางบัญชีของบริษัทคุณลุงก่อนจะมาชี้นิ้วสั่งใครนะคะ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยยาพิษ "บริษัทของคุณลุงกำลังจะล้มละลายเพราะโปรเจกต์กาสิโนมาเก๊าล่มไม่ใช่เหรอคะ ถึงต้องเอาลูกสาวมาเร่ขายแลกทุนสนับสนุนแบบนี้... น่าสมเพชจังค่ะ"
"นังเด็กปากดี!" เงื้อมมือของบิดารสาเงื้อมขึ้นสูงหมายจะตบลงบนใบหน้าเรียวสวยของรินรดาด้วยความบันดาลโทสะ
*เพี้ยะ!*
ไม่ใช่เสียงเนื้อกระทบเนื้อ แต่เป็นเสียงข้อมือของบิดาถูกปัดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของรสาเอง รสากำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์จนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ เธอยืนหยัดขวางกั้นระหว่างบิดากับรินรดาอย่างเด็ดเดี่ยว
"อย่าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว!" รสาประกาศกร้าว น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่หนักแน่นราวกับภูผา "ถ้าคุณพ่อคิดจะใช้กำลังบังคับหนล่ะก็... เชิญเช็คบิลหุ้นทั้งหมดที่หนูถืออยู่ได้เลยค่ะ เพราะหนูจะลาออกจากทุกตำแหน่ง และตัดขาดจากตระกูลนี้ในวินาทีนี้ทันที!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชุดชั่วขณะ ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่งจะกล้าประกาศกร้าวตัดขาดตระกูลเพื่อผู้หญิงคนเดียว บิดารสาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ลมหายใจกระชั้นชิดด้วยความโกรธและตกใจระคนกัน
"แ-แก... แกกล้าทรยศเลือดเนื้อตัวเองเพื่ออีเด็กนี่เนี่ยนะ!"
"ใช่ค่ะ หนูเลือกแล้ว" รสาหันกลับไปมองรินรดาชั่วพริบตา แววตาเย็นชาคู่นั้นอ่อนแสงลงเหลือเพียงความลึกซึ้งที่สื่อความหมายชัดเจน ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับบิดา "หนูเลือกคนของหนู... และไม่มีวันเปลี่ยนใจ ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่หนูมีก็ตาม"
รินรดากลืนน้ำฝาดเหนียวลงคอ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นแปลกประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางสถานการณ์ที่ระอุเป็นไฟ เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยปากร้าย เย่อหยิ่ง และน่าหมั่นไส้ในสายตาเธอวันแรก จะยืนหยัดปกป้องเธอด้วยเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
"ดี... ดีมาก!" บิดารสาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง "ในเมื่อแกเลือกทางนี้แล้ว ก็อย่ามาเหยียบตระกูลเราอีก! และจำไว้... แกจะไม่มีวันได้มรดกแม้แต่บาทเดียว!"
"เชิญเอาไปให้หมดค่ะ หนูไม่ต้องการอะไรจากพวกท่านทั้งสิ้นนอกจาก... 'อิสรภาพ' ของหนู"
สิ้นคำประกาศิตของรสา บิดาก็สะบัดหน้าหนีด้วยความเกรี้ยวกราด สั่งให้บอดี้การ์ดทั้งสามถอยร่นออกไปก่อนที่เขาจะทุบไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังสนั่นแล้วก้าวเดินจากไปอย่างหัวเสีย ประตูห้องถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงจนผนังสะเทือน
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่หัวใจของสองสาวกลับเต้นระรัวราวกับผ่านสนามรบมาหมาดๆ รสาถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง เธอยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" รสาเอ่ยเสียงเรียบตามสไตล์เดิม พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
รินรดาไม่ได้ตอบทันที เธอก้าวเข้าไปใกล้ท่านประธานสาวทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา รินรดายื่นมือออกไปแตะเบาๆ ที่ข้อมือข้างที่รสาใช้ปกป้องเธอเมื่อครู่ ผิวเนื้อของอีกฝ่ายเย็นเฉียบแต่กลับสร้างความอบอุ่นล้ำลึกในหัวใจ
"นี่..." รินรดาเอ่ยเสียงนุ่ม แตกต่างจากความฉะฉานเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "เมื่อกี้พูดจริงเหรอคะที่บอกว่า... เลือกฉันน่ะ?"
รสาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหลบวบไปทางอื่นอย่างไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเชิดขึ้นตามฟอร์ม
"ใครพูด เล่นลิ้นอะไรของคุณ ฉันก็แค่... พูดตามสถานการณ์แก้ขัดต่างหากเล่า อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยรินรดา"
"อ้าวเหรอคะ นึกว่าสารภาพรักซะอีก..." รินรดายิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับเข้าไปประชิดตัวจนรสาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องโดยปริัต รินรดายกมือขึ้นเท้ากำแพงกักตัวท่านประธานสาวไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดแก้มเนียน "แต่เมื่อกี้... เท่เป็นบ้าเลยค่ะท่านประธาน ขอบคุณนะคะที่ปกป้องฉัน"
รสาหัวใจเต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าของรินรดาอยู่ห่างกันแค่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหญิงสาวตรงหน้าชวนให้สติกระเจิดกระเจิง รสาพยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ถูกปลายนิ้วเรียวของรินรดาเชยคางให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"ปล่อยนะรินรดา ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะที่จะมา..."
"แต่ฉันอยากเป็นเด็กในคาถาของคุณ..." รินรดากระซิบเสียงพร่า แววตาพราวเสน่ห์จดจ้องริมฝีปากอิ่มของรสาอย่างเปิดเผย "ในเมื่อคุณประกาศกร้าวตัดขาดตระกูลเพื่อฉันแล้ว... งั้นคืนนี้เรามาคุยเรื่อง 'ค่าเสียหาย' ทางใจที่คุณต้องรับผิดชอบกันหน่อยดีไหมคะ ท่านประธานคนสวย"
รสายังไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธ เสียงกริ่งหน้าห้องชุดก็ดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศชวนใจเต้นระทึก รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ ส่วนรสาแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก (ที่ปนความเสียดายเล็กน้อย) หญิงสาวทั้งสองผละออกจากกันอย่างจำใจ รสาก้าวเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลแบบนี้
แต่ทว่า... ทันทีที่ภาพบนหน้าจอปรากฏขึ้น ดวงตาสนเท่ห์ของรสาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา รินรดาที่เดินตามมามองข้ามไหล่ขึ้นไปดูถึงกับอุทานออกมาเบาๆ อย่างตกใจ
เพราะร่างสูงสง่าที่ยืนกดกริ่งอยู่หน้าประตูห้องของพวกเธอในตอนนี้ คือบุคคลอันตรายที่พวกเธอไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาโผล่ที่นี่... และเขากำลังส่งยิ้มเย็นเยียบผ่านเลนส์กล้องตรงมาที่พวกเธอ!
ด้วยรักและอินจัด
"ควีนบีทูโก"ค่ะ
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 26
รสาผู้ไม่ยอมแพ้
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!