"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มกวนประสาทของ ‘ดนุนัย’ คู่อริทางธุรกิจตัวฉกาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักรีสอร์ทสุดหรูริมผา บรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติกลับถูกแช่แข็งด้วยสายตาคมกริบของรสา ท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่งที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเขียวมรกต โดยมีรินรดายืนค้ำหัวถือผ้าเช็ดผมค้างเติ่งอยู่ใกล้ๆ ในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดปลายจมูกคงจะชนกันพอดี
รินรดาเบ้หน้าเล็กน้อยด้วยความขัดเคือง หล่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกรำคาญ ก่อนจะลดมือที่ถือผ้าขนหนูลงแล้วหันไปเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยรอยยิ้มปั้นแต่งที่ไปไม่ถึงดวงตา
"รู้ตัวก็ดีค่ะคุณดนู ประตูรีสอร์ทออกจะกว้างใหญ่ไพศาล ทำไมรสนิยมการเดินเข้าห้องคนอื่นถึงได้ต่ำตมจนน่าตกใจแบบนี้ล่ะคะ" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มีดโกนอาบน้ำผึ้งชัดๆ
ดนุนัยไหวไหล่เบาๆ ไม่สะทกสะท้านกับวาจาเชือดเฉือน เขาสวมชุดลำลองเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวกับกางเกงขาสั้น รอยยิ้มมุมปากเคลือบยาพิษส่งตรงมายังรสาที่ยังคงนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"ผมก็แค่ผ่านมา... แล้วบังเอิญเห็นว่าท่านประธานคนเก่งของเราดูท่าทางเครียดๆ กับงานโปรเจกต์นี้ จนต้องลากรูมเมตมาปรับทุกข์ถึงต่างจังหวัด ก็เลยหวังดีแวะมาทักทายในฐานะ 'คนคุ้นเคย' เท่านั้นเองครับ" สายตาของดนุนัยเหลือบมองรสาด้วยแววตากรุ้มกริ่มที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้มิด
รสาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันที หญิงสาวปรายตามองดนุนัยด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับมองเศษขยะชิ้นหนึ่งที่เกะกะสายตา
"ถ้าการทักทายของคุณมันหมายถึงการเสียมารยาทอย่างไร้คลาสแบบนี้ ฉันแนะนำให้เอาเวลาว่างไปพัฒนาสมองส่วนหน้าให้มากกว่าการมายืนเห่าหอนหน้าห้องคนอื่นนะคะคุณดนู เชิญค่ะ!" รสาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นิเรียวชี้ไปทางประตูทางออกอย่างไร้เยื่อใย
ดนุนัยหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา เขายักคิ้วให้รินรดาก่อนจะยอมหมุนตัวเดินกลับออกไป พร้อมกับบานประตูกระจกที่ปิดลงจนเกิดเสียงทึบเบاๆ
ครั้นความวุ่นวายผ่านพ้นไป ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองอีกครั้ง รินรดากลืนน้ำลายลงคออึ้งใหญ่ หันกลับมามองเจ้านายสาวที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะเหล็กหนาเริ่มปริแตกออกทีละน้อย ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาทะเลสาบระยิบระยับ
"ไหวไหมคะท่านประธาน?" รินรดาลดน้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวลงมาเป็นความอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว หล่อนทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าโซฟาที่รสาประทับอยู่ เอื้อมมือไปแตะหลังมือเรียวที่กำลังสั่นน้อยๆ ของอีกฝ่ายอย่างปลอบประโลม
รสาชะงัก ดวงตาคู่สวยที่มักจะแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอำนาจยามนี้กลับไหวระริก รื้นด้วยหยาดน้ำใสบางๆ ที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา
"ฉัน... เหนื่อยเหลือเกินรินรดา" เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบa ราวกับกระซิบกับตัวเอง "ทำไมทุกคนถึงต้องจ้องแต่จะเหยียบย่ำ ทำไมฉันถึงต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลาด้วย... ฉันเหนื่อยจนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้น ทำเอารินรดาชาวาบไปทั้งร่าง ผู้หญิงที่เก่งกาจ เด็ดขาด และไร้พ่ายในสายตาคนอื่น แท้จริงแล้วแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าบอบบางคู่นี้มาโดยตลอด กำแพงน้ำแข็งที่รสาconstrucขึ้นมาป้องกันตัว แท้จริงแล้วมันสร้างขึ้นจากความหวาดกลัวและความโดดเดี่ยว
รินรดาไม่ได้พูดปลอบใจอะไรออกไป หล่อนเลือกที่จะใช้การกระทำแทนคำพูด ร่างบางขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือโอบกอดเอวคอดกิ่วของท่านประธานสาวเอาไว้แน่น ดึงศีรษะทุยให้ซบลงกับลาดไหล่ของตนเองอย่างทะนุถนอม
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจในทีแรก แต่ทว่าความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของรินรดากลับทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจจนพังทลายลงในพริบตา ร่างบางสะท้านเฮือกก่อนจะปล่อยโฮออกมาเงียบๆ ใบหน้าหวานซบลงกับซอกคอของรินรดา ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้าจนเปียกชื้น
มือเรียวของรสาขยุบเสื้อเชิ้ตของรินรดาแน่นราวกับเด็กน้อยที่กำลังหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ รินรดาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยเบาๆ อย่างปลอบโยน ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นในขณะที่หัวใจเต้นระรัวแปลกๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธ ไม่ใช่เพราะความเกลียดชัง แต่เป็นความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้ามาในอกยามเห็นคนที่เคยเย่อหยิ่งต้องมาแตกสลายอยู่ตรงหน้า
"ร้องออกมาเถอะค่ะ... ร้องออกมาให้พอ วันนี้ไม่มีท่านประธานรสาผู้เกรียงไกรอะไรนั่นหรอกค่ะ มีแค่รสาที่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง... ปล่อยมันออกมาให้หมดนะคะ" เสียงกระซิบอ่อนโยนข้างใบหูทำให้รสาปล่อยสะอื้นหนักขึ้นไปอีก อ้อมแขนเรียวที่เคยไขว่คว้าหาอำนาจ เปลี่ยนมาโอบกอดเอวของรินรดาแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือแล้วภาพตรงหน้าจะสลายหายไป
กลิ่นอายความเศร้าสร้อยเคล้าคลอไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่ลอยมาตามลม นานเท่าไหร่แล้วนะที่รสาไม่ได้ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครแบบนี้ ตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป ตั้งแต่ต้องก้าวขึ้นมานั่งแท่นบริหารบริษัทนับพันล้าน หล่อนถูกบังคับให้ต้องเข้มแข็ง ห้ามอ่อนแอ ห้ามร้องไห้เด็ดขาด เพราะโลกธุรกิจมันโหดร้ายเกินกว่าจะมีพื้นที่ให้คนขี้ขลาด
ทว่าในอ้อมกอดนี้... อ้อมกอดของยัยตัวแสบปากเก่งที่เคยเป็นคู่อริ ปะทะคารมกันทุกวัน รสา却พบว่ามันปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ปลอดภัยจนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ ตลอดกาล
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงสะอื้นเริ่มเงียบลง เหลือเพียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ รสาผยองหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสองข้างแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก ปลายจมูกรั้นรั้นขึ้นสีแดงเรื่อ ภาพลักษณ์ท่านประธานผู้เย่อหยิ่งหายวับไปกับตา เหลือเพียงหญิงสาวบอบบางน่าทะนุถนอมคนหนึ่งเท่านั้น
รินรดาใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบa สัมผัสนั้นเบามือเสียจนรสาต้องหลับตาพริ้มรับสัมผัสอบอุ่น ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่คมของรินรดาในระยะที่ใกล้ชิดเสียจนลมหายใจเป่ารดกันและกัน
หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บัดนี้มันกลับพุ่งทะยานขึ้นมาเหนือการควบคุม สายตาของรินรดาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการร้องไห้โดยไม่รู้ตัว
รสาเองก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศรอบตัว ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดารดรินอยู่ใกล้ชิดทำเอาสติสตางค์ของท่านประธานสาวเริ่มกระเจิดกระเจิง
"รินรดา..." เสียงหวานแหบพร่าเอמהเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาหวิว ราวกับถูกมนต์สะกด
"คะ?" รินรดาขานรับเสียงสั่น ลมหายใจติดขัดเมื่อใบหน้าคมคายของรสาค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิด ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง จนปลายจมูกของทั้งคู่ชนกันอีกครั้ง
รสาไม่ได้ถอยหนี หล่อนหลับตาลงพริ้ม ร่างกายยอมจำนนต่อความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจ กำแพงทิฐิพังทลายลงราบคาบ เหลือไว้เพียงความต้องการลึกๆ ที่โหยหามานานแสนนาน ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อย รอคอยการสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจกรีดร้องบอกให้หยุด แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการโน้มใบหน้าลงไปหาอีกฝ่าย ช้าๆ... ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงเศษเสี้ยววินาที...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของดนุนัยที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณรสา เอกสารสำคัญในห้องประชุมโดนรื้อค้นกระจัดกระจายหมดแล้ว!"
รินรดาสบถออกมาในลำคออย่างหัวเสียสุดขีด ส่วนรสาเบิกตากว้าง สติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาในพริบตา หญิงสาวรีบผละออกจากอ้อมแขนของรินรดาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความกระดากอาย
รินรดากัดฟันกรอดด้วยความโมโห นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง ดนุนัย... นายตายแน่!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ละลายกำแพงในใจของทั้งคู่ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันนะคะ
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 17
วันหยุดที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!