ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 19

กับดักหัวใจ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
"ถ้าคุณยังมองด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะควักลูกตาคุณออกมาล้างน้ำแล้วหย่อนใส่เครื่องปั่นกาแฟสดตรงนั้นซะ...ดนุนัย" เสียงหวานตวัดเฉียบขาดราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทว่ามันกลับเย็นเยียบจนคนฟังอย่างดนุนัยต้องรีบผถอยหลังกรูดไปสามก้าว รสาผละออกจากวงแขนของรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก สองมือเรียวรีบยกขึ้นจัดระเบียบสูทสีเข้มของตนเองให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเมื่อครู่ถูกฉาบทับด้วยหน้ากากน้ำแข็งแสนเย่อหยิ่งตามวิสัยของท่านประธานผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทว่าพวงแก้มเนียนที่ยังหลงเหลือร่องรอยสีเรื่อจางๆ นั้น... กลับฟ้องชัดเจนว่ากำแพงน้ำแข็งที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ ช่างเปราะบางเสียยิ่งกว่าเปลือกไข่ รินรดาแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หญิงสาวเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนน่ารำคาญ ร่างกายของเธอยังคงจดจำสัมผัสไอร้อนจากร่างของคนตรงข้ามได้อย่างชัดเจน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่เจือด้วยกลิ่นอายความตื่นตระหนกจางๆ ยังคงวนเวียนอยู่ปลายจมูก *บ้าเอ๊ย... นี่เธอกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย! ยัยริน! นั่นมันยัยป้าท่านประธานจอมเผด็จการนะ ไม่ใช่พระเอกซีรีส์เกาหลีที่ไหนที่จะมาใจเต้นแรงใส่ได้!* "เอ่อ... ท่านประธานครับ คือผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..." ดนุนัยอึกอักละล่ำละลัก ใบหน้าเหเกinด้วยความหวาดผัวะระคนเลิกลั่ก เขากวาดสายตามองระหว่างเจ้านายสาวกับรูมเมตตัวแสบสลับไปมาด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหว "พอดี... พอดีบอร์ดบริหารชั้นสิบสองกำลังรอเอกสารสรุปยอดไตรมาสสุดท้ายอยู่ครับ ผมก็เลย..." "รู้แล้ว! ไม่ต้องย้ำ!" รสาตัดบทเสียงแข็ง ดวงตากลมโตคมกริบส่งค้อนวงใหญ่ให้เลขานุการหนุ่มจนแทบจะทะลุร่าง "ออกไปรอข้างนอกซะ! แล้วก็... ห้ามปริปากพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ให้ใครในบริษัทได้ยินแม้แต่ครึ่งคำ ไม่อย่างนั้น... เตรียมตัวไปเก็บของออกจากโต๊ะทำงานได้เลย!" "รับทราบครับท่านประธาน!" ดนุนัยรับคำเสียงสั่น รีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าwออกจากห้องทำงานส่วนตัวแทบไม่ทัน ประตูบานหรูถูกปิดลงเบาที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ เพื่อไม่ให้ไปสะกิดต่อมโมโหของท่านประธานสาวที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาเงียบๆ ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ รรสารีบเดินเลี่ยงไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเก้อเขินที่ยังเกาะกุมหัวใจ แต่ปลายนิ้วที่สัมผัสหน้าจอกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกด้านซ้ายทำไมมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้... ตั้งแต่เกิดมา รสาไม่เคยปล่อยให้ใครเข้ามาใกล้พื้นที่ส่วนตัวและเข้ามาปั่นป่วนหัวใจได้มากขนาดนี้เลยสักครั้ง รินรดาก็เป็นแค่รูมเมตจำเป็น เป็นยัยตัวแสบที่ชอบต่อปากต่อคำและกวนประสาทเธอในทุกวินาทีที่มีโอกาส แล้วทำไม... ทำไมเมื่อครู่ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้ทรยศด้วยการเต้นรัวแรงจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอกตอนที่ริมฝีปากของพวกเธอเกือบจะสัมผัสกันล่ะ? *ไม่ใช่... ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับยัยเด็กปากดีนี่สักหน่อย...* รสาเถียงกับตัวเองในใจ พยายามกดความรู้สึกวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือดลงไปลึกที่สุด *ฉันแค่ตกใจ... ใช่! แค่ตกใจอุบัติเหตุเมื่อครู่ก็เท่านั้นเอง!* "เอ่อ... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..." รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงที่มักจะมั่นอกมั่นใจและกวนประสาทเป็นนิจ กลับมีความเจือจางของความประหม่าปะปนอยู่เล็กน้อย หญิงสาวเสarยผมยาวประบ่าของตัวเองไปทัดหูแก้เก้อ "ฉันขอตัวกลับไปเคลียร์งานที่ห้องพักก่อนนะคะ ท่าน-ประ-ธาน" คำว่า 'ท่านประธาน' ถูกลากเสียงยาวและเน้นย้ำด้วยรอยยิ้มมุมปากนิดๆ ตามสไตล์คนปากเก่ง เพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจที่แทบไม่ต่างกัน รินรดารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวกำลังบินวนอยู่ในท้อง ทุกครั้งที่สายตาเผลอไปสบเข้ากับดวงตาสคู่คมของรสา ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็จะย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับเทปวิดีโอที่ถูกกรอซ้ำไปซ้ำมา *ให้ตายเถอะ... ยัยท่านประธานหน้าน้ำแข็งนี่เวลาเขินแล้ว... ดันน่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ!* "เดี๋ยวก่อน" เสียงทรงอำนาจเอ่ยทักขึ้นก่อนที่รินรดาจะหันหลังเดินไปถึงประตู รสาเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ต ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบ ทว่าลึกซึ้งและยากจะคาดเดา ร่างระหงก้าวเดินเข้ามาใกล้รินรดาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดดันความรู้สึกของคนฟังให้จมดิ่งลงไปทีละนิด กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของท่านประธานสาวลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง ทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เรื่อง... เรื่องเมื่อครู่..." รสาเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างประหม่า ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์ม "ถือว่ามันเป็นอุบัติเหตุ... เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของแรงโน้มถ่วงก็แล้วกัน หวังว่าคุณจะไม่เก็บเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะ หรือคิดเข้าข้างตัวเองว่าฉัน... สนใจอะไรคุณนะ รินรดา" รินรดาชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากอิ่มจะกระตุกยิ้มขึ้นอย่างหมั่นไส้ ความกลัวและความประหม่าเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยนิสัยเดิมๆ ที่ชอบต่อปากต่อคำและกวนประสาทคู่สนทนาให้ปรีแตกเล่น "อุบัติเหตุเหรอคะ?" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวรสาในระยะห่างเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตประกายความเจ้าเล่ห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "แหม... ท่านประธานคะ แรงโน้มถ่วงโลกเนี่ยมันแปลกดีนะคะ ถึงได้ดึงหน้าผากฉันกับริมฝีปากคุณให้เข้ามาใกล้กันได้ขนาดนั้นแถมยังเกือบจะพอดีเป๊ะอีกต่างหาก ถ้าฉันไม่ถอยออกมาซะก่อน ป่านนี้... ไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าท่านประธานจะยังรักษาฟอร์ม 'น้ำแข็งไส' นี้ไว้ได้อยู่รึเปล่า" "นี่คุณ!" รสาหน้าแดงก่ำขึ้นมาอีกรอบด้วยความโมโหระคนอับอาย มือเรียวเผลอยกขึ้นชี้หน้าคนตัวแสบ "ปากดีนักนะ! อยากโดนหักเงินเดือนเข้ากองทุนสวัสดิการพนักงานต๊อกต๋อยรึไงถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้!" "เชิญหักตามสบายเลยค่ะท่านประธาน เงินเดือนแค่นั้นฉันหาใหม่ได้... แต่ถ้าจะให้หาท่านประธานที่หน้าตาก็สวย ยศถาบรรดาศักดิ์ก็สูง แถมเวลาเขินแล้วหูแดงแจ๋แบบนี้น่ะ..." รินรดาจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมใบหูขาวสะอาดของคนตรงข้ามด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจหยอกเย้า "หายากยิ่งกว่างูมีพิษซะอีกนะคะ" รสาตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งร่างกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ คำพูดทิ่มแทงและสายตากรุ้มกริ่มของรินรดากำลังทำให้เกราะป้องกันที่เธอสร้างมาทั้งชีวิตพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ตีรวนอยู่ในอกมันไม่ใช่ความโกรธ... แต่มันคือความหวั่นไหวที่รุนแรงเสียจนเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ *ยัยเด็กบ้านี่! กล้าดียังไงมาปั่นป่วนหัวใจรสาคนนี้จนปั่นป่วนไปหมดแบบนี้!* "ถอยออกไปนะ รินรดา!" รสาออกแรงผลักไหล่บางของรินรดาเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!" "ค่า... ท่านประธานคนสวย ขี้โวยวายชะมัด" รินรดายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำแต่ภายนอกยังคงทำเป็นลอยชาย หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องทำงานเพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายได้สงบสติอารมณ์ก่อนที่สติจะหลุดกระเจิงไปมากกว่านี้ ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะได้สัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงโวยวายเอะอะโกลาหลที่ทำให้ทั้งรสาและรินรดาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปัง! ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากมารยาท ดนุนัยวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสภาพหอบแฮก ใบหน้าซีดเผือดราวกระดาษไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดจนแทบจะถลنออกมานอกเบ้า "ท่านประธานครับ! ประธานใหญ่... ท่านประธานใหญ่มาที่บริษัทแล้วครับ!" ดนุนัยละล่ำละลักละลานจนแทบจะพูดไม่เป็นภาษา "แล้วก็... แล้วก็..." รสาหน้าถอดสีลงทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ "คุณพ่อเหรอ? ทำไมท่านถึงมาป่านนี้... ไหนบอกว่าติดภารกิจประชุมด่วนที่ต่างประเทศไม่ใช่เหรอ!" "ไม่ใช่แค่ท่านประธานใหญ่คนเดียวนะครับ..." ดนุนัยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า "แต่... แต่คุณคิมหันต์ คู่หมั้นที่ท่านประธานใหญ่เพิ่งหามาให้... ก็มาด้วยครับ! ตอนนี้กำลังเดินตรงมาที่ห้องนี้แล้วครับ!" รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ประตูชะงักกึก หญิงสาวหันขวับกลับมามองหน้ารสาที่ตอนนี้ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เช่นเดียวกับรสาที่นัยน์ตาไหววับด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางของท่านประธานสาวชาวัดแววความยุ่งเหยิงและปัญหาใหญ่หลวงที่กำลังพุ่งชนพวกเธอเข้าอย่างจังในวินาทีที่หัวใจเพิ่งจะเริ่มเปิดรับความรู้สึกบางอย่างเข้าไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและพร้อมโบ้ไปกับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%