นิยายเรื่อง: ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)
หมวดหมู่: นิยาย Girl Love Party Room
ตอนที่ 6: มิตรสหายหรือศัตรู?
"ยัยตัวแสบ... เธอเล่นแรงเกินไปแล้วนะ!"
ประโยคคาดโทษจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงกระซิบกระซาบของปีศาจยามวิกาลที่จงใจปั่นป่วนหัวใจคนฟังให้ปั่นป่วนเล่น แต่มีหรือที่สาวมั่นผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครอย่างรินรดาจะยอมสยบให้ ทว่าในค่ำคืนนี้ บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้ระอุด้วยสงครามประสาทระหว่างเธอกับท่านประธานสาวสุดเย่อหยิ่งอย่างรสาเหมือนเคย งานเลี้ยงรับรองธุรกิจระดับไฮ엔ด์ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกลับเต็มไปด้วยเสียงดนตรีแจズแผ่วเบาและกลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศ
รินรดายืนไขว่ห้างพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนในชุดราตรีสั้นสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวเนียนละเอียดและส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวน สายตาคู่คมกวาดมองไปรอบงานด้วยความเบื่อหน่ายระคนเหนื่อยล้า เธอไม่ได้อยากมางานน่าเบื่อพวกนี้เลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะความจำเป็นทางธุรกิจที่รสา... ไม่สิ ท่านประธานจอมเผด็จการคนนั้นออกคำสั่งแกมบังคับให้เธอต้องมาร่วมงานในฐานะตัวแทนบริษัท
"ดื่มอีกสักแก้วไหมครับ คนสวย? ดูท่าทางคุณจะเหงาๆ นะครับคืนนี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยยิ้มพิมใจที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เห็นคงใจละลาย เขาคือ 'กรณ์'นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทายาทเครืออสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่รินรดาเพิ่งทำความรู้จักได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
รินรดาปรายตามองแก้วค็อกเทลในมือสลับกับใบหน้าของชายหนุ่ม มุมปากหยدหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันเกม "ขอบคุณค่ะคุณกรณ์ แต่ฉันคิดว่าแอลกอฮอล์สองแก้วก่อนหน้านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการรักษาตับของฉันแล้วล่ะค่ะ"
"ฮ่าๆๆ คุณรินรดานี่ตลกเป็นบ้าเลยนะครับ น่าสนใจจริงๆ ผู้หญิงที่ทั้งสวย เก่ง และฝีปากคมกล้าแบบคุณเนี่ย หาตัวจับยากเสียจริง" กรณ์หัวسออกมารlเบาๆ ด้วยความขบขัน ดวงตาพราวระยับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชิดกัน "ว่าแต่... สนใจไปคุยกันต่อที่โซนวีไอพีด้านบนไหมครับ พอดีผมมีไวน์ปีลึกที่อยากให้คุณได้ลองชิมเป็นพิเศษ"
คำเชิญชวนที่ค่อนข้างชัดเจนในเจตนาทำให้รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามสไตล์สาวแซ่บที่เก่งเรื่องการปฏิเสธผู้ชายอย่างไรไม่ให้เสียมารยาท แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงหัวسเราะคิกคักใสๆ ของเธอก็หลุดลอดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อกรณ์ดันปล่อยมุกตลกฝืดๆ เกี่ยวกับความอลหม่านในวงการหุ้นออกมาได้ถูกจังหวะพอดี
เสียงหัวเราะของรินรดานั้นกังวานใส ไพเราะ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จนใครหลายคนในบริเวณนั้นต้องหันมามองด้วยความหลงใหล แต่ทว่า... ในสายตาของใครอีกคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร ภาพนั้นกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยกำลังทิ่มแทงหัวใจ
รสายืนถือแก้วแชมเปญนิ่งสนิทอยู่หลังเสาโรมันต้นใหญ่ ดวงตาคู่สวยที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกบัดนี้กำลังวาวโรจน์ขึ้นด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบๆ เธอมองภาพรินรดาที่กำลังยืนหัวเราะต่อกระซิกอย่างสนתสนานกับผู้ชายหน้าตาดีคนนั้น หัวใจดวงน้อยที่มักจะถูกปิดตายด้วยกำแพงแห่งความเย่อหยิ่งกลับเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความรู้สึกที่เธอเองก็ไม่อยากจะยอมรับ—ความหึงหวง
*ยัยตัวแสบ... กล้าดียังไงถึงไปยืนหัวเราะร่อต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่นในงานของฉันแบบนั้น!*
รสาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นแนวคมชัด นิ้วเรียวยาวที่ถือแก้วแชมเปญกำก้านแก้วแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอก้าวเท้าฉับๆ ออกมาจากมุมมืดด้วยความเร็วที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังตกใจ รัศมีแห่งความเย็นชาและความดุดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องรีบหลีกทางให้อย่างอัตโนมัติ
"ขอโทษนะคะ..."
เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบจนติดลบดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ทำเอากรณ์และรินรดาต้องสะดุ้งและหันไปมองพร้อมกัน
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงที่ประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอมระดับร้อยเต็มร้อยของท่านประธานสาว รสาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างถือวิสาสะ มือเรียวบางเอื้อมไปโอบรอบเอวบางของรินรดาเอาไว้แน่นราวกับแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ก่อนจะส่งยิ้มการค้าที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาให้ชายหนุ่มคู่สนทนา
"ท่านประธาน..." กรณ์อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อจำหน้าผู้ทรงอิทธิพลของงานได้ รีบโค้งศีรษะทักทายตามมารยาท "สวัสดีครับ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณรสาที่นี่"
"ค่ะ พอดีฉันเดินตรวจงานแล้วบังเอิญผ่านมาเห็นคุณรินรดา ลูกน้อง... เอ๊ย พาร์ทเนอร์คนสำคัญของฉันกำลังคุยกับคุณใหม่อยู่พอดี" รสาเน้นเสียงคำว่าพาร์ทเนอร์เสียจนรินรดาต้องแอบเหลือบมองด้วยความหมั่นไส้ "หวังว่าคุณกรณ คงไม่ได้รบกวนเวลาอันมีค่าของเธอหรอนะคะ พอดีฉันมีธุระด่วนที่ต้องคุยกับคุณรินรดาเป็นการส่วนตัวค่ะ"
คำพูดตัดบทอย่างไร้เยื่อใยและสายตาคมกริบที่ส่งสัญญาณเตือนภัยทำเอากรณ์ถึงกับไปไม่ถูก เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมา "อ๋อ... ครับๆ ตามสบายเลยครับ พอดีผมต้องขอตัวไปทักทายแขกทางโน้นพอดี ยินดีที่ได้คุยกันนะครับคุณรินรดา"
เมื่อชายหนุ่มเดินเลี่ยงออกไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่ก็ยิ่งคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะปะทะกันได้ทุกเมื่อ รินรดาลอยหน้าลอยตาใส่ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย พลางปัดมือของรสาที่ยังคงโอบเอวเธออยู่ออกเบาๆ
"แหม ท่านประธานคะ เดินเข้ามาขัดจังหวะคนกำลังสนุกแบบนี้ เสียมารยาทนะคะเนี่ย หรือว่า..." รินรดาจงใจลากเสียงยาว ใบหน้าสวยเฉี่ยวยื่นเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาล้อเลียนฉายชัดเจน "หึงฉันเหรอคะ?"
รสาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ แต่นิสัยปากแข็งฟอร์มจัดก็ทำงานเร็วกว่าสมอง รสาเชิดหน้าขึ้น หรี่ตามองคนตรงด้วยความเย่อหยิ่งเช่นเคย "หึง? ฝันไปเถอะค่ะรินรดา ฉันแค่กลัวว่าพาร์ทเนอร์ของฉันจะเมาหัวราน้ำจนเสียชื่อเสียงบริษัทต่างหากล่ะคะ หน้าตาอย่างเธอน่ะเหรอจะทำให้ฉันหึงได้"
"อ๋อเหรอคะ? แล้วเมื่อกี้ใครนะที่เดินเข้ามาทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อคุณกรณ์เขาซะให้ได้" รินรดาหรี่ตามองจับผิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม "ท่าทางหวงก้าง เอ๊ย หวงลูกน้อง เอ๊ย พาร์ทเนอร์นี่ชัดเจนเสียจนคนเขามองกันทั้งงานแล้วมั้งคะท่านประธาน"
"รินรดา!" รสาเสียงEวขึ้นด้วยความจำนนต่อหลักฐาน ใบหน้าสวยหวานเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอายปนความโกรธ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจที่ถูกยัยตัวแสบจับไต๋ได้คาหนังคาเขา
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ เธอชอบเหลือเกินเวลาที่ได้เห็นท่านประธานผู้เย่อหยิ่งคนนี้หลุดมาลادเปิ่นๆ หรือแสดงอาการร้อนรนแบบนี้ มันทำให้เธอมรู้สึกว่าภายใต้เกราะเหล็กอันเย็นชานั้น มีหัวใจที่เต้นรัวและมีความรู้สึกไม่ต่างจากคนทั่วไปเลย
"ถ้าไม่ได้หึง งั้นฉันขอตัวไปคุยกับหนุ่มหล่อคนอื่นต่อนะคะ พอดีเขานัดพาไปชิมไวน์ปีลึกอยู่พอดี..."
พูดจบรินรดา1ก็ทำท่าจะหันหลังกลับจริงๆ แต่ทว่า... เร็วกว่าความคิด รสาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่นด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี ก่อนจะออกแรงกระชากเบาๆ ให้ร่างบางหมุนกลับมาปะทะเข้ากับอกแกร่งของเธออย่างจัง
รินรดาอุทานออกมาเบาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอกับรสาอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนสัมผัสได้ รสากดสายตาลงมองริมฝีปากอิ่มสวยที่เอาแต่พูดจายั่วโมโหเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาคู่คมนิ่ง แววตาของประธานสาวเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก
"เธอกล้ามากนะรินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังลอดไรฟัน รสาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของอีกฝ่าย "ถ้าเธอยังกล้าเดินไปกับผู้ชายคนอื่นอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะ..."
คำขู่ที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคต้องกลืนหายลงคอไป เมื่อจู่ๆ แสงไฟทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท เสียงดนตรีหยุดชะงักลงทันที ท่ามกลางเสียงฮือฮาด้วยความตกใจของแขกเหรื่อในงาน
รินรดานิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของรสา หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความระแวงผสมกับความตื่นเต้น มือเรียวเผลอควชายเสื้อสูทของรสาเอาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ทว่าในความมืดสลัวนั้น รสากลับไม่ได้ถอยห่างออกไปเลย ปลายจมูกโด่งรั้นของรสาเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มของรินรดาไปอย่างจงใจ พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังชิดริมฝีปากจนรินรดาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว
"อยู่เฉยๆ แบบนี้แหละค่ะ... อย่าดื้อกับฉันอีกเป็นครั้งที่สอง"
น้ำเสียงจริงจังและสัมผัสอุ่นที่เอวทำให้รินรดารู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากเถียงอะไรกลับไป แสงไฟฉุกเฉินสีนวลก็สว่างวาบขึ้น พร้อมๆ กับการปรากฏร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามาทางประตูหน้างาน... คนที่รสารู้จักดี และเป็นคนที่อาจจะพังทลายทุกอย่างที่เธอกำลังสร้างขึ้นในพริบตา!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความโบ้ของท่านประธานนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 6
มิตรสหายหรือศัตรู?
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!