"บอกฉันทีว่านี่คือฝันร้าย... และเดี๋ยวตื่นมาฉันจะได้เจอแค่ฝาผนังห้องนอนตัวเอง!"
เสียงอุทานของรินรดาแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันของโถงทางเดิน เมื่อบุคคลที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่หลังบานประตู ไม่ใช่พนักงานส่งเอกสารหรือรูมเมตจอมจุ้นที่เธอคิดไว้ แต่เป็น 'คุณปู่' มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน—ท่านประธานใหญ่ผู้กุมชะตากรรมของบริษัท และที่สำคัญที่สุด... เขาคือปู่แท้ๆ ของยัยท่านประธานน้ำแข็งก้อนนี้!
รสาถึงกับหน้าถอดสี ร่างระหงแข็งทื่อราวกกับถูกสาปให้เป็นหิน มือบางที่ยังกำลูกบิดประตูสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนที่เธอจะฝืนปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นปกติอย่างรวดเร็วที่สุด แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมแล้วก็ตาม
"คุณปู่คะ..." รสาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น "ดึกดื่นค่ำมืดแบบนี้ ทำไมถึง... เสด็จมาถึงนี่ได้คะ?"
"ทำไมรึ?" ท่านผู้สูงวัยแค่นเสียง in-humm ในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองหลานสาวตัวเองสลับกับรินรดาที่ยืนหน้าเหวออยู่ข้างหลัง "ถ้าฉันไม่มาดูให้เห็นกับตา ฉันคงไม่รู้ว่าหลานสาวตัวดีกับ... ว่าที่คู่หมั้นจำเป็น กำลังเล่นขายของใช้ชีวิตคู่กันสนุกสนานขนาดนี้!"
คำว่า 'คู่หมั้นจำเป็น' พุ่งเข้าชนประสาทการรับรู้ของรินรดาเข้าอย่างจังจนเธอแทบสำลักอากาศหายใจ หญิงสาวเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าท่านประธานสาวทันทีด้วยสายตาคาดคั้นเชิงตั้งคำถาม *นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!*
"ท่านประธานคะ..." รินรดาพยายามแทรกตัวเข้ามามีบทสนทนาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่สุดในชีวิต "เข้าใจอะไรผิดกันไปใหญ่แล้วหรือเปล่าคะ พวกเราไม่ได้..."
"ฉันไม่ได้แก่จนหูหนวกตาฟางนะแม่สาวน้อย!" คุณปู่ยกไม้เท้าขึ้นเคาะพื้นเบาๆ เป็นจังหวะ ขัดจังหวะการแก้ตัวของรินรดาอย่างไร้เยื่อใย "สัญญาข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างตระกูลเรา กับพินัยกรรมเงื่อนไขพิเศษ... คงไม่ต้องให้ฉันทวนซ้ำหรอกกระมัง ว่าพวกเธอสองคนต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน พิสูจน์ความเข้ากันได้ให้ฉันเห็นภายในสามเดือนนี้ ไม่เช่นนั้น... หุ้นทั้งหมดร่วงกวาดเรียบแน่!"
บรรยากาศในห้องชุดหรูพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ความกดดันพุ่งสูงเสียดฟ้าจนแทบหายใจไม่ออก รสายืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยฉายแววความอึดอัดและดื้อรั้นระคนกัน เธอเกลียดการถูกบงการชีวิตที่สุด แต่เหนือสิ่งอื่นใด... การต้องมาติดแหง็กอยู่กับยัยปากจัดอย่างรินรดา มันคือบทลงโทษจากนรกชัดๆ!
"คุณปู่กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว เรื่องสัญญา... เรารู้หน้าที่ดีค่ะ" รสาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ตามสไตล์ แต่อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองรินรดาด้วยหางตาอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อผู้เป็นปู่ยอมล่าถอยกลับไปพร้อมบอดี้ガードเงาตามตัว ประตูห้องก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ความอึดอัดระลอกใหม่พุ่งเข้าซัดสาดทันทีที่บานไม้หนาปิดสนิท
รินรดายืนกอดอก มองท่านประธานสาวที่เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางหงุดหงิดไม่แพ้กัน ร่างระหงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพง ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อคลายความเครียด
"นี่คุณ!" รินรดาเปิดฉากก่อน น้ำเสียงเริ่มมีแววเอาเรื่อง "เรื่องคู่บ้าบออะไรนั่น... ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องตั้งแต่แรก? คุณตั้งใจจะหลอกต้มตุ้งฉันให้มาเป็นทาสรับใช้ในบ้านนี้ใช่ไหม?"
รสาเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีนิลคู่คมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาท้าทาย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า "เพิ่งรู้ตัวเหรอคะ? ฉลาดช้าไปหน่อยนะ... แม่ตัวแสบ"
"ยัย...!" รินรดากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอดทนที่มีขีดจำกัดกำลังจะขาดผึ่ง "ปากดีนักนะ! คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?"
"ก็ใช่ค่ะ เงินซื้อได้ทุกอย่าง... รวมถึงซื้อความรำคาญเวลาที่ฉันต้องมาทนเห็นหน้าคุณด้วย" ร萨ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างคุกคาม ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องจ้องตากันในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้
"ถ้ารำคาญนัก ก็ยกเลิกสัญญาบ้าๆ นี่สิคะ!"
"อยากทำเหมือนกันค่ะ... แต่ติดตรงที่ฉันไม่อยากให้คุณปู่ผิดหวัง และที่สำคัญ..." รสาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของคนตรง-หน้า เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลแตะกระตุ้นความรู้สึกอย่างร้ายกาจ "...ฉันชอบเวลาที่ได้เห็นคุณดิ้นพล่านเพราะทำอะไรฉันไม่ได้มากกว่าค่ะ"
รินรดาเลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธ เธอดันไหล่บางของอีกฝ่ายออกเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ "มั่นหน้าเกินไปแล้วนะ! หลบไปเลย ฉันจะไปหาอะไรกิน โมโหจนท้องร้องหมดแล้ว!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าสู่โซนครัวขนาดใหญ่ที่มีเคาน์เตอร์หินอ่อนหรูหราทันที หวังจะหาอะไรเย็นๆ ดื่มเพื่อดับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาในอก
แต่ทว่า... ความซุ่มซ่ามและอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่า พื้นกระเบื้องโซนครัวเพิ่งจะถูกแม่บ้านทำความสะอาดด้วยน้ำยาเคลือบเงาจนลื่นปื๊ด!
*พรึ่บ!*
"ว้าย!"
เสียงอุทานหลุดจากปากรินรดาเมื่อเท้าเจ้ากรรมเกิดลื่นไถล ร่างทั้งร่างเสียหลักหงายหลังวับกลางอากาศ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เธอคว้าสะเปะสะปะเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
และเป้าหมายเดียวที่อยู่ใกล้ที่สุดในวินาทีชีวิตนั้น... คือแขนเรียวของใครบางคนที่เดินตามติดมาเพื่อจะต่อปากต่อคำต่อ!
*หมับ!*
รสาที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ ยังไม่ทันได้อ้าปากแซะ ก็โดนแรงฉุดมหาศาลจากรินรดากระชากลากถูไปด้วยกัน
ร่างระหงทั้งสองร่างล้มคว่ำคะมำลงไปกองกับพื้นครัวอย่างไม่เป็นท่า โดยมีรินรดานอนหงายอยู่ด้านล่าง และร... รสา... ท่านประธานสาวจอมหยิ่ง ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดทับลงมาด้านบนอย่างพอดิบพอดี!
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ครัวทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกัน
รินรดานิ่งค้างไปสนิท ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าสวยเฉี่ยวของท่านประธานสาวอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว ปลายจมูกรั้นแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังเจือจางผสมกับกลิ่นกายหอมละมุนเฉพาะตัวของรสา โจมตีประสาทสัมผัสของเธอจนสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก
ส่วนรสา... ท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่งและควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ กลับนิ่งอึ้งยิ่งกว่า เธอยันมือค้ำยันพื้นเคาน์เตอร์ไว้ข้างศีรษะของรินรดาเพื่อพยุงน้ำหนักตัวไม่ให้ทับอีกฝ่ายจนแบน แต่อุบัติเหตุครั้งนี้มันกลับทำให้ท่าทางของพวกเธอล่อแหลมเสียยิ่งกว่าฉากเลิฟซีนในละครหลังข่าว!
นัยน์ตาสีนิลคู่คมสบประสานเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด หัวใจดวงน้อยในอกของคนทั้งคู่เต้นรัวโครมครามดังแข่งกัน จนไม่รู้ว่าเสียงไหนเป็นของใคร
"นี่คุณ..." รินรดาขยับริมฝีปากกระซิบเสียงสั่นพร่า สมองตื้อตันไปหมด "จะ... จะลุกขึ้นได้หรือยังคะ? หนักนะ!"
รสากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดอยู่ตรงหน้า ความคิดคมคายที่จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
แทนที่จะรีบลุกขึ้นตามคำขอ... ท่านประธานสาวกลับแกล้งโน้มใบหน้าลงไปใกล้กว่าเดิมอีกนิด ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ปากดีนัก... หกล้มทีเดียว ดูท่าทางจะพูดไม่ค่อยออกแล้วนะคะ หืม?" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู ทำเอารินรดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่อยู่
หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ
รินรดาลอบกลืนน้ำลาย สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะชีวิตที่พลิกผันจากโหมดปะทะคารมเดือด มาสู่โหมดแนบชิดแนบเนื้อที่ชวนใจสั่นระทึกเกินจะต้านทาน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัวหนี รสายก็เคลื่อนใบหน้าเข้ามาจนริมฝีปากเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"ถ้าไม่อยากลุก... งั้นเรามาเคลียร์เรื่องสัญญา... ให้จบตรงนี้เลยดีไหมคะ?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความโบ้ของท่านประธานกับยัยตัวแสบด้วยนะคะ!*
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง)•ตอนที่ 3
ปากดีนัก...จัดให้หนัก!
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (ขอโทษครับ...ผมโบ้เอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!