“ถ้าเจ้ายังไม่หยุดจ้องมองพายสตรอเบอร์รี่ราวกับมันจะกรีดร้องออกมาได้แบบนั้น ข้าเกรงว่าลูกค้าท่านนั้นคงได้นั่งตัวเกร็งจนถึงเที่ยงคืนแน่ค่ะ ริน”
เสียงกระซิบแหลมเล็กจากลูเมนที่เกาะอยู่บนบ่าของฉันดังขึ้น ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะดึงสติกลับมา สายตาของฉันเผลอจดจ้องไปที่ชายหนุ่มชุดกิโมโนสีครามเข้มที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างบานนั้นมานานเกินไปแล้ว เขาไม่ได้สั่งอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่าหนึ่งแก้วมาตลอดหนึ่งชั่วโมงเต็ม ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นมองออกไปนอกกระจกอย่างไร้จุดหมาย ราวกับกำลังรอคอยใครสักคนที่ไม่มีวันย้อนคืน
“เขาไม่ได้หิวขนมหวานหรอกลูเมน เขากำลังหิว ‘บ้าน’ ต่างหาก” ฉันตอบเสียงเบาพลางถอดผ้ากันเปื้อนผืนเก่าออก
ฉันก้าวเดินไปที่เคาน์เตอร์ เตรียมอุปกรณ์สำหรับมัทฉะชุดใหม่ ผงมัทฉะเกรดพิธีการสีเขียวเข้มถูกตักลงในถ้วยดินเผา เสียงไม้ไผ่ตีมัทฉะกระทบกับถ้วยดัง *ฉึกฉัก ฉึกฉัก* เป็นจังหวะที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ ฉันตั้งใจเน้นกลิ่นหอมของหญ้าอ่อนและความขมปลายลิ้นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ใช่เพื่อเอาใจลูกค้าทั่วไป แต่เพื่อปลุกความทรงจำบางอย่างของชาวตะวันออกไกลที่อาจจะกำลังหลงทางในดินแดนที่ไร้ซึ่งกลิ่นไอของแดนเกิด
ในขณะเดียวกัน มืออีกข้างก็บรรจงปั้นแป้งไดฟุกุที่นุ่มละมุนราวกับติ่งหูของทารก ห่อหุ้มสตรอเบอร์รี่ลูกโตที่ลูเมนเพิ่งเก็บสดๆ มาจากสวนหลังร้าน สีแดงสดตัดกับสีขาวนวลช่างดูงดงามและเรียบง่าย
“ชาร้อนๆ กับขนมหวานเล็กน้อยนะคะ” ฉันวางถ้วยชาและจานขนมลงตรงหน้าเขาอย่างแผ่วเบา
ชายผู้นั้นชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ เคลื่อนมามองถ้วยชาสีเขียวมรกต กลิ่นอายของมัทฉะตีขึ้นจมูก ชวนให้หวนนึกถึงสายลมบนยอดเขาในฤดูใบไม้ผลิ เขาหยิบตะเกียบไม้ขึ้นมาคีบไดฟุกุอย่างเบามือ เมื่อกัดลงไปคำแรก รสเปรี้ยวอมหวานของสตรอเบอร์รี่ผสานกับความนุ่มหนึบของแป้งและความขมของมัทฉะที่ตามมาติดๆ ทำให้ไหล่ที่เคยเกร็งของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง
“รสชาตินี้...” เสียงของเขาแหบพร่าเหมือนคนที่ไม่ได้ใช้เสียงมานานหลายปี “เหมือน... ดั่งที่ท่านแม่เคยทำให้ทานที่เมืองหลวงก่อนเกิดสงครามไม่มีผิดเพี้ยน”
“ในฐานะเชฟ ความสุขที่สุดไม่ใช่การได้รับคำชมว่าอร่อยนะคะ แต่คือการได้เห็นลูกค้าพบความสงบในใจผ่านรสชาติที่คุ้นเคย” ฉันแย้มยิ้ม ส่งผ่านความจริงใจไปให้เขาโดยไม่คาดคั้นอดีตของเขาแม้แต่น้อย
เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน นัยน์ตาสีครามนั้นสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกหย่อนหินลงไป “ท่านคือใครกันแน่... แม่มดหรือเปล่า? ถึงได้รู้ว่าข้ากำลังโหยหาความทรงจำที่ข้าพยายามจะลืมทิ้งไปเพื่อเอาชีวิตรอด”
“ฉันเป็นเพียงคนทำขนมที่หลงทางมาในมิตินี้เหมือนกับคุณนั่นแหละค่ะ” ฉันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปเช็ดเคาน์เตอร์เพื่อปล่อยให้เขาได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งการเยียวยาเพียงลำพัง
ทว่า ในจังหวะที่ฉันกำลังหันหลังกลับเพื่อจะไปชงกาแฟดริปให้ลูกค้าอีกโต๊ะ ลูเมนที่อยู่บนบ่าก็ตัวแข็งทื่อ ปีกใสๆ ของมันสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก มันกระซิบที่ข้างหูฉันด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน
“ริน... ดูที่พื้นสิ... เงาของเขา... เงาของเขามันไม่ใช่ของมนุษย์!”
ฉันรีบหันกลับไปมองที่พื้นใต้โต๊ะของชายผู้นั้นทันที หัวใจของฉันแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเงาร่างที่ทอดลงบนไม้กระดานคาเฟ่ ไม่ใช่เงาของชายหนุ่มในกิโมโน แต่เป็นเงาของสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่มีเขางอกยาวโง้งและดวงตาที่ลุกโชนเป็นสีเพลิงกำลังจ้องมองตรงมาที่ฉัน ราวกับว่าที่เขามาที่นี่วันนี้ ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ แต่เพราะเขารู้ว่าฉันคือ ‘ตัวตน’ ที่เขากำลังตามล่ามาตลอดร้อยปี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอบอุ่นในคาเฟ่แห่งนี้กับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ
คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ•ตอนที่ 21
เมนูฮีลใจ: มัทฉะลาเต้กับไดฟุกุสตรอเบอร์รี่
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!