คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ•ตอนที่ 22

ข่าวลือเรื่องคาเฟ่ปาฏิหาริย์แพร่สะพัด

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ท่านกำลังจะบอกว่า... กลิ่นอายของสัตว์ร้ายที่ข้าสัมผัสได้จากรอยแยกของมิติ ไม่ได้มาจากอาวุธต้องคำสาป แต่มาจากกลิ่นวานิลลาที่อบอวลอยู่ในคาเฟ่กระจอกๆ แห่งนี้อย่างนั้นหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนเกือบจะแข็งค้างดังขึ้นจากชายในกิโมโนผู้นั้น เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืน แต่กลับเอียงคอมองฉันผ่านเงาสะท้อนในถ้วยกาแฟเซรามิกสีขาวนวล ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับดูสนุกสนานราวกับกำลังต้อนสัตว์ป่าให้เข้าสู่กรงขัง มือที่เรียวยาวดุจสตรีของเขาค่อยๆ บีบขอบถ้วยกาแฟจนเกิดเสียงเปราะบางของรอยร้าว ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดอาการสั่นของปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้ากันเปื้อน "ถ้าท่านจะกรุณาปล่อยถ้วยใบนั้น แล้วลองชิม 'มูสเค้กพิสตาชิโอ' ที่ดิฉันเสิร์ฟให้ ท่านอาจจะพบว่าที่นี่มีดีมากกว่าแค่กลิ่นอายที่ท่านตามหาค่ะ" ลูเมนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในกระถางโรสแมรี่ข้างหน้าต่างขยับตัวเล็กน้อย ใบพฤกษาจิ๋วของมันสั่นระริกราวกับสัญญาณเตือนภัย ฉันรับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวจิ๋วของฉันกำลังเตรียมใช้เวทมนตร์พฤกษาเพื่อขัดขวางหากสถานการณ์เลวร้ายลง แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะใช้ความรุนแรง ในคาเฟ่ของฉัน กฎข้อเดียวคือความละมุนละไมต้องอยู่เหนือความขัดแย้ง... แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นปีศาจที่อาจสังหารฉันได้ในพริบตาก็ตาม ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง เงามืดที่ทอดลงบนพื้นเริ่มสั่นไหวและหดตัวลงจนกลับมาเป็นเงาของมนุษย์ปกติ "ความใจเย็นของเจ้าน่าสนใจ ริน... เจ้าไม่ถามเลยหรือว่าเหตุใดข้าถึงรู้ชื่อเจ้า ทั้งที่ป้ายหน้าร้านไม่ได้เขียนชื่อไว้" "ลูกค้าที่มาถึงขั้นนี้ได้ ย่อมมีการบ้านที่ดีเสมอค่ะ" ฉันตอบพลางเลื่อนจานเค้กไปข้างหน้าเขาอย่างนิ่งสงบ "และในฐานะเจ้าของร้าน สิ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญที่สุดคือ 'รสชาติ' ของสิ่งที่อยู่บนจาน ไม่ใช่ที่มาที่ไปของแขกเหรื่อค่ะ" เขามองจานเค้กสลับกับใบหน้าฉัน ก่อนจะใช้ช้อนเงินเล็กๆ ตัดเนื้อเค้กสีเขียวอ่อนนวลตาขึ้นมา ทันทีที่เนื้อเค้กสัมผัสลิ้น แววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดและเล่ห์เหลี่ยมของเขาก็ชะงักไปชั่วขณะ รสสัมผัสของถั่วพิสตาชิโอคั่วบดละเอียดผสมกับความหวานละมุนจากครีมสดแท้ๆ ดูเหมือนจะเข้าไปกระตุกเส้นประสาทบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปชั่วขณะ กลิ่นอายกดดันที่แผ่ซ่านเมื่อครู่เริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความสงบเงียบที่ชวนอึดอัดใจ แต่อยู่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น—กรุ๊งกริ๊ง—ทำลายความเงียบนั้นลงอย่างสิ้นเชิง กลุ่มชายชุดคลุมสีเงินปักดิ้นทองหรูหราเดินเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศที่สูงศักดิ์จนพนักงานร้านทั่วไปต้องก้มหน้าหลบ พวกเขาไม่ได้สนใจฉัน หรือแม้แต่ชายในกิโมโนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว สายตาของพวกเขากวาดมองไปทั่วร้านราวกับกำลังประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "ที่นี่น่ะหรือ... สถานที่ที่พวกชนชั้นล่างในเมืองหลวงกำลังลือกันหนาหูว่ามี 'อาหารจากสวรรค์' อยู่?" ชายวัยกลางคนในกลุ่มที่มีเครายาวเฟิ้มเอ่ยขึ้น เขาสะบัดชายเสื้อคลุมก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่าง "ข้าเดินทางข้ามผ่านป่าอาถรรพ์มาสามวันเพียงเพื่อมาพิสูจน์ข่าวลือ หากมันไม่อร่อยล้ำเลิศสมคำร่ำลือล่ะก็... ข้าจะสั่งให้คนของข้าเผาร้านนี้ทิ้งเสีย" "ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านขุนนาง" ฉันกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะอยากถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เมนูของทางร้านวันนี้มีจำกัด หากท่านต้องการความประทับใจ ดิฉันแนะนำ 'กาแฟดริปเมล็ดพันธุ์จากป่าหมอก' เสิร์ฟพร้อม 'ครัวซองต์เนยสด' ร้อนๆ ค่ะ" ลูเมนกระซิบข้างหูฉันด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน "ริน... พวกนี้ไม่ใช่ขุนนางธรรมดา พวกนี้มาจากสภาเวทมนตร์ชั้นสูง พวกเขามาเพื่อยึดครอง ไม่ใช่เพื่อมาดื่มกาแฟหรอกนะ!" ฉันเมินคำเตือนของลูเมน และหันไปจัดการกับเมล็ดกาแฟที่คั่วไว้ กลิ่นหอมอบอวลเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน ความหอมที่ลึกล้ำราวกับจะฉุดกระชากวิญญาณของผู้ที่ได้สูดดมให้เคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสชวนฝัน แต่ทว่า... ในจังหวะที่ฉันกำลังบรรจงเทน้ำร้อนลงบนกระดาษกรองอย่างแผ่วเบานั้นเอง ชายในกิโมโนที่เงียบไปนานก็ลุกขึ้นยืน เขาวางเหรียญทองโบราณที่ประทับตราสัญลักษณ์ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้าวผ่านกลุ่มขุนนางเหล่านั้นไปช้าๆ เขาหยุดลงที่ข้างหูฉัน แล้วกระซิบด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนขนลุกซู่ "ข้าจะรอเจ้าที่ปลายทางของป่า... อย่าได้คิดหนีด้วยการปิดร้านนี้เชียว เพราะถ้าเจ้าไม่ไปหาข้า ข้าจะส่ง 'คำเชิญ' ที่รุนแรงกว่านี้มาให้ถึงที่" เขาเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานจางๆ ที่ตัดกับกลิ่นกาแฟอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ฉันกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก สายตาของฉันก็พลันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ชายผู้นั้นทิ้งไว้บนโต๊ะ... มันไม่ใช่เหรียญทอง แต่มันคือจดหมายที่มีตราประทับสีเลือด ซึ่งตราประทับนั้นมีรูป 'กุญแจ' ที่แตกสลายอยู่ตรงกลาง ขุนนางที่นั่งอยู่หันมาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาคุกคาม "กาแฟของเจ้าจะเสร็จหรือยัง? หรือเจ้าคิดจะเล่นแง่กับพวกเราด้วยการทำตัวลึกลับ?" ฉันคลี่ยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ ขณะที่หัวใจในอกเริ่มเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เมื่อมองไปที่หน้าต่างร้าน บัดนี้ท้องฟ้าภายนอกกลับมืดมิดลงอย่างกะทันหัน ทั้งที่ความจริงเพิ่งจะเป็นเวลาบ่ายคล้อย และที่น่าขนลุกที่สุดคือ... เงาของขุนนางที่นั่งอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ขยับตามตัวเจ้าของ แต่มันกลับกำลังยกนิ้วขึ้นชี้มาที่ลำคอของฉัน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่ร่วมเดินทางในคาเฟ่ปาฏิหาริย์ไปกับรินนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%