เซฟโซนของคนคลั่งงาน กับสถาปนิกจอมแสบ•ตอนที่ 2

สงครามในไซต์ก่อสร้าง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวฉับๆ ไปตามโครงสร้างปูนเปลือยของชั้นสิบสอง บ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นของคนที่เดินนำหน้าได้เป็นอย่างดี ธันวาหยุดกะทันหันจนเกือบทำให้ร่างเพรียวที่เดินตามหลังมาชนเข้าเต็มแผ่นหลัง สถาปนิกหนุ่มหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามกวาดมองประเมินวิศวกรสาวที่ยืนหายใจหอบเล็กน้อยแต่สีหน้ายังคงเชิดรั้นไม่ยอมแพ้ "คุณคิดอะไรอยู่ ถึงเซ็นอนุมัติให้เทปูนคานหลักตรงจุดนี้ โดยไม่รอผลทดสอบความหนาแน่นรอบล่าสุดจากห้องแล็บฮะ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนเย้ยหยัน ธันวา ใช้นิ้วเคาะลงกับเสาปูนข้างตัวเสียงดังปุกๆ เพื่อเน้นย้ำถึงความสะินอสะอ้านในการทำงานที่เขาเกลียดเข้าไส้ สำหรับเขาแล้ว ความปลอดภัยของโครงสร้างคือความสมบูรณ์แบบที่ยอมให้มีข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว และการที่วิศวกรหน้าใหม่ (แม้จะดีกรีเกียรตินิยม) กล้าล้ำเส้นอนุมัติงานโดยใช้เซนส์ส่วนตัว คือสิ่งที่เขารับไม่ได้ รินรดาตวัดสายตาสีเข้มมองกลับไปทันที ไม่มีแววหวาดกลัวในดวงูคู่นั้น มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่พร้อมจะลุกขึ้นมาฟาดฟัน หญิงสาวก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยเข้าจมูก "ถ้าคุณสละเวลาอันมีค่ามาเปิดแท็บเล็ตเช็กอีเมลฉบับล่าสุดเมื่อสิบนาทีที่แล้ว แทนที่จะมัวแต่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์ใส่ฉัน คุณก็จะเห็นว่าทางห้องแล็บส่งผลการทดสอบฉบับสมบูรณ์มาทางคลาวด์แล้วครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูด 'ครับ' ตามคนปากจัดแถวนี้มาโดยไม่รู้ตัว" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่ใช่แค่เพราะโดนย้อนเกล็ดเรื่องเอกสาร แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ทำให้เขาได้กลิ่นวานิลลาจางๆ จากเส้นผมของเธอที่ปลิวตามแรงลมบนตึกสูง "คุณ..." ธันวาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นด้วยความฮึดฮัด เขาพยายามดึงสTติกลับมาแล้วคว้าแท็บเล็ตจากมือเธอมาปัดดูข้อมูลอย่างรวดเร็ว "ไหน... ขอผมดูซิว่าคุณเอาตัวรอดด้วยข้ออ้างอะไรอีก" นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเลื่อนหน้าจอด้วยความเร็วสูง กราฟและตัวเลขผลการทดสอบความหนาแน่น ค่าแรงอัดคอนกรีต และสถิติการรับน้ำหนักปรากฏขึ้นหราบนหน้าจอ ชัดเจนจนแม้แต่คนตาบอดก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าค่าทุกตัวผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด แถมยังเหลื่อมเผื่อความปลอดภัย (Safety Factor) ไว้มากกว่าที่เขาออกแบบไว้เสียด้วยซ้ำ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่โล่งกว้างของชั้นสิบสอง มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านโครงเหล็กเส้น ธันวานิ่งค้างไปหลายวินาที ดวงตาคู่คมกวาดอ่านตัวเลขซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหาช่องโหว่ แต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า... เขาแพ้ แพ้ให้กับความรอบคอบที่เหนือกว่าของยัยตัวแสบคนนี้อย่างราบคาบ "เงียบไปเลยนะคุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ" รินรดาเอ่ยทัก ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ฉาบไว้ด้วยความสะใจ เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนหน้าอกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของเขา "ทีนี้... ใครกันแน่ที่ตื่นตระหนกเกินเหตุจนไม่ยอมเช็กข้อมูลให้ดีก่อนพุ่งตัวมาหาเรื่องฉันถึงไซต์งาน" ธันวาเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ต ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างจังในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความกระอักกระอ่วนใจที่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง อากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ลมบนตึกนี้พัดแรงจนหนาวเหน็บ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดหยิ่งเสมอ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความจำนนอย่างเห็นได้ชัด แต่มีหรือที่คนอย่างธันวาจะยอมรับความพ่ายแพ้โดยง่าย "ผม... ผมแค่ทำตามหน้าที่" ธันวาเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาวาววับที่เต็มไปด้วยชัยชนะนั้น หูของเขาเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว "วิศวกรที่ดีเขาไม่ทำงานลอยๆ แบบนี้หรอก... แต่วันนี้ถือว่าคุณโชคดีที่ผลแล็บมันดันเป็นใจ ไม่อย่างนั้นล่ะก็..." "ไม่อย่างนั้นคุณคงได้หาเรื่องหักเงินเดือนฉัน หรือไม่ก็ไล่ฉันออกจากโปรเจกต์นี้สินะคะ?" รินรดาเอียงคอถาม น้ำเสียงติดตลกแต่แววตากลับจริงจัง "บอกมาเถอะค่ะว่าคุณแค่อยากหาเรื่องคุยกับฉัน หรือไม่งั้นก็... กลัวว่าฉันจะทำงานแซงหน้าจนคุณหมดความสำคัญ?" "หลงตัวเอง!" ธันวาโพล่งออกมาเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เขาคืนแท็บเล็ตให้เธอด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง "ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมประสาทอะไรกับคุณหรอก งานยังมีอีกเยอะ ถ้าเก่งนักก็ไปตรวจหน้างานโซน B ต่อซะ อย่ามัวแต่มายืนเถียงผมตรงนี้" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ก้าวไปยังไม่ทันพ้นวิถีสายตา รินรดาชิงพูดดักคอขึ้นเสียก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "อ้อ... เตือนไว้ก่อนนะคุณธันวา โซน B ที่คุณสั่งให้ปรับแบบโครงสร้างเมื่อวานน่ะ ฉันเพิ่งตรวจพบว่าเสาเข็มต้นที่สี่มีรอยร้าวเล็กๆ จากการขนย้าย ถ้าคุณยังดันทุรังจะเทพื้นต่อโดยไม่เสริมเหล็กรับแรงเฉือนล่ะก็... คราวนี้ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกนะที่จะซวย แต่ตึกทั้งหลังอาจจะทรุดตัวลงมาก่อนที่คุณจะได้เซ็นรับมอบงานเสียอีก" ธันวาชะงักฝีเท้ากึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เขานิ่งงันไปชั่วอึดใจก่อนจะหันกลับมามองหน้าวิศวกรสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว หรือความถือดีอีกต่อไป แต่เป็นความตกตะลึงพรเพริดที่ฉายชัดในหน่วยตา ยังไม่ทันที่ธันวาจะอ้าปากเอ่ยถามอะไร เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ และน้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศตึงเครียด "ยอดเยี่ยมมากครับคุณรินรดา สมกับที่เป็นวิศวกรมือหนึ่งที่ผมทาบทามมาจริงๆ" ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว หันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' ประธานกรรมการบริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่และเป็นเจ้าของโปรเจกต์นี้ก้าวออกมาจากมุมมืดของบันได พร้อมรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปาก สายตาคมปลาบของภาคินกวาดมองระหว่างธันวาและรินรดาด้วยความหมายลึกซึ้ง "ในเมื่อพวกคุณทั้งคู่เริ่มเข้าใจตรงกันแล้ว งั้นผมขอประกาศข่าวดีตรงนี้เลยก็แล้วกัน..." ภาคินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองธันวาที่ยืนหน้าเครียดก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศบนชั้นสิบสองหยุดนิ่งสนิท "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะสั่งย้ายโต๊ะทำงานของคุณธันวา มาไว้ที่ห้องควบคุมโครงสร้างเดียวกับคุณรินรดา เพื่อให้พวกคุณ 'ประสานงาน' กันได้อย่างใกล้ชิด... แบบตัวต่อตัว ห้ามปฏิเสธครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่สองนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงาน กับสถาปนิกจอมแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%