เซฟโซนของคนคลั่งงาน กับสถาปนิกจอมแสบ•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนพิมพ์เขียว

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรساสหนาเตอะดังปัง สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้ปากกาโลหะบนโต๊ะสะดุ้งโยก สตูดิโอออกแบบทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน "นี่คือผลงานของวิศวกรที่ผ่านการรับรองใบประกอบวิชาชีพมาแล้วจริงๆ งั้นเหรอครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนน่ากลัวเอ่ยขึ้น พร้อมกับเรียนิ้วเรียวยาวดุจนักเปียโนที่ตวัดเปิดหน้ากระดาษพิมพ์เขียวโครงสร้างแผ่นใหญ่ให้พลิกกลับด้านอย่างไม่ไยดี ธันวา สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับมหาภัย ปรายตามองแผ่นแปลนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างเปิดเผย นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นเย็นชาเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งในฤดูหนาว รินรดา กำมือแน่นใต้โต๊ะประชุม เล็บสั้นกุดจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งพล่านจนแทบทะลุปรอท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตากับผู้ชายปากร้ายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณธันวาใช้เวลาสักนิดก้มลงอ่านบันทึกวิศวกรรมที่แนบไปด้านหลัง แทนที่จะเอาแต่จับผิดเส้นสายบนกระดาษ คุณน่าจะเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องขยับเสาหลักรับน้ำหนักออกไปสองเซนติเมตรนะครับ... อ้อ หรือว่าสมองระดับอัจฉริยะของคุณประมวลผลเรื่องแรงกดทับเชิงโครงสร้างไม่ทัน?" น้ำเสียงใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งตอบกลับทันควัน รินรดายิ้มหวานหยดให้ แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตาที่กำลังลุกโชนเป็นไฟ เธอกวาดตามองร่างสูงสมส่วนของสถาปนิกหนุ่มที่สวมสูทเข้ารูปเนี๊ยบกริบไร้ที่ติ หมอนี่หล่อเหลาเอาการและโดดเด่นสะดุดตา จนถ้ามองผิวเผินคงคิดว่าเป็นนายแบบปกนิตยสารแฟชั่น แต่พออ้าปากเท่านั้นแหละ เสน่ห์ทุกอย่างก็พังทลายไม่เป็นท่า ปากจัดยิ่งกว่าแม่ค้าตลาดสดติดติดแอร์เสียอีก ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทสีเทาเข้มขยับเข้าใกล้รินรดามากขึ้นจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด "สองเซนติเมตรในงานออกแบบของผม มันหมายถึงความสมบูรณ์แบบที่พังทลายครับคุณรินรดา คุณกำลังทำลายสุนทรียภาพของพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดเพื่อข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยที่ 'เกินความจำเป็น' โครงสร้างที่คุณคำนวณมาเนี่ย มันโบราณและเกะกะสายตาเหมือนตึกแถวสมัยยุคเก้าศูนย์ไม่ผิดเพี้ยน" "แต่มันปลอดภัยและรองรับแผ่นดินไหวได้จริงค่ะ! เอ๊ย... ได้จริงครับ!" รินรดาเผลอหลุดคำสามัญสำนองออกไปเกือบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคู่กรณีชอบจับผิดทุกกระเบียดนิ้ว เธอเปลี่ยนสรรพนามกลับมาประชดประชันได้อย่างรวดเร็ว "สุนทรียภาพของคุณกินได้ไหมคะ... เอ๊ย กินได้ไหมครับ? ถ้าตึกถล่มลงมาเพราะเสาไม่รับน้ำหนัก เอาความสวยงามของคุณไปชดเชยชีวิตคนตายได้หรือเปล่าล่ะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง กรรมการผู้บริหารและทีมงานคนอื่นๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ไม่มีใครกล้าปริปากแทรกกลางระหว่างสงครามประสาทของสองหัวกะทิประจำโปรเจกต์นี้เลยสักคน ธันวาหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณาเป็นครั้งแรก รินรดาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นข้อมือเรียวและนาฬิกาดิจิทัลลุยๆ ผมยาวถูกมسبรวบเป็นหางม้าสูงอย่างทะมัดทะแมง ใบหน้ารูปไข่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางจัดจ้าน มีเพียงความมั่นใจและดื้อรั้นที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตากลมโตคู่นั้น เป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ จริงอย่างที่เขาร่ำลือกัน และนั่นแหละ... ที่มันกวนประสาทเขาที่สุด "ปากเก่งดีนี่ครับ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความสะอาดสะอ้านลอยเข้าแตะจมูกรินรดาจนเธอชะงัก หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย "แต่ความมั่นใจแบบผิดๆ ของคุณ มันกำลังทำให้กำหนดการส่งมอบงานพัง ถ้าภายในสัปดาห์นี้คุณยังแก้แบบโครงสร้างให้เข้ากับสถาปัตยกรรมของผมไม่ได้... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากโปรเจกต์นี้ได้เลยครับ" "คุณ!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้หน้าอกกระเพื่อมไหว เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่คืบ ร้อนผ่าวจนแทบไหม้ "อย่ามาดูถูกวิชาชีพของฉันนะธันวา ฉันไม่มีทางแก้แบบบ้าๆ ตามใจคุณแน่ เพราะฉันยึดความถูกต้อง ไม่ใช่ความเรื่องมากอย่างไร้เหตุผลแบบคุณ!" ธันวายืดตัวขึ้นช้าๆ สายตาคมกราบกรานสำรวจเรือนร่างเพรียวบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยท่าทีนิ่งสงบขัดกับบรรยากาศเดือดพล่าน เขายกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มกวนประสาทที่ทรงพลังพิลึก "งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสครับ... ว่าวิศวกรปากเก่งอย่างคุณ มีฝีมือสมกับที่คุยไว้จริงๆ หรือเป็นแค่ลมปากไปวันๆ" เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะหยิบแฟ้มพิมพ์เขียวของตัวเองคืน แต่ทว่าในจังหวะที่มือทั้งสองเอื้อมมาปะทะกันเหนือโต๊ะ จู่ๆ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงตื่นตระหนกของเลขาหน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "คุณธันวาคะ! คุณรินรดา! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างโซน A แล้วค่ะ! คานเหล็กหลักเกิดการทรุดตัวลงมากะทันหัน ทีมงานติดอยู่ข้างในค่ะ!" ธันวาชะงักกึก นัยน์ตาสีเข้มหันขวับไปมองหน้าเลขาในเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสบตากับรินรดาที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด รินรดากัดริมฝีปากแน่นโดยไม่รอช้า เธอคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจแล้วพุ่งตัวผ่านหน้าธันวาไปทันที แต่สถาปนิกหนุ่มกลับเอื้อมมือคว้าข้อศอกเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและทรงพลังจนเธอต้องสะดุ้งหันกลับมามอง "ปล่อยนะ!" เธอตวาดเสียงแข็ง ธันวาไม่ได้ปล่อย แต่กลับดึงร่างเธอเข้ามาประชิดตัวจนอกชนอก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจกลางความโกลาหล "ตามผมมา... ถ้าไม่อยากให้ตึกที่คุณมั่นใจนัก พังครืนลงมาทับหัวคุณคาไซต์งาน!" ฟีนิกซ์สีทอง (ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของพระเอกเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงาน กับสถาปนิกจอมแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%