ความเงียบงันดุจป่าช้าปกคลุมลานประลองยุทธ์สำนักเทียนหลางในชั่วพริบตา ศีรษะและร่างไร้วิญญาณของคุณชายรองตระกูลเว่ยที่กลิ้งหล้ามาหยุดอยู่แทบเท้าของไป๋จื่อรั่ว ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับออร่าสังหารอันเยียบเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างอรชร ดวงตาหงส์คู่ดงามของนางหดแคบลงทันที สีหน้าที่เคยเฉยเมยราวกับรูปสลักน้ำแข็ง กลับแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นอารมณ์อันซับซ้อน ระหว่างความตกตะลึงพรึงเพริดและความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาขั้วหัวใจ ทว่าความจริงที่ปรากฏตรงหน้ากลับกระแทกเข้าใส่โสตประสาทของทุกคนอย่างไร้ความปรานี
"น... นั่นมันวิชาอะไรกัน!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกของผู้อาวุโสท่านหนึ่งดังทำลายความเงียบขึ้น ก่อนที่คลื่นเสียงอื้ออึงราวกับผึ้งแตกรังจะระเบิดออกทั่วสารทิศ ผู้คนนับพันต่างเบิกตากว้างจนแทบถล่น มองบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีขาวสะอาดตาที่ยืนไขว่ห้างอยู่บนลานประลองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ตัวของหลี่ชิงหยุนในยามนี้ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน อาภรณ์ของเขาสะบัดพลิ้วตามสายลมยามปะทะกับไอสังหารรอบด้าน รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งทระนงและเจ้าเล่ห์ในคราเดียวกัน ราวกับเมื่อครู่เขาไม่ได้เพิ่งสังหารยอดฝีมือผู้หนึ่งลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่เป็นเพียงการปัดฝุ่นออกจากไหล่เสื้อเท่านั้น
"เจ้าสวะ... เจ้าบังอาจนัก!" เสียงคำรามดั่งฟ้าผ่าจากผู้นำตระกูลเว่ยดังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การยับยั้ง พื้นหินรอบลานประลองแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความแค้นเคืองที่บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนถูกสังหารต่อหน้าต่อตา "วันนี้ต่อให้เจ้ามีเก้าชีวิต เจ้าก็ไม่มีวันได้เดินออกไปจากที่นี่อย่างมีลมหายใจ!"
หลี่ชิงหยุนปรายตามองผู้เฒ่าตระกูลเว่ยด้วยหางตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขายกมือขึ้นประสานไว้ที่หน้าอก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานเสียดแทงถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง
"เก้าชีวิตหรือ? น่าเสียดายที่ข้ามีเพียงชีวิตเดียว... แต่ชีวิตเดียวนี้นี่แหละ ที่เพียงพอจะส่งพวกเจ้าลงไปยมโลกตามไอ้สวะนี่ไปทั้งหมด"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจถึงขีดสุดทำให้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักเทียนหลางต่างพากันขมวดคิ้วมุ่น เจ้าสำนักเทียนหลางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานหรี่ตาลงอย่างพิจารณา รังสีอำมหิตวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าหลี่ชิงหยุนในอดีตเป็นเพียงศิษย์สวะที่ไร้รากปราณ แต่ยามนี้... กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้กลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึง มันไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์สายในคนใดจะสามารถบรรลุได้ต่อให้ฝึกฝนมาตลอดชีวิตก็ตาม
*โฮกกกก—!*
เสียงคำรามต่ำในลำคอของสัตว์อสูรเพลิงที่ซ่อนตัวอยู่ในมิติเงาของหลี่ชิงหยุนดังขึ้นในจิตสำนึก 'นายท่าน ให้ข้าออกไปเผาไอ้แก่พวกนี้ให้เป็นจุลเลยดีหรือไม่? รสชาติของพลังวิญญาณมนุษย์ระดับนี้ น่าจะทำให้ข้าฟื้นฟูพลังกลับมาได้อีกหลายส่วนเชียวหนָ'
'อย่าเพิ่งรีบร้อน เจ้าอ้วนเปา' หลี่ชิงหยุนสื่อสารทางจิตกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 'ของอร่อยย่อมต้องเก็บไว้กินคำสุดท้าย วันนี้ข้าจะเป็นผู้สอนบทเรียนให้พวกมันได้ประจักษ์เองว่า... การหยามเกียรติวิถีกระบี่และภรรยาของข้า มันมีจุดจบเช่นไร'
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไป๋จื่อรั่วที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องล่างก็ขยับตัว ร่างอรชรของนางก้าวออกมาหนึ่งก้าว ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกรอบตัวจนละอองน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางไม่ได้มองศพของคุณชายรองตระกูลเว่ยแม้แต่น้อย แต่สายตาคู่คมกริบราวกับกระบี่น้ำแข็งกลับจดจ้องไปยังหลี่ชิงหยุนเพียงผู้เดียว ภายในดวงตาคู่นั้นมีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน นางสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามรอบด้านที่กำลังพุ่งเป้ามาที่สามีของตน
"ชิงหยุน..." เสียงหวานใสเอמהแผ่วเบา แต่กลับสะท้อนก้องในใจของหลี่ชิงหยุน "ระวังตัวด้วย... พวกมันเตรียมค่ายกลสะบั้นวิญญาณไว้ลอบโจมตีเจ้าจากด้านหลัง"
หลี่ชิงหยุนหันไปสบตากับภรรยา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมหาเทพผู้เกรียงไกร เขาสบตาคู่สวยคู่นั้นก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "วางใจเถอะ, จื่อรั่ว ต่อให้พวกมันควักเอาขุมกำลังทั้งหมดของแผ่นดินนี้ออกมา ต่อหน้ากระบี่ในมือข้า... พวกมันก็เป็นได้แค่ฝุ่นผง"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่ชิงหยุนก็หายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ราวกับภาพลวงตา!
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดของอากาศดังสนั่นหวั่นไหว พื้นหินที่เขาเคยยืนอยู่ยุบตัวลงเป็นหลุมลึกกว่าสามเมตรในพริบตา ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตหลอมรวมลมปราณจะจินตนาการได้ แม้แต่ผู้นำตระกูลเวียดยังต้องสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างสีขาวพุ่งผ่านหน้าเขาไปราวกับสายฟ้าแลบ
"เร็วมาก!" ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเทียนหลางตะโกนลั่น "ตั้งค่ายกล! อย่าให้มันเข้าใกล้ประธาน!"
ทว่า... ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว
หลี่ชิงหยุนปรากฏกายขึ้นกลางวงล้อมของยอดฝีมือตระกูลเว่ยและผู้อาวุโสสำนักเทียนหลางรวมแปดคน มือขวาของเขายกขึ้นดั่งคมดาบ ปราณกระบี่สีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากปลายนิ้ว แผ่กลิ่นอายกดขี่สวรรค์และปฐพีจนเหล่าผู้ฝึกยุทธ์รอบลานประลองต่างหายใจไม่ออก เขากวาดสายตามองคนทั้งแปดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุจประกาศิตจากสวรรค์
"พวกเจ้า... อยากลิ้มรสตระกูลกระบี่เดียวสยบศัตรูของข้าสักคราหรือไม่?"
*ฉับพลัน!*
ประกายกระบี่สีทองเจิดจ้าสว่างวาบทั่วท้องฟ้า ราวกับดวงอาทิตย์ตกลงมาเยือนพื้นดิน เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเหล่าผู้อาวุโสยังไม่ทันได้หลุดออกจากลำคอ แสงกระบี่สายนั้นก็พาดผ่านร่างของพวกเขาทั้งแปดคนในเวลาเดียวกันอย่างไร้ร่องรอย ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งลงราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง
ชั่วลมหายใจต่อมา... ศีรษะของยอดฝีมือทั้งแปดก็ค่อยๆ เคลื่อนหลุดออกจากบ่า เลือดสดๆ พุ่งทะลักขึ้นสู่ท้องฟ้าย้อมเมฆาให้กลายเป็นสีชาด ร่างไร้หัวทั้งแปดทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกันในคราเดียว ท่ามกลางความตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างของผู้ชมหลายหมื่นคน
เพียงกระบี่เดียว... สยบยอดฝีมือแปดคน!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนถึงกระดูกดำ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มบนเวทีราวกับมองเห็นปีศาจจากขุมนรก
หลี่ชิงหยุนสะบัดมือเบาๆ ปราณกระบี่สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขากำลังจะก้าวเท้าเดินลงจากเวทีเพื่อไปหาภรรยาคนงาม แต่ทว่า... ฝ่าเท้าของเขากลับต้องชะงักกึก
เมื่ออยู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยโปร่งใส กลับมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมุนก่อตัวขึ้นเป็นรูปเกลียวพายุหมุนวนขนาดยักษ์เหนือศีรษะของเขา แรงกดดันระดับที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นแผ่ซ่านลงมาจนหินผารอบด้านแตกละเอียด และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... คือเงาร่างนับร้อยที่สวมชุดเกราะสีดำสนิท ปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขาเทียนหลาง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ดังสะท้อนก้องกวาดผ่านมิติมาว่า...
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สมแล้วที่เป็นทายาทผู้ตกทอดวิชาแห่งบรรพกาล... แต่ก็น่าเสียดาย ที่วันนี้... จะเป็นวันตายของเจ้า!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันไร้เทียมทานนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 7
กระบี่เดียวสยบศัตรู
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!