“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าสุนัขที่เจ้าเลี้ยงไว้ กำลังส่งเสียงเห่าหอนรบกวนความสงบของสำนักเซียนบูรพา?”
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังระคนมากับกลิ่นอายปราณอัคคีที่แผดเผาจนอากาศรอบศาลาทดสอบบิดเบี้ยวเป็นคลื่น ท่ามกลางบรรยากาศอันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีทองอร่ามกำลังก้าวเข้ามาทีละก้าว ฝ่ายนั้นคือ ‘เฟิงเทียนฮ่าว’ คุณชายรองแห่งตระกูลเฟิง ผู้ทรงอิทธิพลแห่งแคว้นทักษิณ ศิษย์สายหลักผู้ครอบครองขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองหลี่ชิงหยุนด้วยความเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองมดปลวกใต้ฝ่าเท้า
หลี่ชิงหยุนยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือข้างหนึ่งถือถ้วยชาที่ไอร้อนระเหยขึ้นมาเป็นรูปร่างของกระบี่เล่มจิ๋ว เขาดื่มชาช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน แม้เบื้องหลังของอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยศิษย์สายหลักนับสิบคนที่แผ่จิตสังหารออกมาเพื่อกดดันเขา แต่สีหน้าของเขากลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากซึ่งแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันอันล้ำลึก
“สุนัขหรือ?” หลี่ชิงหยุนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนราวกับเสียงระฆังสำนักเซียน “น่าเสียดายนัก... ในสายตาข้า คนที่วิ่งพล่านเห่าหอนไปทั่วเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้านาย เช่นพวกเจ้า ดูอย่างไรก็ละม้ายคล้ายสุนัขรับใช้เสียยิ่งกว่า”
“สามห่าว!” เฟิงเทียนฮ่าวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณอัคคีรอบตัวระเบิดออกเป็นเปลวเพลิงสีชาดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยก “ไอ้ขยะไร้รากฐาน เจ้าคิดว่าอาศัยบุญเก่าของสำนักแล้วจะกำแหงกับข้าได้งั้นรึ วันนี้ข้าจะใช้กระบี่เพลิงผลาญสวรรค์ของข้า สับกระดูกเจ้าเป็นหมื่นชิ้น เพื่อให้รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมันเป็นเช่นไร!”
บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดถึงขีดสุด เหล่าศิษย์สายรองและศิษย์รับใช้ที่แอบดูอยู่รอบบริเวณต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว พวกเขาต่างรู้ดีว่าเฟิงเทียนฮ่าวผู้นี้มีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิตเพียงใด และการมาเยือนในวันนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อพูดคุย แต่ตั้งใจจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหลี่ชิงหยุนให้จมดินต่อหน้าธารกำนัล
ทว่า ท่ามกลางพายุอารมณ์อันดุเดือดนั้น กลับมีร่างบอบบางในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากเรือนพักด้านหลัง นางก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับทำให้รัศมีความเย็นยะเยือกแผ่ข่ายออกไปจนเปลวเพลิงสีชาดของเฟิงเทียนฮ่าวต้องหดตัวลงโดยอัตโนมัติ
ไป๋จื่อรั่ว... เทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่
นางไม่ได้ชายตาแลมองคุณชายรองตระกูลเฟิงแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นทอดมองเพียงหลี่ชิงหยุนด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา นิ้วเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมไปแตะที่ด้ามกระบี่อัคคีน้ำแข็งข้างกายเบาๆ น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งพันปีเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“ชิงหยุน... ให้ข้าจัดการเจ้าสุนัขตัวนี้แทนท่านดีหรือไม่?”
หลี่ชิงหยุนเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยา ความดุร้ายในแววตาของเขากลายเป็นความอ่อนโยนในทันที เขาส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาปลดปล่อยกลิ่นอายปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่บริสุทธิ์และลึกล้ำออกมา แม้จะอยู่แค่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ แต่เมื่อมันรวมเข้ากับเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพกาล ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็พลันปรากฏรอยร้าวสีดำสนิทราวกับมิติถูกเฉือนขาด
“ภรรยาข้า... เรื่องสนุกเช่นนี้ ปล่อยให้สามีรับมือเองเถอะครับ” หลี่ชิงหยุนยิ้มบางๆ พลางเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้เบาๆ “หากปล่อยให้มืออันงดงามคู่นี้เปื้อนเลือดสุนัข เดี๋ยวกลิ่นสาบจะติดตัวเอาได้”
“บังอาจนัก!” เฟิงเทียนฮ่าวคำรามลั่นด้วยความแค้นที่ถูกหยามเกียรติซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระบี่เพลิงอัคคีในมือถูกชักออกจากฝัก แสงสีแดงฉานสาดส่องจนทั่วบริเวณ ร่างของเขากลายเป็นเงาดุจสายฟ้าเพลิงพุ่งเข้าหาหลี่ชิงหยุนด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าพายุหมุน “รับความตายเสีย!”
“เจ้าอ้วนเปา!” หลี่ชิงหยุนเอ่ยเรียกโดยไม่หันไปมอง
“โฮก! ข้ารู้อยู่แล้วนายท่าน!” เสียงคำรามทุบดินดังสะท้อน เจ้าอ้วนเปา พยัคฆ์อัคคีบรรพกาลที่นอนแทะกระดูกสัตว์อثارวิญญาณอยู่มุมเสา สะบัดร่างพองกลายเป็นพยัคฆ์ยักษ์ขนสีทองอร่าม อ้าปากพ่นลูกไฟทมิฬสกัดกั้นเส้นทางด้านหลังของศิษย์สายหลักตระกูลเฟิงไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว
ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่เพลิงผลาญสวรรค์พุ่งเข้ามาประชิดตัว หลี่ชิงหยุนไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เขากลับเอี้ยวตัวหลบอย่างงดงามราวกับสายน้ำไหล ปลายนิ้วชี้ประสานเข้าหากันวาดเป็นค่ายกลกระบี่กลางอากาศ ปราณกระบี่เก้าสวรรค์พรั่งพรูออกมานับพันสายราวกับดาราพากย์ร่วงหล่น ปะทะเข้ากับกระบี่ของเฟิงเทียนฮ่าวอย่างจังจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลือนลั่น!
*ตูมมมม!*
แรงปะทะทำให้พื้นศิลาพังทลายเป็นหลุมลึก เฟิงเทียนฮ่าวพ่นโลหิตออกมาคำใหญ่ ร่างกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อว่า คนที่มันมองว่าเป็นสวะจะสามารถสะท้อนกระบี่ของมันกลับมาได้ด้วยมือเปล่า!
“วิชาปราณกระบี่บ้านั่น... เจ้า... เจ้าบรรลุถึงขั้นไร้กระบี่ในใจแล้วหรือ?!” เฟิงเทียนฮ่าวหอบหายใจรุนแรง ใบหน้าซีดเผือด
หลี่ชิงหยุนก้าวเดินเข้าไปหาทีละก้าว แววตาคมกริบดั่งพญายมราชผู้พิพากษาชะตาชีวิต “โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่กบในกะลาอย่างเจ้าจะจินตนาการออก การที่เจ้ากล้ามาเหยียบเรือนพักของข้า แปลว่าตระกูลเฟิงของเจ้าคงเตรียมใจที่จะสูญเสียศิษย์เอกไปบ้างแล้วกระมัง?”
ทว่า ในขณะที่หลี่ชิงหยุนกำลังจะยกมือขึ้นปิดฉากการประลองครั้งนี้ ท้องนเหนือสำนักเซียนบูรพากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา เมฆหมอกดำทมิฬม้วนตัวลงมาพร้อมกับแรงกดดันระดับราชันย์เซียนที่กดทับลงมาจนทุกคนต้องคุกเข่าลงกับพื้น
พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะแหบแห้งอันน่าขนลุกก็ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่ฉีกขาด
“ฮ่าๆๆ... หลี่ชิงหยุน ช่างน่าประทับใจเสียจริง แต่น่าเสียดาย... ที่วันนี้ไม่ใช่แค่เจ้าจะได้ต้อนรับแขกจากตระกูลเฟิง”
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ ในมือของมันลากโซ่ตรวนมารที่พันธนาการร่างของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหุบเขาเซียนกระบี่เอาไว้ และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว มันก็โยนหัวของคนผู้หนึ่งกลิ้งหล้าลงมาแทบเท้าของไป๋จื่อรั่ว!
ดวงตาของไป๋จื่อรั่วหดแคบลงทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดเมื่อมองเห็นใบหน้าของศพที่กลิ้งมา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 6
การมาเยือนของศิษย์สายหลัก
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!