เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 8

เงาจันทร์ในหุบเขาเซียน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
ประกายสีโลหิตฉาบทอผืนป่าไผ่เหมันต์จนกลายเป็นสีชาด เสียงหัวเราะเย้ยหยันยังคงก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับเสียงก,รีดร้องของภูตผีในขุมนรกโลกันตร์ ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่อาบพิษมารกำลังจะปลิดชีพเงาร่างเบื้องหน้า ร่างของหลี่ชิงหยุนกลับเลือนหายไปราวกับควันจางๆ ในสายลม *“วิชาก้าวพริบตาหมื่นภพงั้นรึ? เป็นไปไม่ได้! เจ้าเด็กสวะนี่มีพลังปราณระดับใดกันแน่!”* เสียงสบถอย่างตื่นตระหนกของมือสังหารจากสำนักเทียนหลางดังขึ้น พร้อมกับที่กระบี่ในมือของมันแทงทะลุผ่านความว่างเปล่าจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท กิ่งไผ่พันปีนับร้อยต้นขาดสะบั้นลงในพริบตา เศษใบไม้ปลิวว่อนเคลือบด้วยไอน้ำแข็งสีขาวโพลน ยามนี้ ห่างออกไปสามร้อยเชียะ บนโขดหินโบราณที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวมรกต หลี่ชิงหยุนยืนไขว่ห้า มือข้างหนึ่งถือกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เพิ่งเหลาเสร็จ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวพญาหันกลับไปมองกลุ่มศัตรูด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน มุมปากหยักลึกฉายแววดurร้ายกาจอย่างยิ่ง "พวกเจ้าเห่าหอนเสียเสียงดัง... รบกวนความสงบของผืนป่าแห่งนี้ไม่พอ ยังกล้าบังอาจทำลายบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ในการชมจันทร์ของข้าอีก" หลี่ชิงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันแห่งมหาเทพที่กดทับลงบนจิตวิญญาณ จนพวกมันต้องถอยหลังไปคนละก้าวอย่างไม่รู้ตัว "ฮ่าๆๆๆ ลูกพี่! เจ้าพวกสุนัขรับใช้สำนักเทียนหลางพวกนี้ รสมือคงฝีมือตกต่ำลงทุกวัน แค่เห่าไปไม่กี่คำก็ขาพับเสียแล้ว ข้าพยัคฆ์อัคคีบรรพกาลเห็นแล้วยังรู้สึกอับอายแทนบรรพบุรุษของพวกมันเลยโว้ย!" เสียงคำรามแหบพร่าแต่กวนประสาทดังมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ เจ้าอ้วนเปายื่นหัวกลมๆ ออกมา พ่นลมหายใจเป็นเปลวไฟสีครามออกมาเล่นอย่างไม่เกรงกลัวศัตรูแม้แต่น้อย ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด กลิ่นอายความหนาวเย็นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีพันลี้ *ฉับพลัน!* ม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมหุบเขาเซียนกระบี่เริ่มม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลดลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ความกดดันอันบริสุทธิ์และเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าเหมันตฤดูสิบปีซ้อนแผ่ขยายออกไปกดทับทุกสรรพชีวิตจนแทบหยุดหายใจ แม้แต่หลี่ชิงหยุนยังต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอ่อนโยนลุ่มลึกที่ฉายประกายความโหยหาอย่างสุดซึ้ง ในม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์ค่อยๆ ก้าวเดินออกมา ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งผู้สลักจากหยกสวรรค์ เรือนผมน과ดำขลับทิ้งตัวยาวคลอเคลียแผ่นหลังบอบบาง ดวงหน้าประณีตงดงามอย่างไร้ที่ติ ทว่าเรียบเฉย เยชาชา เยือกเย็น และไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า ดั่งว่าต่อให้แผ่นดินล่มสลายตรงหน้า นางก็จะไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย นางคือ "ไป๋จื่อรั่ว" นางเซียนผู้ครองหุบเขาเซียนกระบี่ ผู้ที่คนทั่วทั้งยุทธภพต่างหวาดกลัวและก้มหัวให้ แต่ยามนี้... สายตาดั่งน้ำแข็งพันปีคู่นั้น เมื่อกวาดผ่านเหล่ามือสังหารสำนักเทียนหลาง และมาหยุดลงที่ร่างของหลี่ชิงหยุน ความเย็นชากลับละลายหายไปในพริบตา ดุจหิมะแรกผินพบแสงตะวัน นางไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ สักคำ ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่ขาวผ่องดั่งหยกกลับสะบัดเบาๆ ครั้งหนึ่ง *“เคร้ง!”* กระบี่บินนับพันเล่มที่ซ่อนเร้นอยู่ในม่านหมอกพวยพุ่งออกมาราวกับดาราตกจากฟากฟ้า พลังปราณกระบี่อันคมกริบและบริสุทธิ์ผุดผ่องพัดผ่านร่างของมือสังหารสำนักเทียนหลางทั้งสิบแปดคนในชั่วลมหายใจเดียว พวกมันยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ร่างกายก็แข็งค้างกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งสีใส ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงปลิวไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย ความเงียบสงบปกคลุมหุบเขาอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและกลิ่นอายจางๆ ของดอกเหมันต์ หลี่ชิงหยุนยกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างระหงช้าๆ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อรัศมีกระบี่สังหารของนางแม้แต่น้อย "ภรรยาข้า... เจ้าออกโรงเองเช่นนี้ เกรงว่าพวกมดปลวกพวกนั้นคงรู้สึกเป็นเกียรติจนตายตาหลับแล้วกระมัง?" ไป๋จื่อรั่วชำเลืองมองเขาด้วยหางตา แววตาคู่สวยมีความน้อยเนื้อต่ำใจแฝงอยู่ชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งธารน้ำแข็ง "เจ้าหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว... หลี่ชิงหยุน" "โธ่... ข้าแค่หาเรื่องมาให้ภรรยาคนสวยได้แสดงฝีมือต่างหากเล่า" หลี่ชิงหยุนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในระยะที่ลมหายใจรินรดกันได้ สูดดِمกลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์จากกายสาวที่เขาโหยหามาตลอดกาลเวลาอันยาวนาน ไป๋จื่อรั่วหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว แม้นางจะพยายามรักษาท่าทีเยือกเย็นไว้เพียงใด แต่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึกยามเผชิญหน้ากับบุรุษผู้กวนประสาทผู้นี้เสมอ "ถอยไป..." นางเอמהเสียงเบาราวเสียงกระซิบ ทว่ายังไม่ทันที่หลี่ชิงหยุนจะได้เอ่ยหยอกล้าอันใดต่อ สีหน้าของทั้งสองก็พลันเปลี่ยนไปพร้อมกัน *เปรี้ยง! ตูม—!* ท้องนภายามราตรีที่ควรจะกระจ่างใสด้วยแสงจันทร์ กลับถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาวด้วยสายฟ้าสีทองคำม่วงขนาดมหึมา พลังกดดันระดับบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านลงมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปทั้งสามภพแปดทิศ... "หลี่ชิงหยุน! เจ้าหนีความตายพ้นจากวัฏสงสารได้ แต่อย่าหวังว่าจะรอดพ้นจาก 'ทัณฑ์กระบี่สวรรค์' ในคืนนี้ไปได้เลย!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงเซียนไปกับตัวอักษรของผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%