กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่เบื้องหลังม่านควันอสนีบาตที่ยังคงคำรามก้องในหุบเขาหมื่นพิษ ยามนี้ เงาร่างสามสายกำลังยืนล้อมรอบกระถางสำริดโบราณที่สลักลวดลายสัตว์อสูรกลืนนภา เปลวเพลิงสีเขียวมรกตที่ลุกโชนอยู่ในกระถางนั้นสะท้อนแววตาอำมหิตของเจ้าสำนักเทียนหลางอย่างเด่นชัด
"เจ้าเด็กนั่น... เติบโตเร็วจนน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว"
เสียงแหบพร่าดั่งกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นจากปากของผู้อาวุโสใหญ่ผู้กุมอำนาจฝ่ายมืดแห่งนิกายมืดมนตรา นัยน์ตาของมันลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบ่อ
"เพียงเวลาไม่กี่เดือนจากศิษย์สวะที่ถูกขับไล่ บัดนี้มันกลับสามารถทะลวงผ่านขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย หากปล่อยให้มันได้ครอบครองกล่องสมบัติแห่งบรรพกาลที่เพิ่งค้นพบ... เก้าสำนักใหญ่ในยุทธภพคงต้องก้มหัวให้มันผู้เดียวเป็นแน่"
เจ้าสำนักเทียนหลางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ปราณสีดำทะมึนแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวผิดรูป ความแค้นในอดีตที่เคยถูกหลี่ชิงหยุนตบหน้ากลางลานพิธีประลองยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ
"ต่อให้มันจะมีพรสวรรค์สะท้านฟ้าสะเทือนดินเพียงใด... ก็เป็นได้แค่เพียงศพไร้ญาติในสุสานบรรพกาลเท่านั้น ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านเตรียม 'ค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณ' ไปถึงไหนแล้ว?"
"ทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว ขอเพียงแค่เหยื่อก้าวเข้าสู่เขตอาคมที่หุบเขาอสูรคลั่ง ต่อให้เป็นเซียนหรือมาร ก็ต้องแหลกสลายกลายเป็นปุ๋ยใต้ฝ่าเท้าของพวกเรา!" ผู้อาวุโสใหญ่มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม มือเหี่ยวย่นโยกย้ายแผ่นยันต์สีเลือดลงบนแผนที่ยุทธภพ
ทว่า ในขณะที่เงาทมิฬกำลังวางแผนปลิดชีพผู้พลิกชะตาสวรรค์อยู่นั้น ที่เรือนไผ่เงียบสงบห่างออกไปหลายร้อยลี้ บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความนุ่มนวลและกลิ่นอายปราณกระบี่บริสุทธิ์
หลี่ชิงหยุนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกหญ้าวิญญาณ ดวงตากลมโตคมกริบราวกับดาราค่ำคืนทอดมองไปยังหญิงสาวผู้เลอโฉมเบื้องหน้า ไป๋จื่อรั่วกำลังรินน้ำชาสมุนไพรหมื่นปีใส่จอกหยกด้วยกิริยาที่สง่างามและเยือกเย็นดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง ทว่าแววตาที่นางใช้มองเขากลับมีความอ่อนโยนล้ำลึกที่ไม่อาจซ่อนเร้น
"เจ้ามองอะไรของเจ้า?" ไป๋จื่อรั่วเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่มุมปากกลับอมยิ้มนิดๆ อย่างรู้ทัน
"มองภรรยาคนงามของข้าสิครับ..." หลี่ชิงหยุนยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับกายเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายหอมเย็นราวดอกเหมันต์ของนางลอยเข้าจมูก "ข้ากำลังคิดว่า... ต่อให้พวกมันทั้งใต้หล้าจะร่วมมือกันส่งกองทัพมารมาขวางทางเรา ข้าก็ไม่นึกกลัวแม้แต่น้อย ขอเพียงแค่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง ชะตาสวรรค์หรือจะสู้กำปั้นและคมกระบี่ของข้าได้"
"วาจาลื่นไหลไร้สาระ" ไป๋จื่อรั่วค้อนให้วงพักตร์งดงามทีหนึ่ง แต่นางก็ยื่นจอกชาให้เขาโดยดี "ระวังตัวด้วย ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านมาจากฝั่งหุบเขาหมื่นพิษ... พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"
"ให้มันมาเถอะครับ..."
หลี่ชิงหยุนรับจอกชามาดื่มรวดเดียวหมด แววตาทะนงตนฉายประกายคมปลาบดุจกระบี่วิญญาณที่รอวันชักออกจากฝัก "ข้ากำลังรอให้พวกมันโผล่หัวออกมาอยู่พอดี สุนัขที่เห่าหอนอยู่ในความมืด... มีแต่ต้องตัดหัวของมันเสียให้สิ้นซาก ถึงจะทำให้แผ่นดินนี้สงบสุขลงได้"
ทันใดนั้นเอง!
*โฮกกกกกก—!*
เสียงคำรามสะท้านฟ้าของเจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ก็ดังแว่วมาจากนอกค่ายกลป้องกันเรือนไผ่ พร้อมกับเงาร่างอ้วนท้วนกลมกลิ้งที่วิ่งโร่เข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ปากของมันคาบสมุนไพรวิญญาณเกรดสวรรค์ไว้พัลวัน
"ลูกพี่! แย่แล้ว! พวกมันมาแล้ว! ผู้อาวุโสฝ่ายมืดนำกองกำลังกระดูกทมิฬนับหมื่นนายบุกเข้ามาถึงค่ายกลชั้นนอกแล้วโว้ย! แถม... แถมพวกมันยังพาคนผู้หนึ่งมาด้วย... คนที่พวกท่านคิดไม่ถึงว่าจะทรยศ!"
หลี่ชิงหยุนหรี่ตาลงทันที รัศมีปราณกระบี่รอบกายระเบิดออกอย่างรุนแรงจนโต๊ะไม้หินแตกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋จื่อรั่วยืนขึ้นช้าๆ กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกส่งเสียงร้องคำรามรับศึก
ที่หน้าประตูค่ายกล หมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากลุ่มคนนึกไม่ถึง และร่างที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้นทำให้ลมหายใจของหลี่ชิงหยุนต้องสะดุดกึกทันที!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนกับผมนะครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 11
แผนการร้ายในความมืด
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!