"เงาดำที่สะท้อนอยู่ในม่านตานั้น... ไฉนจึงมีโครงหน้าและแววตาราวกับส่องกระจกเงาเช่นนี้เล่า?"
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาของหลี่ชิงหยุนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโถงลับ ชายหนุ่มมิได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ปราณกระบี่ในจุดตันเถียนหมุนวนดั่งกระแสน้ำวนแห่งห้วงมหาสนุก สายตาคมกริบราวกับพญายมจ้องมองเงาร่างนั้นที่ค่อยๆ ก้าวทะลุผ่านม่านควันสีนิลออกมาอย่างเชื่องช้า
ในชั่วพริบตานั้น บรรยากาศรอบกายพลันกดดันจนลมหายใจแทบติดขัด เงาดำแปลงกายเป็นรูปร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ใบหน้าคมคายดุดันที่ประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันคู่นั้น คือตัวตนของหลี่ชิงหยุนในอดีตชาติอย่างไร้ผิดเพี้ยน!
"แปลกใจกระนั้นหรือ ชิงหยุน?" เงาดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ก้องกังวานในจิตวิญญาณ "เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดในร่างของศิษย์สวะผู้นี้ จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งกรรมเก่าได้หรือ? ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า... ความกระหายเลือดและการทำลายล้างที่เจ้าพยายามกดขี่มันไว้ ข้าคือนายเหนือหัวผู้แท้จริงของเจ้า!"
หลี่ชิงหยุนแค่นเสียง "หึ" ออกมาจากลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายอย่างมั่นคง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งออกรอบตัวจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าร้าวรานเป็นทางยาว
"กรรมเก่าหรือ? ตัวตนที่แท้จริงอันใดกัน..." หลี่ชิงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังอำนาจ "ในชาติก่อน ข้าถูกพวกสวะอย่างพวกเจ้าหักหลังเพราะความโง่เขลาในคุณธรรมจอมปลอม แต่ในชาตินี้... ข้าคือผู้กำหนดชะตาฟ้าดิน แม้แต่เงาหัวของตัวข้าเอง หากคิดจะลุกขึ้นมาขวางทางข้าและภรรยา... ข้าก็จะสับมันให้แหลกเป็นจุลด้วยกระบี่เดียว!"
ทว่า ก่อนที่คมกระบี่จะได้พุ่งเข้าหาเงาร่างปริศนาเพื่อพิสูจน์ความจริง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งภูเขาเซียนกระบี่ เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันถึงเก้าครั้ง! *ก้อง... ก้อง... ก้อง...*
*ตึง! พลั่ก! โครม!*
เสียงอาคารบ้านเรือนพังทลายพร้อมกับเสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของเหล่าศิษย์ในสำนักดังระงม หลี่ชิงหยุนขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสทางจิตวิญญาณบอกเขาได้ทันทีว่าต้นตอของความวุ่นวายนี้ไม่ได้มาจากผู้ใดอื่นไกล แต่มันมาจาก "เจ้าตัวแสบ" ที่เขากำราบไว้ไม่เว้นแต่ละวันต่างหาก
ตัดภาพมาที่สวนสมุนไพรวิญญาณชั้นยอด เขตหวงห้ามอันศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเซียนกระบี่ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมไปเสียแล้ว
"ฮ่าๆๆๆ! รสชาติหวานฉ่ำปานนี้ สมกับที่เป็นผลไม้วิญญาณร้อยปีที่พวกแกแก่ๆ เฝ้าฟูมฟักมาจริงๆ! เจ้าพวกมนุษย์หน้าโง่ ตามข้าให้ทันสiถ้าพวกแกแน่จริง!"
เสียงหัวเราะอย่างสะใจและกวนประสาทดังลั่นฟ้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง เจ้าอ้วนเปา พยัคฆ์อัคคีบรรพกาลในร่างเสือตัวกลมกลิ้งอ้วนท้วน ขนสีแดงเพลิงส่องประกายระยิบระยับ มันกำลังใช้เท้าหน้าตบก้นตัวเองเยาะเย้ยเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายในนับร้อยคนที่วิ่งไล่กวดมันหัวซุกหัวซุน
รอบตัวของเจ้าอ้วนเปาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงบรรพกาลที่แผดเผาต้นไม้ใบหญ้าจนไหม้เกรียม ในปากของมันคาบ "ผลท้อสุริยัน" ลูกโตขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่ใช้ในการหลอมโอสถทะลวงขอบเขตขั้นสูงของเจ้าสำนักเทียนหลาง!
"ไอ้... ไอ้สัตว์อสูรเดรัจฉานตัวกลม! คายผลท้อสุริยันเดี๋ยวนี้!" ผู้อาวุโสคลังสมบัติหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับจนน่ากลัว เขาควงกระบี่วิญญาณในมือหมายจะพุ่งเข้าเสียบเจ้าอ้วนเปาให้ทะลุ
"ฮ่าๆๆ แกแก่แล้ว ตาฝาดหรือไงฟะ? ของที่ตกถึงท้องพยัคฆ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้คืนเลยไอ้แก่หัวโล้น!" เจ้าอ้วนเปาพ่นลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นใส่หน้าผู้อาวุโสคลังสมบัติเป็นการทักทาย ก่อนจะสะบัดก้นหนีด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมลมปราณเสียอีก
"หยุดนะ!" เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังสะท้านฟ้า เจ้าสำนักเทียนหลางปรากฏกายขึ้นกลางอากาศ ร่างของเขาห่อหุ้มด้วยปราณสีทองอร่าม แววตาคมกราบเต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งตรงไปยังเจ้าอ้วนเปาโดยตรง แรงกดดันจากยอดฝีมือขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณแผ่ซ่านกดทับจนเหล่าศิษย์รอบข้างทรุดฮวบลงกับพื้น
เจ้าอ้วนเปาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย มันหันไปมองเจ้าสำนักเทียนหลางที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ หาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"อุ๊ย แม่เจ้าโว้ย! ตาแก่หน้าเนื้อใจเสือมาแล้วโวย!" เจ้าอ้วนเปาร้องลั่นด้วยความตกใจ (ที่แสร้งทำขึ้น) มันรีบกลิ้งตัวเป็นลูกบอลไฟพุ่งชนเข้าใส่แปลงสมุนไพรหายากอีกแห่งหนึ่งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
*เปรี้ยง! ตูม!*
สมุนไพรวิญญาณอายุหลายร้อยปีแหลกสลายกลายเป็นผุยผงใต้ฝ่าเท้าของเจ้าสำนักเทียนหลาง ผู้เฒ่าหน้าชาด้วยความแค้นเคืองจนกระอักโลหิตออกมาคำโต เขาไม่เคยคิดเลยว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะสร้างความเสียหายให้แก่สำนักได้มหาศาลเพียงนี้ในเวลาแค่ก้านธูปเดียว
ในขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนวุ่นวายถึงขีดสุด ไป๋จื่อรั่ว เทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ นางก้าวเดินออกมาจากตำหนักด้วยกิริยาอันสง่างามเยือกเย็น ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรอบกายจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางมองดูความวุ่นวายตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเหลือบมองไปทางสามีของนางที่เพิ่งเดินออกมาจากโถงลับพอดี
ดวงตาคู่สวยของไป๋จื่อรั่วสบเข้ากับดวงตาของหลี่ชิงหยุน แม้ภายนอกนางจะดูเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความรู้สึกขบขันและโล่งใจที่ได้เห็นเขายังคงปลอดภัยดี
"ดูเหมือนว่าสัตว์เลี้ยงคู่พันธสัญญาของท่าน จะสร้างความบันเทิงให้แก่สำนักเราไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ" ไป๋จื่อรั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานราบบนผืนน้ำแข็ง
หลี่ชิงหยุนยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาเคียงข้างภรรยาอย่างอาจหาญ มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของนางเข้ามาแนบชิดโดยไม่เกรงสายตาผู้ใดในสำนักแม้แต่น้อย
"ปล่อยให้มันสนุกไปอีกสักครู่เถอะที่รัก..." หลี่ชิงหยุนกระซิบข้างใบหูขาวผ่องของภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่เมื่อมองตรงไปยังเจ้าสำนักเทียนหลางที่กำลังเดือดดาลจนแทบคลั่ง "เพราะหลังจากนี้... บัญชีแค้นระหว่างข้ากับตาแก่เทียนหลางและเงาลึกลับในโถงลับ คงต้องสะสางกันอย่างจริงจังเสียที"
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด ท้องนภาเหนือสำนักเซียนกระบี่ที่เคยแจ่มใส กลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำทะมุนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางลานพิธีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
*เปรี้ยงงงงง!*
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระดับที่ทำเอาผู้อาวุโสทุกคนต้องเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่า มันไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์ธรรมดา แต่เป็น... พลังปราณโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้ภูเขามานับหมื่นปี กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยใครบางคน!
เจ้าอ้วนเปารีบวิ่งสี่ขามาหลบอยู่ด้านหลังของหลี่ชิงหยุน มันกลืนผลท้อสุริยันลงท้องไปอึกใหญ่แล้วเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ "ลูกพี่... ข้าไม่ได้เป็นคนปลุกเจ้านั่นนะ! แต่ดูเหมือนว่า... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังก้าวเท้าขึ้นมาบนยอดเขาของเราแล้ว..."
หลี่ชิงหยุนหรี่ตาลงมองไปยังกลุ่มหมอกควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน ร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านสายฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำให้หัวใจของทุกคนต้องหยุดเต้น
"ในที่สุด... ข้าก็หากล่องสมบัติแห่งบรรพกาลจนพบ... หลี่ชิงหยุน เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือข้าในชาตินี้ได้จริงหรือ?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*หวังว่าท่านรี้ดทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเดินทางในยุทธภพครั้งนี้ หากชื่นชอบ อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจนักเขียนคนนี้ด้วยนะครับ!*
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 10
สัตว์อสูรจอมป่วนออกโรง
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!