"เงาพ면นั้น... เจ้าสำนักเทียนหลาง เหตุใดจึงรวดเร็วนัก!"
เสียงอุทานในใจของหลี่ชิงหยุนดังขึ้นพร้อมกับม่านตาที่หดเกร็งจนเหลือเพียงเท่าปลายเข็ม ที่หน้าประตูค่ายกล หมอกทมิฬที่ม้วนตัวเข้าหาหาใช่สัตว์อสูรระดับสูงหรือผู้อาวุโสฝ่ายนอกตามที่หลายคนคาดคิด ทว่ากลับเป็นเงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้ม ปักลายดวงจันทร์สีโลหิตสามดวง—สัญลักษณ์แห่งหุบเขาอสูรโลหิต ดินแดนต้องห้ามที่ควรจะถูกปิดตายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้ว!
ทว่า สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของหลี่ชิงหยุนสะดุดกึกมิใช่เพียงแค่กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบราวน้ำแข็ง หากแต่เป็นใบหน้าใต้ฮู้ดสีดำสนิทนั้น...
*ซiง... พี่รองแห่งสำนักกระบี่เมฆา ผู้ทรยศที่สังหารข้าในชาติก่อน!*
ความทรงจำอันขมขื่นและเพลิงแค้นที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งห้วงจิตวิญญาณพลือดเดือดพล่านขึ้นมาทันที ปราณกระบี่ในตันtianของหลี่ชิงหยุนสั่นสะท้านจนส่งเสียงคำรามก้องราวกับพญาอินทรีตื่นจากจำศีล กระแสจิตสังหารพวยพุ่งทะยานจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น หากแต่มือหนาของเขากลับถูกมือเรียวเย็นเฉียบดึงรั้งไว้เบาๆ
ไป๋จื่อรั่วมิได้เอ่ยวาจาใด นางเพียงก้าวเข้ามาขวางเบื้องหน้าครึ่งก้าว นัยน์ตาดั่งหยกน้ำแข็งคู่นั้นกวาดมองเงาร่างเบื้องหน้าด้วยประกายตาดุดันเย็นชาดุจยมทูต ปราณกระบี่เหมันต์บริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นรัศมีสามเชียะ กดดันให้หมอกทมิฬที่พعيลพಯัคฆ์ถอยร่นไปโดยอัตโนมัติ
"สามหาม..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน "กล้าอาจ2หาญล่วงล้ำเขตทดสอบหอคอยทัณฑ์สวรรค์ เจ้าคิดว่าชีวิตของพวกเจ้ามีค่าพอจะชดใช้หรือไm่?"
"ฮ่าๆๆๆ... คุณชายไป๋จื่อรั่วผู้สูงส่งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ ช่างเกริกไกรสมคำร่ำลือ!" เงาร่างนั้นหัวร่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสี ก่อนจะเปิดฮู้ดเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหน้าผากถึงคาง ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองหลี่ชิงหยุนที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว "ข้ามิได้มาเพื่อหาเรื่องเจ้า... แต่ข้ามาเพื่อ 'เศษสวะ' ที่หลบอยู่หลังกระโปรงสตรีผู้นี้ต่างหาก!"
บรรยากาศรอบลานพิธีพลันเงียบกริบลงชั่วพริบตา เหล่าศิษย์สำนักและผู้อาวุโสที่มารุมล้อมต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ใครเล่าจะคาดคิดว่าศิษย์ขั้นรวบรวมปราณผู้หนึ่ง จะดึงดูดผู้ฝึกตนสายมารระดับแก่นแท้โลหิตมาตามล่าถึงประตูหอคอยทัณฑ์สวรรค์ได้!
หลี่ชิงหยุนค่อยๆ หลับตาลงตั้งสติ ปราณกระบี่ที่ปั่นป่วนในกายถูกกดขี่ให้สงบลงอย่างรวดเร็วด้วยวิถีจิตเซียนโบราณ เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไม่มีความตระหนกหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเยือกเย็นดุจมหาสมุทรลึกและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน
"หึ... สุนัขรับใช้ที่หนีหัวซุกหัวซุนลงไปซ่อนตัวอยู่ในรูหนอน กล้าโผล่หัวขึ้นมาเห่าหอนบนดินแดนเซียนแล้วหรือ?" หลี่ชิงหยุนก้าวเท้าข้ามไหล่ของไป๋จื่อรั่วขึ้นมาเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตด้วยท่าทีองอาจ ท่วงท่าดุจจอมราชันย์ผู้มองสรรพชีวิตเป็นเพียงธุลีดิน "พี่รอง... ดูท่าทางแผลเป็นที่หน้าผากของเจ้าในวันนั้น ยังเตือนความจำได้ไม่ดีพอสินะ ถึงได้รนหาที่มาตายใหม่อีกครา"
ซิ่งจื่อ (ผู้ทรยศ) ชะงักกึก สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว แผลเป็นบนใบหน้าเต้นตุบๆ เมื่อได้ยินคำเยาะเย้ยที่จี้ใจดำ "ไอ้เด็กเวร! วันนั้นเจ้าอาศัยค่ายกลบรรพกาลจึงหนีรอดไปได้ แต่วันนี้... ที่นี่คือหอคอยทัณฑ์สวรรค์ พลังปราณของเจ้าจะถูกกดทับจนเหลือเพียงศูนย์! เจ้าไม่มีทางรอดเงื้อมมือข้าไปได้แน่!"
"เช่นนั้นก็ลองดู..."
หลี่ชิงหยุนสะบัดแขนเสื้อ เสียงคำรามต่ำของเจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ดังขึ้นจากห้วงมิติอสูร *'นายท่าน! ข้าอยากเผาไอ้สารเลวคราบมนุษย์นี่จนกลายเป็นขี้เถ้ามานานแล้ว ปล่อยข้าออกไปเถอะ!'*
"ยังไม่ใช่เวลาของเจ้า อ้วนเปา... เก็บเรี่ยวแรงไว้สวาปามพลังปราณในหอคอยดีกว่า" หลี่ชิงหยุนส่งกระแสจิตตอบกลับสัตว์อสูรคู่พันธสัญญา ก่อนจะหันไปประสานสายตากับไป๋จื่อรั่วที่ยืนเคียงข้าง นางมิได้พูดอันใด แต่สายตาคู่นั้นสะท้อนความเชื่อมั่นอย่างCุมชัด และมือเรียวบางก็ยื่นมาแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า *'หากมันกล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่เส้นผมเดียว ข้าจะล้างบางสำนักมารของมันให้สิ้นซาก'*{/i}
ความอบอุ่นไหลซ่านผ่านผิวเนื้อเข้าสู่หัวใจ หลี่ชิงหยุนยิ้มรับบางๆ ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งตรงไปยังประตูบานใหญ่ยักษ์ของ **"หอคอยทัณฑ์สวรรค์"** ที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ตัวหอคอยเก้าชั้นสร้างจากศิลาศิลาเพลิงสุริยะ สลักลวดลายอักขระโบราณที่ส่องแสงเรืองรองสีทองอร่าม ทว่าในยามนี้ อักขระเหล่านั้นกลับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีดำที่ซิ่งจื่อแผ่ขยายเข้ามา
"จื่อรั่ว... ข้าจะเข้าไปพิสูจน์ให้ฟ้าดินได้ประจักษ์ว่า หนอนแมลงเหล่านี้ไม่มีค่าแม้แต่จะมองแผ่นหลังของข้า"
สิ้นเสียง ทรวดทรงระหงของหลี่ชิงหยุนก็พุ่งทะยานเข้าสู่ประตูหอคอยทัณฑ์สวรรค์ในพริบตา!
*ตูมมมม!*
ทันทีที่ร่างของเขาข้ามผ่านธรณีประตู แรงกดดันมหาศาลระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็โถมเข้าใส่ราวกับภูเขาพันลูกกดทับลงบนบ่า ปราณในกายสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดราวกับกระดูกถูกบดละเอียดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทว่าหลี่ชิงหยุนมิได้ส่งเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ สันหลังเหยียดยตรงดุจกระบี่คมที่พร้อมทะยานเสียดฟ้า
บนชั้นที่หนึ่งของหอคอย ความมืดมิดปิดทึบรายล้อม ทันใดนั้น เงาร่างของสัตว์ออสูรมายาและหุ่นเชิดปราณนับร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับประกายตาสสีแดงฉาน พวกมันพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง!
หลี่ชิงหยุนแย้มยิ้มเย็นชา มือขวาแบออก ปราณกระบี่สีทองอร่ามพวยพุ่งรวมตัวกันบนฝ่ามือกลายเป็น "กระบี่ไร้ลักษณ์"
"เข้า0มา... ข้าจะใช้พวกเจ้าเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของหอคอยแห่งนี้เอง!"
ร่างของเขากลายเป็นสาย1ฟ้าสีทอง พุ่งตะลุยเข้าสู่ฝูงหุ่นเชิดและอสูรมายาอย่างดุเดือด เลือดและประกายไฟจากการปะทะระเบิดออกระลอกแล้วระลอกเล่า คะแนนบนแผ่นศิลาประกาศผลด้านนอกพุ่งทะยานขึ้นจากศูนย์อย่างบ้าคลั่ง: 1,000... 5,000... 12,000 คะแนน! ความเร็วนั้นทำเอาเหล่าผู้อาวุโสที่ยืนดูอยู่ด้านนอกถึงกับอ้าปากค้างจนคางแทบหลุด
ทว่า ในขณะที่หลี่ชิงหยุนกำลังฟาดฟันอสูรมายาชั้นที่หนึ่งอย่างไร้ผู้ต้าน บนชั้นที่เก้า ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของหอคอยที่ปิดตายมานับหมื่นปี พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องบนกลับเกิดรอยแยกสีดำสนิทขึ้นอย่างเงียบเชียบ...
**ดวงตาคู่ยักษ์สีทองอร่ามคู่หนึ่ง ค่อยๆ ลืมขึ้นท่ามกลางความมืดมิดบนชั้นสูงสุดนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบอันก้องกังวานที่ดังสะท้อนก้องในจิตวิญญาณของหลี่ชิงหยุนโดยตรง:**
*"ในที่สุด... เจ้าก็กลับมา... ผู้ถือครองกระบี่ผ่าสวรรค์..."*
หวังว่ารี้ด2เตอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับการเดินทางครั้งนี้ ขอขอบพระคุณจากใจจริงนะครับ
— ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 12
ทดสอบหอคอยทัณฑ์สวรรค์
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!