กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนอยู่กับกลิ่นอายอัคคีและเกล็ดน้ำแข็งที่แผ่พุ่งจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว
ภายในถ้ำลับแลแห่งยอดเขาเมฆา หลี่ชิงหยุนนั่งขัดสมาธิอยู่บนศิลาจารึกโบราณ ทั่วร่างของเขากำลังถูกห่อหุ้มด้วยกระแสลมปราณสองสายที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดราวกับพญามังกรและพยัคฆ์โผนทะยาน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นหลังที่เปลือยเปล่า แต่ละหยดที่ร่วงหล่นล้วนถูกเผาไหม้กลายเป็นไอหมอกสีขาวก่อนจะสัมผัสพื้นศิลา
"เจ้านาย หากท่านยังฝืนโคจรวิถีปราณกระบี่สวรรค์เก้าทบในสภาพที่เส้นชีพจรยังฟื้นตัวไม่ถึงเจ็ดส่วน เกรงว่าร่างเนื้อนี้คงได้แหลกสลายกลายเป็นผุยผงก่อนจะได้ไปล้างแค้นไอ้พวกสุนัขสำนักเทียนหลางเสียก่อนกระมัง!"
เจ้าอ้วนเปา พยัคฆ์อัคคีบรรพกาลที่ย่อร่างเหลือเพียงขนาดเท่าแมวอ้วนกลม ขนสีทองเพลิงสุกปลั่งลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีชาด มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอด้วยความกระวนกระวาย ดวงตาสีอำพันกวาดมองไปรอบถ้ำที่เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นทีละนิดจากแรงกดดันมหาศาล
หลี่ชิงหยุนไม่แม้แต่จะปรายตาแล มันสมองและจิตวิญญาณของเขาจดจ่ออยู่กับการควบคุม "จุดตันtian" (จุดศูนย์กลางพลังปราณ) ที่กำลังพ,องขยายจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
"หุบปากซะ เจ้าพยัคฆ์โง่... ถ้าข้าไม่ทะลวงผ่านคอขวดในคืนนี้ วันหน้าเมื่อพวกมันยกโขยงมาเหยียบหุบเขาเซียนกระบี่ เราทั้งคู่ต่างหากที่จะกลายเป็นปุ๋ยฝังดิน" เสียงของหลี่ชิงหยุนแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทรงพลัง และเย่อหยิ่งจนแม้แต่กฎเกณฑ์ของฟ้าดินก็ยังต้องสั่นสะท้อน
ที่เบื้องหน้าของเขา ไป๋จื่อรั่ว เทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ นางยืนสงบนิ่งดั่งรูปสลักหยกหิมะ ทว่าอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับโบกสะบัดอย่างรุนแรงจากพายุลมปราณที่สามีของนางปลดปล่อยออกมา มือเรียวดั่งลำหยกประสานเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด นางมิได้เอวาจาใดๆ สักคำ แต่แววตาคู่คมที่ปกติเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี บัดนี้กลับฉายแววห่วงใยและกังวลใจอย่างสุดซึ้ง นางคอยส่งถ่ายกระแสลมปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้าสู่แผ่นหลังของเขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกดข่มและประคับประคองจิตวิญญาณของเขาไม่ให้หลุดลอยไปสู่ห้วงวิกฤต
*ตู้มมม!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังฉีกขาด กระแสลมปราณสีทองอร่ามพุ่งทะยานจากร่างของหลี่ชิงหยุนทะลุเพดานถ้ำขึ้นสู่ท้องนภากว้าง แรงระเบิดนี้รุนแรงเสียจนทำให้ศิลาโบราณรอบด้านแหลกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋จื่อรั่วถูกแรงกระแทกจนต้องถอยหลังไปสามก้าว แต่นางยังคงฝืนยึดร่างไว้ไม่ยอมละสายตาจากชายหนุ่ม
หลี่ชิงหยุนลืมตาขึ้นช้าๆ ภายในดวงตาคู่นั้นปรากฏประกายแสงกระบี่สีครามลึกล้ำวาดผ่านราวกับดวงดาราแตกดับ
*สำเร็จแล้ว... ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์!*
ทว่า ความเงียบสงบยังไม่ทันได้แผ่ซ่าน บรรยากาศรอบกายกลับแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึมอย่างฉับพลัน เมฆฝนสีดำสนิทก่อตัวขึ้นอย่างไร้ที่มา ปกคลุมท้องนภากว้างเหนือยอดเขาเมฆาในพริบตาเดียว สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดยักษ์แล่นแปลบปลาบอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ราวกับสวรรค์กำลังพิโรธที่มนุษย์ผู้หนึ่งกล้าฝืนลิขิตชะตา ทะلวงข้ามผ่านขอบเขตด้วยวิถีมารและเซียนหลอมรวมกัน
"ทัณฑ์สวรรค์เก้าสายฟ้า!" ไป๋จื่อรั่วอุทานออกมาเบาๆ สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ฮ่าๆๆๆ ดีนัก!" หลี่ชิงหยุนระเบิดเสียงหัวลั่นด้วยความสะใจ ร่างของเขาพุ่งทะยานวาบออกจากปากถ้ำขึ้นไปยืนหยัดอยู่บนยอดผาสูงชัน เผชิญหน้ากับความมืดมิดและสายฟ้าฟาดฟันที่กำลังคำรามคำรามอยู่เบื้องบนโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย มือขวาแบออก กระแสลมปราณกระบี่รวมตัวกันจนเกิดเป็นเสียงแหลมเสียดแก้วหู
ในวินาทีนั้นเอง ที่เบื้องล่างบริเวณตีนเขา ปรากฏกลุ่มควันพวยพุ่งและแสงกระบี่นับร้อยสายกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังแทรกเสียงฟ้าร้องเข้ามา
"หลี่ชิงหยุน ศิษย์สวะแห่งสำนักเทียนหลาง... ถึงเวลาชำระหนี้เลือดแล้ว!"
เสียงอันทรงอำนาจของผู้อาวุโสสำนักเทียนหลางดังก้องกังวานขึ้น พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานขึ้นมาปิดล้อมยอดเขาไว้ทุกด้าน ในขณะที่อสนีบาตสายแรกบนท้องฟ้ากำลังคำรามและเตรียมพุ่งผ่าลงมายังร่างของหลี่ชิงหยุนเพื่อปลิดชีพเขาให้ดับดิ้นไปพร้อมกับทัณฑ์สวรรค์!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 13
ทะลวงสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!