"หากสวรรค์ต้องการให้ข้าดับสูญ ก็จงส่งอสนีบาตมาให้มากกว่านี้อีกสักร้อยสาย ไม่ใช่เพียงแค่เศษเดนปราณที่เจ้าหยิบยืมมาใช้ข่มขู่ผู้อื่น!"
เสียงของหลี่ชิงหยุนกังวานก้องดุจระฆังเทพ ผสานเข้ากับเสียงคำรามของพายุที่บ้าคลั่ง เขายืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันของทัณฑ์สวรรค์ เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามกระแสลมปราณที่เขารีดเค้นออกมาจนเกิดเป็นวงแหวนสีทองล้อมรอบกาย
เจ้าอ้วนเปาที่อยู่ในร่างพยัคฆ์เพลิงขนาดย่อส่วนขดตัวอยู่บนไหล่ของเขา ขนสีแดงสดลุกชัน ดวงตาสีทองดุจมรกตจ้องมองไปยังเหล่าศิษย์สำนักเทียนหลางที่รุมล้อมด้วยสายตาเหยียดหยาม "เจ้านาย! พวกขยะเปียกนี่มันช่างหาที่ตายได้ถูกจังหวะเสียจริง ข้ากำลังหิวจนไส้กิ่ว พอดีเลย... มื้อนี้คงต้องได้ลิ้มรสเนื้อหนุ่มๆ ของศิษย์ตระกูลดังเสียบ้าง!"
"หุบปากเสีย เจ้าอ้วน" หลี่ชิงหยุนเอ่ยเบาๆ ทว่าแฝงด้วยกระแสสังหารที่เยือกเย็น เขาก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว อสนีบาตยักษ์สีน้ำเงินเข้มฟาดเปรี้ยงลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของเขาให้จมธรณี ทว่าทันใดนั้น... มือหนากลับคว้าอากาศว่างเปล่า ก่อนจะฟาดฟันปราณกระบี่ออกไปเป็นวงกลม!
*เปรี้ยง!*
กระแสไฟฟ้าที่รุนแรงจนสามารถเผาทำลายเหล็กกล้ากลับถูกปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาตัดขาดจนแตกกระจายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าพร่างพรายไปทั่วทั้งขุนเขา สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าผู้ที่ล้อมอยู่โดยรอบอย่างไม่อาจปกปิด
"เป็นไปไม่ได้! พลังปราณระดับนั้น... มันมิใช่ขอบเขตกลั่นลมปราณแล้ว!" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสำนักเทียนหลางอุทานออกมา ใบหน้าของเขาซีดเผือด
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างหนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกแย้มปรากฏตัวขึ้นเหนือมวลเมฆ นางคือไป๋จื่อรั่ว ความงดงามของนางเย็นชาและสูงส่งเกินกว่าที่เหล่าปุถุชนจะอาจเอื้อม ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองมาที่หลี่ชิงหยุน มิใช่ด้วยสายตาเวทนา แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจ
"หยุนเกอ... เจ้ายังคงทำตัววู่วามเช่นเคยนะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่ากลับแฝงด้วยความอ่อนโยนที่นางสงวนไว้ให้เขาเพียงผู้เดียว นางร่อนลงยืนเคียงข้างเขา ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ ปราณน้ำแข็งล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองจนกลายเป็นเกราะป้องกันที่แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงก็ไม่อาจฝ่าเข้ามาได้
"หากข้าไม่วู่วาม แล้วเจ้าจะยอมมองข้าด้วยสายตาแบบนี้หรือ?" หลี่ชิงหยุนแย้มยิ้ม มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกจำแลง
วันต่อมา ณ ลานประลองยุทธใจกลางสำนักใหญ่ที่ซึ่งเหล่าขุมกำลังนับสิบต่างมารวมตัวกัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยไอสังหารและกลิ่นอายของเตาหลอมพลัง หลี่ชิงหยุนปรากฏตัวขึ้นในชุดสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายเมฆา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 'สำนักกระบี่เมฆา' สำนักที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสำนักสวะที่กำลังจะถูกลบชื่อออกจากยุทธภพ
เขาก้าวเดินผ่านท่ามกลางสายตานับพันคู่ ทั้งดูแคลน เยาะเย้ย และสงสัย
"ดูนั่น... นั่นคือหลี่ชิงหยุนใช่หรือไม่? คนที่เคยถูกขับไล่ออกไปเพราะไร้รากปราณ?" เสียงซุบซิบดังระงม
หลี่ชิงหยุนหาได้ใส่ใจไม่ เขาเดินตรงไปยังแท่นประลองเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประธานพิธี เจ้าสำนักเทียนหลางที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับซ่อนความแค้นลึกซึ้งเอาไว้
"วันนี้... สำนักกระบี่เมฆาขอท้าประลองกับสำนักเทียนหลาง เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเรา" หลี่ชิงหยุนประกาศก้อง เสียงของเขาไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
เจ้าสำนักเทียนหลางหัวเราะร่วน ดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา "ทวงคืน? เจ้ามีปัญญาหรือหลี่ชิงหยุน? ในเมื่อเจ้ากล้าเสนอหน้ามาถึงที่นี่ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้า... หากเจ้าสามารถรับกระบี่จากศิษย์เอกของข้าได้เพียงสามกระบวนท่า ข้าจะยอมให้เจ้าก้าวออกจากที่นี่ไปอย่างมีเกียรติ แต่ถ้าไม่..."
"ถ้าไม่... หัวของข้าก็จงเอาไปแขวนไว้บนยอดเสาเสีย" หลี่ชิงหยุนขัดขึ้น พลางชักกระบี่ไม้เก่าๆ เล่มหนึ่งออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบฝักดังกังวานใสสะอาดประหนึ่งเสียงน้ำตกที่ไหลริน
ในวินาทีที่กระบี่ถูกชักออกมา แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ลานประลองราวกับภูเขาถล่ม! พื้นหินที่ทำจากศิลาแกร่งถึงกับร้าวเป็นทางยาวตามรอยก้าวของเขา ไป๋จื่อรั่วที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ได้แต่กำมือแน่น หัวใจของนางเต้นรัวอย่างที่ตัวนางเองก็ไม่อาจควบคุมได้
ขณะที่ศิษย์เอกของสำนักเทียนหลางกำลังจะพุ่งตัวเข้าใส่ หลี่ชิงหยุนกลับหันมาสบตากับไป๋จื่อรั่วอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบเบาๆ ด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ที่รัก... เตรียมใจไว้ให้ดี เพราะหลังจากกระบี่นี้ ข้าอาจจะไม่ได้กลับไปสำนักเพียงลำพัง..."
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่โปร่งใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน พร้อมกับเงาร่างของชายชราผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหลังเจ้าสำนักเทียนหลาง เขาสวมชุดคลุมขาดวิ่นทว่ากลับแผ่รังสีของราชันเซียนที่แท้จริงออกมา ทำให้ทุกคนในลานประลองถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว!
"เจ้าคือหลี่ชิงหยุน ผู้ที่ครอง 'กระบี่จักรพรรดิไร้ลักษณ์' คนนั้นสินะ... น่าสนใจนัก ข้าเฝ้ารอวันนี้มานานนับพันปี"
นิยายตอนหน้าจะเป็นอย่างไร? เมื่อศัตรูที่แท้จริงที่เหนือกว่าเจ้าสำนักเทียนหลางได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับความลับของหลี่ชิงหยุนที่กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าคนทั้งยุทธภพ!
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามต่อไปจนวางไม่ลงนะครับ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่สนับสนุน ลั่วอสูรหมื่นภูผา เสมอมาครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 14
เปิดฉากประลองสำนักใหญ่
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!