กลิ่นอายโอสถดิบเถื่อนและควันถ่านหินร้อนระอุคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโถงโอสถชั้นในของสำนักกระบี่เมฆาคล้อย ที่นี่คือแดนสวรรค์ของเหล่าศิษย์สายในผู้กุมทรัพยากร แต่กลับเป็นขุมนรกโลกันตร์สำหรับศิษย์ชั้นนอกเช่นหลี่ชิงหยุน
"หลี่ชิงหยุน! เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร? ข้าสั่งให้เจ้าคุกเข่าลงไปกราบขอขมาต่อหน้ากองขี้เถ้าโอสถเสียดายฟ้าเหล่านี้ มิเช่นนั้น อย่าหวังว่าจะได้เหยียบย่างออกจากประตูโรงยาแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว!"
เสียงคำรามก้องดั่งอสุนีบาตฟาดฟ่าดังขึ้นจากปากของ "ซุนฮ่าว" ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ดูแลโรงยา ร่างกายของมันกำยำล่ำสัน อัดแน่นด้วยพลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะเย้ย มันจงใจผลักกองสมุนไพรวิญญาณชั้นต่ำที่เน่าเสียจนส่งกลิ่นเหม็นหืนให้กระจายเกลื่อนแทบเท้าของหลี่ชิงหยุน เพื่อหวังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของชายหนุ่มให้จมดิน
รอบกายของพวกเขามีศิษย์สายในและศิษย์รับใช้ยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยสายตาสสมน้ำหน้าและสมเพชเวทนา หลายคนกระซิบกระซาบกันอย่างสนุกสนาน
*“ไอ้สวะหลี่ชิงหยุนนี่มันรนหาที่ตายแท้ๆ บังEานอาจหาญมาทวงเบี้ยเลี้ยงโอสถเกินกว่าโควตา ใครๆ ก็รู้ว่าศิษย์พี่ซุนฮ่าวผู้นี้คือกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในโรงยา คิดจะตบหัวลูบหลังผู้ใดก็ได้”*
*“นั่นสิ ได้ข่าวว่ามันเพิ่งแต่งงานกับองค์หญิงน้ำแข็งไป๋จื่อรั่วหมาดๆ คงคิดว่าตัวเองมีเส้นสายสินะ น่าขำสิ้นดี นางเซียนผู้นั้นถูกกักบริเวณในเรือนไผ่เหมันต์ จะเอาเวลาไหนมาสนใจสามีไร้ค่าเช่นมันกันเล่า”*
ท่าเสียงซุบซิบนินทาดั่งผึ้งแตกรังดังระงม แต่หลี่ชิงหยุนกลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ราวกับสายลมเย็นที่พัดผ่านยอดหญ้า ไร้ซึ่งความระคายผิว
เขากวาดตามองซุนฮ่าวด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนุก สายตานั้นว่างเปล่า ทว่ากลับกดดันจนซุนฮ่าวถึงกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"เจ้ามองอะไรไอ้สวะ! อยากตายนักใช่ไหม!" ซุนฮ่าวเดือดดาลยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าเหยื่อของมันไม่ยอมก้มหัว มันระเบิดพลังปราณสีแดงฉานออกมารอบกาย ก่อเกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลพัดโหมกระหน่ำใส่หลี่ชิงหยุน หวังจะกดร่างของอีกฝ่ายให้คุกเข่าลงไปกองกับพื้นในคราเดียว
ทว่า... หลี่ชิงหยุนยังคงยืนหยัดตรงตระหง่านราวกับยอดเขาไท่ซาน ปราณกดดันที่ซุนฮ่าวภาคภูมิใจนักหนากลับสลายกลายเป็นเพียงสายลมเอื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้ร่างของเขาในระยะสามชốn
*ตึง!*
เสียงฝ่าเท้าของหลี่ชิงหยุนก้าวไปข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าว แผ่นหินปูพื้นโรงยาอายุนับร้อยปีถึงกับปริร้าวแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกันนั้น... ออร่าปราณกระบี่อันคมกริบดั่งพญายมก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า!
ตูม!
แรงกดดันนับร้อยชั่งถูกสะท้อนกลับไปร้อยเท่าพันทิป! ซุนฮ่าวที่กำลังยโสโอหังถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายหนาหนักของมันสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบลงทันทีด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งทะยานจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
*แปะ!*
เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นหินอย่างรุนแรง ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโถงโอสถ ศิษย์ทุกคนที่ส่งเสียงหัวเยาะเย้ยเมื่อครู่ต่างหุบปากฉับพลัน บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเหลือเชื่อ
ซุนฮ่าวคุกเข่าลงต่อหน้าหลี่ชิงหยุนแล้ว! ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรงอำนาจแห่งโรงยา บัดนี้กลับมีเหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับมันกำลังแบกภูเขาค้ำฟ้าไว้บนบ่า
"นี่... นี่มันวิชาอันใดกัน..." ซุนฮ่าวเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของมัน แรงกดดันนี้นอกจากจะกดร่างของมันไว้แล้ว มันยังรู้สึกเสมือนว่าวิญญาณกำลังจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยกระบี่ที่มองไม่เห็น
หลี่ชิงหยุนก้มหน้าลงมองซุนฮ่าวที่กำลังสั่นเทาด้วยสายตาเย็นเยียบ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกหนาวยะเยือกถึงไขกระดูก
"ในอดีตชาติ ข้าเคยใช้ปลายนิ้วเดียวสยบจักรพรรดิกระบี่มาแล้วนับไม่ถ้วน... เจ้าเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่เฝ้ากองโอสถเน่าๆ กล้าดียังไงมาสั่งให้ข้า... คุกเข่า?"
ทุกคำที่หลี่ชิงหยุนเปล่งออกมา เปรียบเสมือนอสุนีบาตที่ฟาดซ้ำลงกลางใจของซุนฮ่าวและผู้คนที่มุงดู หัวใจของพวกมันเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของโรงยาก็ถูกผลักออกด้วยพลังปราณอันรุนแรง กลิ่นอายความเย็นเยือกดั่งน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้เปลวไฟในเตาหลอมโอสถดับวูบทันที
"บังอาจนัก! ใครมันกล้าสร้างความวุ่นวายในเขตหวงห้ามของโรงยา!"
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมกับเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้ม ปักลายกระบี่คู่ไขว้ที่หน้าอกก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งสำนักกระบี่เมฆา "มู่หรงเฉิง" ปรากฏกายขึ้นแล้ว!
ดวงตาของมู่หรงเฉิงกวาดมองไปยังซุนฮ่าวที่กำลังคุกเข่าหมดสภาพ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลี่ชิงหยุนซึ่งยืนเอามือไขว้หลังด้วยท่าทีสบายๆ
"หลี่ชิงหยุน? เป็นเจ้าอีกแล้วหรือศิษย์สวะ! สร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้เจ้าถึงกับกล้าทำร้ายศิษย์พี่ร่วมสำนักและใช้วิชามารกดขี่ข่มเหงผู้อื่น โทษสถานนี้นับว่าสมควรตายร้อยครั้ง!" มู่หรงเฉิงสะบัดแขนเสื้อ ร่างของเขากลายเป็นเงาสีเทาพุ่งเข้าประชิดตัวหลี่ชิงหยุนพร้อมกับฝ่ามือปราณอัคคีที่แผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว หวังจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียว
ศิษย์หลายคนแอบยิ้มเยาะในใจ คิดว่าคราวนี้หลี่ชิงหยุนคงไม่รอดเงื้อมมือของผู้อาวุโสแน่
ทว่า หลี่ชิงหยุนกลับเพียงแค่เหลือบตามองการโจมตีนั้นด้วยความเบื่อหน่าย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน ในขณะที่เขากำลังจะยกมือขึ้นเพื่อสั่งสอนเฒ่าชราผู้นี้ให้สำนึก...
จู่ๆ อากาศเบื้องหน้าของหลี่ชิงหยุนก็เกิดรอยปริร้าวสีฟ้าครามขึ้นอย่างฉับพลัน!
เกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้นหมุนวนรวมกันเป็นกำแพงน้ำแข็งโบราณที่แผ่ไอเย็นชาตัดขาดมิติ พร้อมกับเสียงดนตรีจากกระบี่ที่สะท้านสะเทือนฟ้าดินดังขึ้น...
"ผู้ใดรังแกสามีข้า... ผู้นั้นต้องตาย!"
ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็ง ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยใบหน้างดงามที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี แต่ในดวงตากลับประกายแสงสีเงินเข้มข้นที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่งให้กลายเป็นจุล!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ด้วยใจระทึก... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 3
ตบหน้าผู้อาวุโสครั้งแรก
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!