กลิ่นอายคาวเลือดและไอความเย็นยะเยือกจากมิติที่ฉีกขาด ยังคงอบอวลอยู่ในห้องโถงทรุดโทรม ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็ง ไป๋จื่อรั่ว ก้าวเดินออกมาพร้อมกับประกายแสงสีเงินเข้มข้นในดวงตาที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่งให้กลายเป็นจุล ทว่าเมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับรอยยิ้มบางเบาอันคุ้นเคยของบุรุษเบื้องหน้า ไอสังหารรอบกายกลับมลายหายไปราวกับหิมะปะทะแสงอาทิตย์
"ท่าน..." เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เจือความกังวลลึกซึ้งที่นางมักจะซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชาเสมอ
หลี่ชิงหยุนยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่อย่างไม่ใส่ใจ นัยน์ตาคมกริบดั่งกระบี่โบราณกวาดมองมิติที่ปิดสนิทลงอีกครั้งด้วยความสงบ "เจ้ามาเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้เล็กน้อย จื่อรั่ว... ดูเหมือนว่าพลังเนตรเพลิงนภาของเจ้าจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้วสินะครับ"
"ข้าเป็นห่วงท่าน" ไป๋จื่อรั่วก้าวเข้าไปใกล้ นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวมาสัมผัสแก้มสากของเขาเบาๆ ความเย็นเยียบจากกายของนางช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มจากลมปราณที่ตีบตันในร่างของหลี่ชิงหยุนได้ชะงัก "ร่องรอยพลังปราณในตัวท่านปั่นป่วนถึงเพียงนี้ เส้นชีพจรหลักเก้าเส้นถูกผนึกด้วยเคล็ดวิชาสายมารของสำนักเทียนหลาง หากปล่อยไว้เกินสามวัน ร่างเนื้อนี้... จะรับไม่ไหว"
"ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวเราะกังวานอย่างไม่ยี่หระดังขึ้นจากมุมห้อง เจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) นอนกลิ้งเกลือกพุงป่องอยู่บนกองฟาง มันแลบลิ้นยาวออกมาด้วยท่าทางกวนประสาท "นายหญิงโปรดวางใจ! ต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เจ้ามนุษย์หน้าหนวดนี่ก็ไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกขอรับ ข้ายังรอให้มันปรุงโอสถระดับนภาเพื่อขุนเนื้อย่างวิญญาณให้ข้ากินอยู่ทุกวี่ทุกวันนะจะบอกให้!"
หลี่ชิงหยุนเหลือบสายตาไปมองเจ้าอ้วนเปาก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระAอาใจ "เจ้าอสูรตัวนี้นับวันยิ่งปากมากเสียจริง... แต่เจ้าพูดถูกครึ่งหนึ่ง จื่อรั่ว ข้าไม่ยอมตายในสถานที่โสโครกเช่นนี้แน่ เพราะข้ายังมีบัญชีที่ต้องสะสางกับพวกสุนัขรับใช้แห่งสำนักเทียนหลาง"
มือหนาพลิkคว่ำ ปรากฏสมุนไพรป่าส่องแสงเรืองรองเจิดจ้าห้าสีลอยเด่นอยู่บนฝ่ามือ — *หญ้ามังกรเพลิงสุริยัน*, *โสมโลหิตพันปี*, และ *ดอกบัวน้ำค้างเก้าชั้นฟ้า* สมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้หาได้ยากยิ่งในดินแดนรกร้างแห่งนี้ แต่ด้วยสัญชาตญาณและวิชาความรู้ระดับมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด หลี่ชิงหยุนใช้เวลาเพียงชั่วยามเดียวในการเก็บเกี่ยวพวกมันมาจากหุบเหวมรณะ
"ท่านคิดจะ... หลอมโอสถทะลวงจุดชีพจรด้วยสมุนไพรดิบเหล่านี้ในคืนนี้เลยงั้นหรือ?" ไป๋จื่อรั่วขมวดคิ้วมุ่น นางรู้ดีว่าการหลอมโอสถระดับนภาจำเป็นต้องใช้เตาหลอมวิญญาณสวรรค์และเพลิงอัคคีบรรพกาลที่บริสุทธิ์ แต่วันนี้พวกเขามีเพียงห้องพักผุพังและกองไฟกองเล็กๆ เท่านั้น
"เตาหลอมภายนอกเป็นเพียงสิ่งสมมติ จื่อรั่ว... เตาหลอมที่แท้จริงสถิตอยู่ภายในจิตวิญญาณต่างหาก" หลี่ชิงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับผู้กุมชะตาสวรรค์
เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้นศิลา หลับตาลงช้าๆ ลลมหายใจเข้าออกประสานเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน รอบกายของหลี่ชิงหยุนเริ่มมีอักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้นทีละตัว หมุนวนรอบร่างของเขาอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องเริ่มบิดเบี้ยวจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
ไป๋จื่อรั่วยืนอารักขาอยู่เบื้องหน้า นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กระบี่น้ำแข็งประจำกายพุ่งปักลงกับพื้น สร้างค่ายกลเขตแดนปกป้องรอบรัศมีร้อย丈เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งใดมารบกวนการบำเพ็ญเพียรของสามี นางยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นหยก ทว่าสมาธิกลับจดจ่ออยู่กับทุกการเคลื่อนไหวของลมปราณในร่างหลี่ชิงหยุนอย่างใกล้ชิด
*ตูม!*
เสียงระเบิดอัคคีดังขึ้นจากฝ่ามือของหลี่ชิงหยุน สมุนไพรทั้งสามชนิดลอยขึ้นกลางอากาศ ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีครามที่เขากลั่นออกมาจากตัน田 (จุดตันแท่นพลัง) ความร้อนรุนแรงแผ่ซ่านจนผนังห้องเริ่มร้าวราน แต่น่าแปลกที่ไป๋จื่อรั่วและเจ้าอ้วนเปากลับไม่ได้รับผลกระทบจากความร้อนนั้นเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากหลี่ชิงหยุนควบคุมเขตแดนพลังปราณได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
"แยก!"
เสียงคำรามต่ำเล็ดลอดออกมาจากไรฟันของหลี่ชิงหยุน เม็ดยาสีทองอร่ามเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสมุนไพร กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พลังปราณฟ้าดินรอบรัศมีสิบลี้เริ่มหมุนวนเข้ามาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง ก้อนเมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือหลังคาเรือน สายฟ้าสีครามแปลบปลาปปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องจากฟากฟ้า — *ทัณฑ์สวรรค์ระดับต่ำกำลังก่อตัว!*
"ฮึ่ม... เพียงแค่การหลอมโอสถทะลวงจุดชีพจร ถึงกับดึงดูดทัณฑ์สวรรค์มาเชียวหรือ? ดูเหมือนว่ากฎเกณฑ์ของโลกใบนี้จะเกรงกลัวการกลับมาของข้าสินะ" หลี่ชิงหยุนลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าทะลุทะลวงหลังคาขึ้นไปบนท้องฟ้า
เขายื่นมือออกไปคว้าเม็ดยาโอสถระดับนภาที่เพิ่งก่อตัวเสร็จสิ้นลงมาไว้ในอุ้งมือ โอสถเม็ดกลมเกลี้ยงส่องประกายแสงเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์ขนาดย่อม มันส่งเสียงร้องคำรามคล้ายมังกรน้อยอยู่ในฝ่ามือของเขา
"ท่านพี่..." ไป๋จื่อรั่วเอ่ยเรียกด้วยความห่วงใย นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายฟ้าบนท้องฟ้าที่กำลังพุ่งเป้ามาที่ร่างของเขา
"จื่อรั่ว ถอยไปสิบค้าว... คืนนี้ ข้าจะใช้ทัณฑ์สวรรค์นี้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อเปิดเส้นชีพจรทั้งเก้าให้ทะลวงถึงขอบเขตสวรรค์ขั้นที่สาม!"
หลี่ชิงหยุนสะบัดมือซัดโอสถเข้าปาก กลืนลงคอไปในอึกเดียว ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน เส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วร่าง พลังปราณมหาศาลระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก ทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรที่ตีบตันอย่างดุดันและไร้ความปรานี
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าฟาดผ่าลงมาจากฟากฟ้าทะลุหลังคาบ้าน ตรงเข้าใส่ร่างของหลี่ชิงหยุนเต็มแรง แสงสีขาวสว่างจ้ากลืนกินทุกสิ่งจนมองไม่เห็นร่างของเขา ไป๋จื่อรั่วกำกระบี่ในมือแน่น หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี
ทว่า ในวินาทีที่ควันจางลงและแสงสายตากลับมาเป็นปกติ...
ร่างของหลี่ชิงหยุนยังคงนั่งขัดสมาธิอย่างมั่นคง ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกราะอัคคีสีทองอร่าม ดวงตาดุดันคู่นั้นมองตรงไปยังเบื้องหน้า รังสีปราณกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้าจนแหวกก้อนเมฆออกเป็นสองส่วน!
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันเปล่งเสียงโล่งอก...
เงาร่างนับสิบสายปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนยอดหลังคาเรือน รอบกายของคนเหล่านั้นแผ่ไอสังหารสีดำทมิฬอันเย็นเยียบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้านไปทั่วราตรี
"ฮ่าๆๆๆ! หลี่ชิงหยุน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการทะลวงจุดชีพจรในคืนนี้ จะรอดพ้นจากสายตาของสำนักเทียนหลางไปได้?" ผู้อาวุโสชุดดำผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงาจันทร์ ในมือถือป้ายอาคมสีเลือดที่สั่นระริก "ท่านเจ้าสำนักมีคำสั่ง... ใครที่ขัดขวางการกวาดล้างศิษย์สวะเช่นเจ้า ให้ฆ่าทิ้งเสียให้สิ้นซาก!"
ไป๋จื่อรั่วหรี่ตาลง ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคม นางก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างหลี่ชิงหยุนอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด
หลี่ชิงหยุนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนบ่า รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน "พวกสุนัขรับใช้ที่ส่งมา... ดูเหมือนจะเก่งแต่เห่าหอนในยามวิกาลสินะครับ"
กระบี่โบราณในฝักข้างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับกระหายเลือดของเหล่าศัตรูที่บังอาจมารบกวนช่วงเวลาสำคัญของเขา!
---
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนกับ "ลั่วอสูรหมื่นภูผา" ครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 4
โอสถทะลวงจุดชีพจร
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!