"ฮ่าๆๆๆ... ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง หลานรักแห่งสำนักเทียนหลาง... น่าเสียดายที่วันนี้ เจ้าจะต้องดับสูญพร้อมกับความลับทั้งหมดในร่างนั้น!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดั่งอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางลานประลองยุทธ์ร้อยสำนัก แรงกดดันจากขอบเขตวิญญาณบรรพกาลขั้นที่ห้าแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บดขยี้พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าจนแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เจ้าสำนักเทียนหลางก้าวออกมาเบื้องหน้า รังสีอำมหิตสีนิลทมิฬพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับพญามารที่พร้อมจะกลืนกินทุกดวงวิญญาณให้สูญสลาย
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนเหล่าศิษย์จากสำนักน้อยใหญ่ต่างพากันหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น หลี่ชิงหยุนกลับยืนตระหง่านราวกับยอดเขาไท่ซาน นัยน์ตาสคมกริบดั่งคมกระบี่สะท้อนประกายความเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และทระนงตน หาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"เจ้าสำนักเทียนหลาง... แกแก่จนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง ถึงได้คิดว่าสุนัขรับใช้ที่เคยคลานหมอบอยู่แทบเท้าข้าในอดีต จะมีปัญญามาเด็ดหัวข้าในชาตินี้"
คำพูดราบเรียบแต่น้ำเสียงทรงพลังดั่งระฆังทองคำสั่นสะเทือนแก้วหูของผู้คนนับพัน หลี่ชิงหยุนประสานมือไว้เบื้องหลัง ลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตัน티นหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สรรพาวุธวิญญาณรอบกายสั่นระริกราวกับกำลังคารวะต่อราชัน
"บังani! ศิษย์สวะเช่นเจ้ายังมีหน้ามาปากดีอีกหรือ!" เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียด
ร่างระหงของ ‘มู่หรงหลัน’ ศิษย์เอกแห่งสำนักบุปผาสวรรค์ หญิงงามล่มเมืองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่งและมีผู้ติดตามเป็นชายหนุ่มจากตระกูลใหญ่ครึ่งค่อนยุทธภพก้าวออกมา นางสวมชุดอาภรณ์สีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมันต์ ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดอกท้อจ้องมองหลี่ชิงหยุนด้วยความดูแคลนและสมเพชเวทนา
"หลี่ชิงหยุน เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่อาศัยบารมีของภรรยาหลบอยู่หลังสตรี ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย วันนี้เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักเทียนหลางผู้เกรียงไกร เจ้ายังกล้าเอ่ยวาจาโอ้อวดอย่างไร้ยางอายอีกรึ? หากเป็นข้า... คงละอายจนอยากเอาหัวมุดแผ่นดินหนีไปนานแล้ว!"
สิ้นเสียงของมู่หรงหลัน เหล่าคุณชายและศิษย์เอกสำนักต่างๆ ก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นทันที พวกเขาต่างพากันพยักHน้าเห็นด้วย พร้อมกับส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์มายังหลี่ชิงหยุน ในสายตาของคนพวกนี้ หลี่ชิงหยุนเป็นเพียงชายไร้ค่าที่โชคดีได้แต่งงานกับเทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ แต่แท้จริงแล้วไม่มีฝีมืออันใดเลย
เจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ที่นอนหมอบพุงพลุ้ยอยู่ข้างกายหลี่ชิงหยุนแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตากลมโตสีเพลิงฉายแววดุดัน มันอ้าปากหาวหวอดหนึ่งทีแล้วส่งเสียงพูดผ่านจิตสัมผัสเตือนเจ้านาย *“ลูกพี่... ให้ข้าแปลงร่างเป็นพยัคฆ์เพลิงแล้วกลืนกินนังปากจัดนี่ลงท้องดีหรือไม่? รำคาญเสียงเห่าหอนของมันเสียจริง หนวกหูยิ่งกว่าแมลงวันตอมซากศพ”*
หลี่ชิงหยุนยกมือขึ้นลูบศีรษะเจ้าอ้วนเปาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ เขากำลังจะเอכปากตอกกลับนังมารร้ายผู้นี้ด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของมหาเทพผู้ผ่านโลกมานับหมื่นปี
ทว่า... ยังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปากของเขา
*ฉับพลัน!*
อุณหภูมิโดยรอบลานประลองที่ร้อนระอุจากพลังปราณเพลิงกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ราวกับถูกดึงดิ่งลงสู่มหาสมุทรน้ำแข็งขั้วโลกในชั่วพริบตา!
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์นับล้านร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก อากาศรอบตัวกลายเป็นสีขาวโพลนด้วยไอเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกดำ ทุกผู้คนในลานประลองต่างรู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้น ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ราวกับถูกสะกดด้วยอาคมระดับบรรพกาล
แม้แต่เจ้าสำนักเทียนหลางที่อยู่ในขอบเขตวิญญาณบรรพกาลยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ความหนาวเหน็บนี้ไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือ... *จิตสังหารแห่งความเย็นชาที่ไร้ความปรานี!*
ท่ามกลางความเงียบงันและหวาดผวาของคนนับพัน ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาหิมะก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า ฝีก้าวของนางเบาราวกับปุยเมฆ แต่ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นศิลา พื้นดินกลับกลายเป็นน้ำแข็งใสกระจกที่แผ่รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
ไป๋จื่อรั่ว!
เทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ ผู้ที่ไม่เคยชายตาแลผู้ใด ไม่เคยเอ่ยวาจากับคนนอกเกินสามคำ และใช้ชีวิตราวกับตัดขาดจากโลกีย์มนุษย์ บัดนี้... นางกำลังก้าวเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาสيมรกตคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มองผู้ใดเลยนอกจาก... หลี่ชิงหยุน
ทว่า รังสีความเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของนางในยามนี้นั้น กลับทำให้แม้แต่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสำนักใหญ่ยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬ
มู่หรงหลันที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อถูกไอเย็นของไป๋จื่อรั่วพุ่งเข้ากดดันจนหายใจไม่ออก นางฝืนเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ทะ... ท่านหญิงไป๋ ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่? ศิษย์สวะผู้นี้กำลังจะถูกกำจัดโดยเจ้าสำนักเทียนหลาง ท่านเองก็คงรังเกียจเขาไม่น้อยใช่ไหมล่ะคะที่แต่งงานกับ..."
*เปรี้ยง!*
ยังไม่ทันที่มู่หรงหลันจะเอ่ยจบประโยค คลื่นกระบี่น้ำแข็งคมกริบสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้าปะักลงที่พื้นเบื้องหน้าเท้าของนางอย่างแม่นยำ ห่างจากปลายเท้าเพียงหนึ่งนิ้ว! แรงระเบิดของไอเย็นทำให้อาภรณ์สีชมพูของมู่หรงหลันขาดวิ่น พื้นศิลาบริเวณนั้นแตกกระจายกลายเป็นผุยผง
มู่หรงหลันกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจกลัวจนล้มพับลงไปนั่งกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
ไป๋จื่อรั่วหยุดยืนเคียงข้างหลี่ชิงหยุนอย่างสง่างาม นางไม่ได้เหลือบสายตาแลมองมู่หรงหลันแม้แต่หางตา ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากสีชาดคู่นั้น กลับเย็นเยียบราวดาบน้ำแข็งที่เสียดแทงเข้าสู่ขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น
"วาจาต่ำช้าของเจ้า... สมควรถูกตัดลิ้นทิ้งเสียตั้งแต่แรก"
เสียงของไป๋จื่อรั่วราบเรียบ แต่มันดังก้องกังวานไปทั่วสารทิศ สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนนับพันในยุทธภพจนอ้าปากค้าง สมองของทุกคนขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง
นี่นะหรือคือไป๋จื่อรั่วผู้เย็นชาและไม่เคยสนใจโลก? นี่นะหรือคือเทพธิดาน้ำแข็งผู้สูงส่งที่แม้แต่เจ้าสำนักใหญ่ยังไม่เคยได้รับรอยยิ้ม?
แต่วันนี้... นางกลับยอมออกหน้าปกป้องหลี่ชิงหยุน ศิษย์สวะที่คนทั้งยุทธภพดูแคลน อย่างไร้ความเกรงกลัวต่อหน้าธารกำนัล!
หลี่ชิงหยุนหันไปมองภรรยาคู่ชีวิต รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึก นัยน์ตาสะท้อนภาพของหญิงสาวผู้ยอมเอาชื่อเสียงและพลังของตนเองมาปกป้องเขาจากคำสบประมาท
"จื่อรั่ว..." หลี่ชิงหยุนเอמהเสียงนุ่มนวล ต่างจากน้ำเสียงที่ใช้พูดกับคนอื่นราวฟ้ากับเหว "เจ้ากลัวว่าสามีของเจ้าจะรังแกสตรีผู้นี้ไม่เป็นหรือ ถึงต้องออกโรงเองเช่นนี้?"
ไป๋จื่อรั่วหันมาสบตาเขา ใบหน้าที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งในคราแรก พลันหลอมละลายลงเล็กน้อยเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม นางปรายตามองเขาด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงเรียบ
"ข้าแค่รำคาญเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน... และไม่อยากให้ใครมาบังอาจดูถูกสามีของข้า... นอกจากตัวข้าเอง"
คำพูดประโยคนั้นทำเอาหลี่ชิงหยุนถึงกับหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังด้วยความชอบใจ เคมีอันทรงพลังระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านจนผู้คนรอบข้างรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงอากาศธาตุ
เจ้าสำนักเทียนหลางที่ถูกเมินเฉยมาตลอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบ พลังปราณวิญญาณบรรพกาลระเบิดออกอย่างไร้ความยับยั้งชั่งใจ
"บังอาจนัก! ไป๋จื่อรั่ว! ต่อให้เจ้าจะเป็นอัจฉริยะแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ แต่ที่นี่คือลานประลองสำนักเทียนหลาง! ในเมื่อเจ้าอยากตายเคียงคู่กับไอ้สวะนี่นัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้พวกเจ้ากลายเป็นผีคู่รักกันวันนี้เสียเลย!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของเจ้าสำนักเทียนหลางก็ทะยานพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ฝ่ามือเพลิงผลาญนรกถูกง้างขึ้นพร้อมซัดพลังทำลายล้างที่สามารถถล่มภูเขาได้ทั้งลูกลงมาเบื้องหน้า
ไป๋จื่อรั่วขยับตัวเตรียมชักกระบี่น้ำแข็งออกจากฝัก รังสีปราณเซียนระเบิดออกเพื่อเตรียมรับมือ
ทว่า... หลี่ชิงหยุนกลับยื่นมือไปแตะที่ข้อแขนเรียวบางของนางเบาๆ เป็นเชิงบอกให้หยุด พร้อมกับก้าวขึ้นมาบังร่างของภรรยาไว้เบื้องหน้า นัยน์ตาสคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์หายไป เหลือเพียงความดุดันดั่งพญายมผู้ควบคุมความเป็นความตาย
"ภรรยาของข้า... ข้าดูแลเอง เจ้าแก่หนังเหนียงยานสมควรไปลงนรกได้แล้ว"
หลี่ชิงหยุนสะบัดมือขวาเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับหมื่นสายพรั่งพรูออกมาจากปลายนิ้วรวมตัวกันเป็น ‘กระบี่บรรพกาล’ ที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้ากลบรัศมีของดวงอาทิตย์ในยันต์กลางวันจนมืดมิด!
*ฉับพลันนั้นเอง...*
ในวินาทีที่กระบี่ในมือของหลี่ชิงหยุนกำลังจะตวัดเข้าปะทะกับพลังของเจ้าสำนักเทียนหลาง ท้องฟ้าเบื้องบนลานประลองก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องดั่งสนั่นหวั่นไหว เมฆดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ และจากใจกลางหลุมดำนั้น... มีเงาร่างปริศนาของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้ใด!
"เด็กน้อยตระกูลหลี่... เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่ของเจ้า จะรอดพ้นจาก ‘ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า’ ของสำนักเราได้จริงหรือ?"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 17
ความหึงหวงของนางเซียน
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!