เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่าผู้อาวุโสสำนักเทียนหลางดังระงมราวกับฝูงอีกาต้องสาป ก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัสของผู้คนทั่วลานประลองหยกขาว ดวงตาหลายร้อยคู่ต่างจดจ้องมายังร่างผอมบางของเด็กหนุ่มผู้ถือครองสถานะ "ศิษย์สวะ" ด้วยแววตาสมเพชเวทนา
"หลี่ชิงหยุน เจ้ายังมีความกล้าก้าวขึ้นมาบนลานชะตากรรมนี้อีกหรือ? คิดว่าการตายในอดีตยังอัปยศไม่พอ ถึงต้องกลับมาให้พวกเราเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำสองกระนั้นรึ!"
เสียงคำรามของเจ้าสำนักเทียนหลางดังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัน กดทับจนพื้นศิลาใต้เท้าของหลี่ชิงหยุนแตกร้าวเป็นทางยาว ทว่าท่ามกลางพายุอารมณ์และแรงกดดันมหาศาลนั้น ร่างของหลี่ชิงหยุนกลับยืนหยัดตรงดิ่งราวกับยอดเขาไท่ซานที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อพายุหมุน
ริมฝีปากของเขายกยิศยันขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงไปยังเบื้องสูง
"หมาแก่เห่าหอนเก่งเสียจริง... เจ้าสำนักเทียนหลาง ชาติก่อนเจ้าใช้แผนสกปรกเหยียบย่ำข้า ชาตินี้ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง บัดนี้ สุนัขรับใช้ตัวแรกของเจ้า กำลังจะกลายเป็นเศษเนื้อบดคาเท้าข้าแล้วนะ3รับ"
สิ้นคำพูดของหลี่ชิงหยุน ศิษย์เอกสายตรงผู้ถือครองกระบี่เบญจธาตุแห่งสำนักเทียนหลาง นามว่า "เฟิงอวี้" ก็บันดาลโทสะจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มันชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีฟ้าเจิดจ้าบาดตาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อ
"ไอ้สวะปากดี! วันนี้ข้าจะแล่เนื้อเถือหนังเจ้าทีละชิ้น ให้สมกับความจองหองของเจ้า!"
เฟิงอวี้คำรามลั่น ทะยานร่างพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูงดุจสายฟ้าฟาด เคล็ดวิชา "กระบี่เก้าสวรรค์พิชิตมาร" ถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตา คมกระบี่กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิวราวกับภูตผีร่ำไห้ พลังปราณกระบี่นับร้อยสายแปรเปลี่ยนเป็นพายุใบมีดน้ำแข็ง มุ่งหมายจะบดขยี้หลี่ชิงหยุนให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว
บรรยากาศรอบลานประลองพลันเย็นเยียบลงทันที เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างสูดปากด้วยความหวาดกลัว พลังระดับนี้ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณนภาก็ยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬ
ทว่า... หลี่ชิงหยุนกลับไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง มือขวาของเขาค่อยๆ กำหมัดเข้าหากันช้าๆ อย่างมั่นคง
ในมิติห้วงจิตวิญญาณ เสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทของเจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างเกียจคร้าน
*‘นายท่าน... เจ้าเด็กเหลือขอผู้นั้นใช้วิชากระบี่สะเออะจริงๆ ให้ข้าออกไปพ่นไฟเผาขนคิ้วมันเล่นสักกำมือดีหรือไม่?’*
*‘เงียบปากไปเสีย เจ้าอ้วน... หมัดนี้ข้าเตรียมไว้ต้อนรับพวกมันด้วยตัวเอง’* หลี่ชิงหยุนตอบกลับในจิตใจด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง
ขณะที่คมกระบี่อันเกรี้ยวกราดกำลังจะพุ่งทะลวงเข้ากลางอก แววตาของหลี่ชิงหยุนก็ฉายประกายสีทองอร่ามราวกับเทพสวรรค์มองลงมาจากสรวงสวรรค์
วิถีปราณกระบี่ไร้ลักษณ์! ไม่จำเป็นต้องมีกระบี่ในมือ เพราะทั่วทั้งร่างของเขาคือคมกระบี่ที่คมกล้าที่สุดในใต้หล้า!
"หมัดเดียวพลิกฟ้า..."
หลี่ชิงหยุนพึมพำแผ่วเบา ร่างกายระเบิดออร่าสีทองเจิดจ้าออกมาจนกลบแสงของกระบี่เบญจธาตุจนหมดสิ้น เขาก้าวเท้าขวาเหยียบพื้นลานประลองอย่างรุนแรง แรงกระแทกนั้นทำให้ลานหินกว้างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว
ตูมมมม!
หมัดขวาของเขาชกออกไปตรงๆ เรียบง่าย ไร้ซึ่งลวดลายแพรรพราว แต่เปี่ยมไปด้วยสัจธรรมแห่งเต๋าอันลึกซึ้งและน้ำหนักกดทับของภูผาทั้งหมื่นลูกในยุทธภพ!
พลังหมัดปะทะเข้ากับคมกระบี่เต็มรัก คลื่นกระแทกรูปวงกลมสีทองคำขาวแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง ทำลายล้างรัศมีปราณกระบี่ทั้งหมดในพริบตาเดียว เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุนีบาตฟาดผ่ากลางวันแสกๆ
อ๊ากกก!
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นทะลุฟ้า คมกระบี่เบญจธาตุหักสะบั้นเป็นเสี่ยงๆ แรงหมัดอันมหาศาลทะลวงผ่านเกราะปราณป้องกันของเฟิงอวี้อย่างไร้ความปรานี ร่างของศิษย์เอกสำนักเทียนหลางปลิวละลิ่วราวกับว่าวขาดสายป่าน กระเด็นทะยานข้ามลานประลองพุ่งชนเข้ากับเสาหินศิลาอัคคีด้านหลังจนหักโค่นลงมาทับร่างของมันอย่างน่าอนาถ
เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของเฟิงอวี้ ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่สติของมันจะดับวูบลงและแน่นิ่งไปคาที่
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานประลองในทันที
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สำนักเทียนหลางต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างแทบถล่นออกมานอกเบ้า พวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่สายตาตนเองกำลังเห็น ศิษย์สวะที่พวกมันเพิ่งดูแคลน กลับใช้หมัดเปล่าๆ ซัดศิษย์เอกผู้ทรงพลังกระเด็นพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว!
ณ มุมหนึ่งของลานประลอง ไป๋จื่อรั่ว เทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่ ผู้ซึ่งมักจะรักษาความเย็นชาและไร้อารมณ์ต่อผู้คนมาโดยตลอด บัดนี้ริมฝีปากเรียวบางของนางกลับแย้มยิ้มบางเบาอย่างงดงามราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรราย สายตาที่ทอดมองไปยังแผ่นหลังของหลี่ชิงหยุนเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้
ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ชัยชนะอันน่าตื่นตะลึงนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของมหาสงครามล้างบางที่กำลังจะสั่นสะเทือนรากเหง้าของยุทธภพ
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังถูกแทนที่ด้วยเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ของฝูงชน ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา เมฆสีนิลหนาทึบก่อตัวหมุนวนเป็นรูปเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีเลือดเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมากลางลานประลองอย่างไร้สัญญาณเตือน!
และพร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นดุจมาจากขุมนรกอันลึกที่สุด ก็ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่ฉีกขาดออกเบื้องหน้าหลี่ชิงหยุน...
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง หลานรักแห่งสำนักเทียนหลาง... น่าเสียดายที่วันนี้ เจ้าจะต้องดับสูญพร้อมกับความลับทั้งหมดในร่างนั้น!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ร่วมกันนะครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 16
หมัดเดียวพลิกฟ้า
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!