เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 21

หุ่นเชิดกระดูกโบราณ

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"เกาะข้าไว้ให้แน่น... จื่อรั่ว!" สุ้มเสียงของหลี่ชิงหยุนก้องกังวานท่ามกลางเสียงคำรามสะท้านฟ้าของมังกรโบราณนัยน์ตาสีแดงฉาน ร่างของเขาร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวลึกดั่งดาวตก ทว่าแววตากลับหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ปราณกระบี่เก้าชั้นฟ้าถูกขับเคลื่อนออกมาจากตันtian (ตันเถียน) แผ่พุ่งเป็นเกราะคุ้มกันสีครามเข้มโอบล้อมร่างของภรรยาผู้เยือกเย็นไว้แนบอก ไป๋จื่อรั่วมิได้เอ่ยคำใด นางซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เปี่ยมด้วยไออุ่นคุ้นเคย สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวรากลองศึกของบุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าดินของนาง มือเรียวดุจหยกสลักเอื้อมไปโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น ปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์ของนางผสานกลมกลืนกับปราณกระบี่ของเขา เกิดเป็นม่านพลังหยินหยางหมุนวนปกป้องพวกเขาทั้งคู่จากการกดทับของแรงโน้มถ่วงมหาศาลและจิตสังหารอันบ้าคลั่งของแดนลับแล ตู้มมม! แรงปะทะจากการตกลงสู่พื้นเบื้องล่างสร้างคลื่นกระแทกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันตลบอบอวล ทว่าด้วยการคุ้มกันอันยอดเยี่ยม ทั้งสองจึงไร้รอยขีดข่วน หลี่ชิงหยุนดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม มือขวากวาดกระบี่วิญญาณในมือออกไปเบาๆ สายลมปราณคมกริบก็พัดพาฝุ่นควันจนจางหาย เผยให้เห็นสถานที่เบื้องหน้า... มันคือโถงหินมหึมาที่สร้างขึ้นจากกระดูกอสูรโบราณนับล้านชิ้น ผนังถ้ำสะท้อนแสงเรืองรองสีเลือดจากดวงตาของโครงกระดูกมหขนาดใหญ่ที่นอนทอดร่างอยู่รอบทิศทาง บรรยากาศอับชื้นและเปี่ยมด้วยกลิ่นไอแห่งความตายแผ่ซ่านจนชวนอึดอัด "ที่นี่... คือสุสานบรรพกาลของจริงสินะครับ" ไป๋จื่อรั่วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ทว่าดวงตาน้ำแข็งกวาดมองรอบกายอย่างระแวดระวัง นางขยับกายยืนเคียงข้างสามี แม้จะอยู่ในดินแดนแห่งความตาย แต่มือที่ประสานกันไว้นั้นกลับมั่นคงยิ่ง "ถูกเผงแล้ว ที่นี่คือส่วนลึกที่สุดของแดนลับมังกรเพลิงโบราณ ร่างที่พวกเราเห็นเมื่อครู่เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่หลงเหลือจากยุคบรรพกาล" หลี่ชิงหยุนยิ้มเยาะมุมปาก แววตาทะนงองอาจกวาดมองไปรอบด้าน ก่อนจะแค่น "ฮึ่ม! คิดจะใช้กาลเวลามากลบฝังพวกเราหรือ? น่าเสียดายที่พวกมันตื่นขึ้นมาพบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียก่อน" เคร้ง! ครืนนน! สิ้นเสียงของหลี่ชิงหยุน พื้นหินกระดูกใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โครงกระดูกมนุษย์และสัตว์อสูรที่กองอยู่ตามพื้นเริ่มขยับไหว เสียงข้อต่อกระดูกเสียดสีกันดังระงับ ชวนให้ขนหัวลุก ดวงตากลวงโบราณของพวกมันปรากฏเปลวเพลิงสีครามและสีแดงฉานลุกโชนขึ้นมาพร้อมกันนับพันคู่ "โฮូก! เจ้าพวกเศษซากกระดูกเดินได้ น่ารำคาญเสียจริง! รบกวนเวลานอนของท่านพี่กับนายหญิงของข้า สมควรโดนย่างให้เกรียมเป็นปลาแห้ง!" เสียงคำรามแหบพร่าอย่างเกียจคร้านแต่ทรงพลังดังขึ้นจากเงาดำที่พุ่งออกมาจากแหวนมิติ เจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ขยายร่างจนใหญ่โตมหึมา ขนสีทองแดงเพลิงลุกชันทั่วร่าง เขี้ยวคู่นั้นยาวโง้งราวกับดาบเพลิง และที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาสีอำพันที่จ้องมองฝูงหุ่นเชิดราวกับพวกมันเป็นเพียงมดปลวก กรี๊ดดด—! ฮือออ—! ฝูงหุ่นเชิดกระดูกโบราณนับพันพุ่งทะยานเข้าใส่ทั้งสามราวกับคลื่นทะเลคลั่ง อาวุธผุพังในมือพวกมันเงื้อง่าหมายปลิดชีพผู้บุกรุก พลังปราณแห่งความตายแผ่พุ่งจนอากาศรอบด้านกลายเป็นสีดำสนิท ไป๋จื่อรั่วขยับนิ้วมือเรียวยาว ดัชนีน้ำแข็งหมุนวนเตรียมพร้อมสะบัดออกไปเพื่อแช่แข็งพวกมันทั้งหมด ทว่าหลี่ชิงหยุนกลับยกมือขึ้นแตะไหล่นางเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก "ปล่อยให้เจ้าอ้วนมันแสดงฝีมือเถอะครับ จื่อรั่ว... ยืนดูความบันเทิงข้างกายข้าก็พอ" "อืม" ไป๋จื่อรั่วพยักหน้าน้อยๆ แววตาที่เคยเย็นชาฉายแววอ่อนโยนลงยามมองเขา "ไอ้พวกสวะกระดูกผี! รับ 'เพลิงสุริยันผลาญนภากาศ' ของปู่เปาซะเถอะ!" เจ้าอ้วนเปาอ้าปากกว้างอย่างไม่เกรงกลัว คลื่นอัคคีสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากลำคอของมันราวกับเขื่อนแตก อุณหภูมิภายในโถงกระดูกพุ่งสูงขึ้นจนหินรอบด้านเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวาหนืดข้น เปลวเพลิงบรรพกาลโถมเข้าใส่ฝูงหุ่นเชิดกระดูกโบราณอย่างดุเดือด ฉู่วววว—! เสียงกระดูกโบราณนับพันชิ้นถูกเผาผลาญจนกลายเป็นจุลดังสนั่นหวั่นไหว หุ่นเชิดที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลและผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี กลับไม่สามารถต้านทานความร้อนของเพลิงอัคคีบรรพกาลได้แม้แต่ลมหายใจเดียว พวกมันกรีดร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ พริบตาเดียว... โถงกระดูกที่เคยเนืองแน่นด้วยกองทัพหุ่นเชิด กลับว่างเปล่า เหลือเพียงไอความร้อนที่คุกรุ่นและละอองแสงสีทองที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ เจ้าอ้วนเปาหุบปากลง สะบัดหางไฟเพลิงของมันด้วยความภาคภูมิใจ หันมาแยกเขี้ยวขาวสะอาดใส่หลี่ชิงหยุนพร้อมกับส่งเสียงประชดประชัน "ฮ่าๆๆ! นายท่าน เห็นฝีมือของข้าหรือยัง? แค่เศษกระดูกผีพวกนี้ หากไม่ใช่เพราะข้าเกรงใจกลัวสถานที่มันจะพังถล่มลงมา ป่านนี้พวกมันคงกลายเป็นผงธุลีลอยไปถึงนอกแดนลับแล้วกระมัง!" "เจ้าอ้วน วันนี้เจ้าทำได้ไม่เลว คืนนี้ข้าจะอนุญาตให้เจ้ากินผลวิญญาณเพลิงสวรรค์ได้สองผล" หลี่ชิงหยุนหัวเราะร่วน เอ่ยชมสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ช่วยเคลียร์ทางให้ "โอ้ว! นายท่านใจกว้างยิ่งนัก! สมแล้วที่เป็นบุรุษผู้รูปงามและทรงพลังที่สุดในสามภพ!" เจ้าอ้วนเปาตาลุกวาว กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนพื้นถ้ำสั่นสะเทือน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ชิงหยุนก็ค่อยๆ เลือนหายไป ดวงตาดุดันคมกริบหันขวับกลับไปมองยังใจกลางโถงหินที่เถ้าธุลีของหุ่นเชิดเมื่อครู่กำลังรวมตัวกันอีกครั้ง! ครืนนน—! ไม่ใช่การคืนชีพธรรมดา... เถ้าธุลีสีดำเหล่านั้นหลอมรวมเข้ากับอักขระเวทสีเลือดที่สลักอยู่บนพื้นลึก ปรากฏเป็นร่างเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่แผ่จิตสังหารกดทับจนลมหายใจของทุกชีวิตสะดุด และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับเสียงของปีศาจจากขุมนรกโลกันตร์ "ฮี่ๆๆ... ช่างเป็นพยัคฆ์อัคคีที่ดุร้ายเสียจริง... น่าเสียดายนัก ที่พวกเจ้าทั้งหมด... เป็นได้แค่เครื่องสังเวยให้กับการตื่นของ 'เขาผู้นั้น' เท่านั้น!" เงาดำมหึมาค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากความมืด พร้อมกับประกายแสงสีแดงฉานที่ส่องสว่างขึ้นจากอกของมัน เผยให้เห็นวัตถุปริศนาที่กำลังสั่นระริกราวกับมีชีวิต—หัวใจมังกรโบราณที่ยังคงเต้นระรัว! --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดและบททดสอบอันดุเดือดนี้ไปกับเรานะครับ ขอบพระคุณครับ จากใจ "ลั่วอสูรหมื่นภูผา" ครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%