กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 24

เดิมพันครั้งสุดท้าย

ผลงานโดย พยานปากเอก
"คุณกำลังเดินเข้าสู่กิโยตินด้วยความสมัครใจ ลีลานา" เสียงของคณินทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลมในห้องโถงพิจารณาคดีอันเงียบงัน บรรยากาศภายในศาลวันนี้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของความกดดันอบอวลอยู่ในอากาศ ไม่ใช่เพราะจำนวนผู้คนที่ล้นหลาม แต่เพราะดวงตาของทุกคนในห้องนี้ต่างจับจ้องมาที่ลีลานา ราวกับกำลังรอคอยดูวินาทีที่ปีกของนางฟ้าแห่งความยุติธรรมถูกถอนจนเหี้ยน ลีลานายืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทนายความ เธอไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว ดวงตาคู่คมจ้องมองอัยการหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่ปรับและเงาที่คอยติดตามเธอมาตลอด คณินนั่งไขว่ห้างอย่างผ่อนคลาย แต่ทว่ามือที่วางอยู่บนแฟ้มคดีนั้นกลับเกร็งแน่นจนเห็นเส้นเลือด "ความยุติธรรมไม่ใช่การพนัน คณิน แต่มันคือการกล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่พวกคุณพยายามฝังกลบเอาไว้ต่างหาก" ลีลานาตอบกลับ เสียงของเธอเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยแรงสั่นสะเทือนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าการมีหลักฐานล้นมือจะทำให้คุณชนะเสมอไปหรือ? คุณลืมไปแล้วหรือว่ากระดาษพวกนั้นมันไร้ค่าแค่ไหน ถ้ามันไม่ถูกสร้างขึ้นบนความจริง" คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความฉงนที่แฝงด้วยความเอ็นดูในความดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้า "ถ้าคุณไม่มีไพ่ในมือ ก็อย่าได้คิดที่จะเปิดหน้าสู้กับอำนาจที่มองไม่เห็นลี... คุณกำลังสู้กับความมืดด้วยเทียนเล่มเดียวที่กำลังจะดับ" "งั้นเรามาดูกันว่าเทียนเล่มนี้จะเผาไหม้พวกคุณได้มากแค่ไหน" ลีลานาสูดหายใจลึก เธอก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความลังเล ทุกย่างก้าวบนพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดี เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีหลักฐานสำรอง ไม่มีประจักษ์พยานที่ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คือไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไป ในมือของเธอมีเพียงความจริงที่เธอรวบรวมมาด้วยหยาดเหงื่อและรอยแผลในอดีต ผู้พิพากษากระแอมไอเบาๆ เป็นสัญญาณให้การพิจารณาเริ่มขึ้น ลีลานาหันไปทางบัลลังก์ สายตาของเธอเด็ดเดี่ยวราวกับนักรบที่พร้อมตายในสนามรบ "ท่านครับ/ค่ะ" (เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็น) "ท่านผู้มีเกียรติ พยานปากเอกของคดีนี้ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ ไม่ได้อยู่ในแฟ้มสำนวน แต่เขากำลังนั่งปะปนอยู่ในบรรดาผู้ที่มีอำนาจตัดสินชะตากรรมของบ้านเมืองนี้" เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องทันที คณินขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของเขาส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ติดตามในความมืดที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ทว่าลีลานาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เธอคว้าเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา แม้มันจะเป็นเพียงบันทึกการประชุมที่ดูไม่สลักสำคัญ แต่มันคือจุดเปราะบางที่สุดที่เธอถอดรหัสออกมาได้จากเงื่อนงำในคืนที่เธอถูกคุกคาม "ฉันรู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองฉันอยู่จากมุมมืด" ลีลานาพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มเข้มข้นขึ้น "การที่พวกคุณพยายามปิดปากฉันตั้งแต่นอกศาล นั่นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดว่า 'ความจริง' ที่ฉันกำไว้นั้นสั่นคลอนรากฐานของพวกคุณเพียงใด" คณินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสบตาเธอนิ่ง "การกล่าวหาลอยๆ คืออาชญากรรมทางวาจา ลีลานา คุณกำลังทำให้ศาลเป็นโรงละคร" "ถ้ามันคือโรงละคร คุณก็คือตัวเอกที่แสดงบทบาทได้สมบูรณ์แบบที่สุด คณิน" เธอเดินเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาปะทะกับความเย็นเยียบในใจของเธอ "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง ในบทละครเรื่องนี้ คนเขียนบทไม่ใช่คุณ... และไม่ใช่พวกเขา" ลีลานาหันไปสบตากับชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในแถวหน้าสุด ชายผู้มีรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนับแต่เธอสูญเสียครอบครัวไปเมื่อสิบปีก่อน "หลักฐานของฉันไม่ได้อยู่ที่กระดาษพวกนี้" ลีลานาประกาศก้อง พลางหยิบปากกาขนนกที่เธอเก็บไว้เป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมา "แต่มันอยู่ที่ 'ความจำ' ของคนที่เคยมีอำนาจแต่ถูกลืม... รวมถึงรอยบาปที่คุณพยายามลบมันออกไปจากแฟ้มประวัติคดีนี้เมื่อสิบปีก่อน" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง คณินหน้าถอดสีเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่ลีลานาถืออยู่ มันคือเข็มกลัดประจำตัวที่ถูกตั้งคำถามว่าหายไปพร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรมครอบครัวของเธอ ลีลานาวางเข็มกลัดนั้นลงบนโต๊ะพิจารณาคดี เสียงโลหะกระทบไม้ดังกังวานราวกับเสียงฆ้องที่ประกาศการล่มสลายของใครบางคน "คดีนี้ไม่ได้ตัดสินที่พยานหลักฐานจากภายนอก แต่จะตัดสินจากน้ำหนักของความแค้นที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นความถูกต้องในวันนี้" เธอหันไปมองคณินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งตัดพ้อ ทั้งท้าทาย "และไม่ว่าคุณจะเลือกปกป้องใคร คณิน... สุดท้ายแล้ว ความจริงที่ตายไปแล้ว มันมักจะกลับมาถามหาคนที่ทำลายมันเสมอ" ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูด้านหลังห้องพิจารณาคดีก็ดังขึ้นอย่างแรง ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่า เขาเดินตรงมาที่บัลลังก์โดยไม่สนสายตาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พยายามจะสกัดกั้น คณินหันไปมองคนผู้นั้น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เพราะคนที่เดินเข้ามาคือ 'พยาน' ที่ทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน "ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ศาลทราบเกี่ยวกับ 'เดิมพัน' ครั้งนี้ครับ" ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนจะวางเอกสารลงต่อหน้าผู้พิพากษา "รวมถึงรายชื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมครั้งนั้น... ซึ่งหนึ่งในนั้น นั่งอยู่บนบัลลังก์นี้ด้วย" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเดิมพันครั้งสุดท้ายนี้กับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%