เสียงฝีเท้าคู่ที่ก้าวล่วงเข้ามาในความมืดของระเบียงนั้นไม่ได้หยุดลงที่หน้าต่างบานใหญ่ แต่มันหยุดนิ่งอยู่ตรงกรอบประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง เงาสูงโปร่งทาบทับลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง ลีลานากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว สัญชาตญาณของทนายความผู้ผ่านคดีฆาตกรรมและเกมการเมืองมาโชกโชนบอกเธอว่า ผู้มาเยือนยามวิกาลรายนี้ไม่ใช่ฆาตกรรับจ้างตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน หากแต่เป็นผู้ล่าที่ถือครองอำนาจอันชอบธรรมและพร้อมจะขย้ำเหยื่อด้วยตัวบทกฎหมาย
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ทนายสาวฝีมือเยี่ยมแห่งสำนักงานกฎหมายมหาศาล ยังคงทำงานแข่งกับเวลาเพื่อความยุติธรรม... หรือเพื่อความสะใจส่วนตัวกันแน่ครับ คุณลีลานา"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเยียบเย็นอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทตัดเยิตรสีชาโคลที่ก้าวพ้นเงาสมืดเข้ามาภายใต้แสงไฟสีสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ คณิน อัยการหนุ่มผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้ในห้องพิจารณาคดี เขาส่งยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
ลีลานาผ่อนลมหายใจออกช้าๆ เพื่อซ่อนความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง เธอยืดตัวขึ้นตรง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ช่องโหว่ราวกับกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าคณะตุลาการ
"ห้องทำงานส่วนตัวของฉัน และเวลานอกราชการ น่าจะอยู่นอกเหนือเขตอำนาจหน้าที่ของท่านอัยการคณินนะครับ เว้นเสียแต่ว่า... ท่านกำลังพยายามหาข้ออ้างในการละเมิดหมายค้น" เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานในความเงียบงันของห้อง เขาเดินทอดน่องเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขตของมัน สายตาคมกวาดมองเอกสารกระจัดกระจายบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่สำเนาบันทึกการชันสูตรพลิกศพของเหยื่อในคดีล่าสุด—คดีที่เขากุมสำนวนหลักไว้แต่เพียงผู้เดียว
"หมายค้นเหรอครับ? คุณก็รู้ดีว่าคนอย่างผมไม่เคยต้องเสียเวลาทำเรื่องน่าเบื่อแบบนั้น ในเมื่อประตูมันไม่ได้ล็อก และเจตนารมณ์ของคุณ... ก็ดูเหมือนจะเชื้อเชิญความจริงให้อยู่แล้ว" คณินหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของฝนยามค่ำคืนลอยแตะจมูกลีลานา "คุณกำลังขุดคุ้ยเรื่องที่ไม่ควรขุด ทนายลี... คุณคิดว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับเกมเปิดโปงความเน่าเฟะของสังคมงั้นหรือครับ?"
"ฉันกำลังทำหน้าที่ปกป้องลูกความของฉัน และค้นหาความจริงที่ถูกอำนาจมืดบางอย่างพยายามกลบฝัง ซึ่งถ้าฉันเดาไม่ผิด หนึ่งในอำนาจมืดที่ว่านั้น... ก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง" ลีลานาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันและเต็มไปด้วยความท้าทาย ปะทะกับนัยน์ตาสีเข้มที่ลึกล้ำจนยากจะคาดเดา ทั้งสองจ้องมองกันราวกับสัตว์นักล่าสองตัวที่ต่างฝ่ายต่างรู้จุดอ่อนของกันและกัน
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณบนผนังที่เดินติ๊กๆ ราวกับคอยนับถอยหลังเวลาหายใจของพวกเขา คณินโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะทำงานของเธอไว้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน
"ความจริงหรือครับ? คุณลี... โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริงหรอกนะครับ มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความสมดุล สำนวนคดีที่ผมถืออยู่... มันไม่ใช่การบิดเบือนความยุติธรรม แต่มันคือการรักษาเสถียรภาพไม่ให้โครงสร้างอันเปราะบางของเมืองนี้พังทลายลงมาทับผู้บริสุทธิ์นับแสนคน รวมทั้ง... ตัวคุณด้วย"
คำพูดของคณินแฝงนัยยะล้ำลึกที่ทำให้หัวใจของลีลานากระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่ครอบครัวของเธอต้องสูญเสียทุกอย่างจากความอยุติธรรมที่ถูกกฎหมายฟอกขาว—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก เธอกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเจ็บแปลบเพื่อดึงสติกลับมา
"อย่าเอาคำว่า 'ผู้บริสุทธิ์' มาอ้างเพื่อปกป้องคนผิดเลยครับท่านอัยการ" ลีลานาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาฉายแววเจ็บปวดแต่ก็ดุดันขึ้นเป็นทวีคูณ "คนที่ตายไปเขาพูดไม่ได้ แต่ฉันพูดได้ และฉันจะไม่มีทางยอมให้คุณใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฆ่าคนซ้ำสองเด็ดขาด"
คณินหรี่ตาลงเล็กน้อย ร่องรอยความอ่อนโยนชั่ววูบที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้นเลือนหายไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยความเยียบเย็น ทว่าลึกๆ แล้ว กลับมีประกายความพึงพอใจบางอย่างสะท้อนออกมา—ความรู้สึกของการได้พบ 'คู่ต่อสู้' ที่สมน้ำสมเนื้อ หลังจากที่เขาต้องเผชิญหน้ากับแต่พวกปลาซิวปลาสร้อยที่ยอมจำนนต่ออำนาจเงินและอิทธิพลมานาน
"คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริง ทนายลี... ความดื้อรั้นแบบนี้แหละ ที่มักจะพาคนสวยๆ ไปจบชีวิตลงในสุสานก่อนวัยอันควร" คณินเอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างริมหีบปากของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำเตือนที่แฝงความห่วงใยประหลาด ซึ่งทำให้ลีลานารู้สึกขนลุกซู่ "ถ้าคุณยังดึงดันจะเปิดลิ้นชักลับนั่นต่อไป... คุณอาจจะพบว่ากุญแจดอกที่คุณถืออยู่ มันไม่ได้ไขไปสู่ความจริง แต่มันกำลังปลดปล่อยปีศาจที่คุณไม่มีวันรับมือไหว"
พูดจบ คณินก็ผละตัวออกห่างอย่างนุ่มนวล เขายืดตัวตรง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังทิศทางเดิมที่เขาเข้ามา
"ราตรีสวัสดิ์ครับ ทนายลี หวังว่าพรุ่งนี้เช้า ผมจะยังเห็นคุณมีชีวิตอยู่มาเถียงกับผมในห้องพิจารณาคดีนะ"
เสียงฝีเท้าของคณินค่อยๆ ดังห่างออกไปทิ้งให้ลีลานายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันตามลำพัง ความโกรธและแรงกดดันทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เธอกวาดตามองไปยังโต๊ะทำงานที่ตอนนี้เอกสารทุกแผ่นยังคงวางอยู่ตามเดิม... ไม่สิ มีบางอย่างผิดปกติ
แฟ้มคดีลับสีน้ำตาลอีกแฟ้มหนึ่ง—แฟ้มสำรองที่เธอซ่อนไว้ในลิ้นชักชั้นล่างสุดที่ใส่กุญแจล็อกอย่างแน่นหนา—บัดนี้ลิ้นชักนั้นถูกเปิดแง้มออกเล็กน้อย และกุญแจดอกเล็กที่เธอซ่อนไว้ใต้แจกันดอกไม้ได้หายไป!
ลีลานารemดึงลิ้นชักออกพรวดเดียว ความว่างเปล่าภายในนั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก บนพื้นพรมสีเข้มใกล้กับโต๊ะทำงาน มีกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กตกอยู่หนึ่งใบ เธอทรุดตัวลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
บนแผ่นกระดาษนั้น มีลายมือตัวบรรจงที่เฉียบคมและคุ้นเคยอย่างยิ่ง เขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท—
*“หลักฐานชิ้นสำคัญที่คุณตามหาไม่ได้อยู่ในแฟ้มนี้หรอกครับ... แต่มันอยู่บนโต๊ะทำงานของผมพรุ่งนี้เช้า... ถ้าคุณกล้าพอที่จะมารับมันด้วยตัวเอง”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมลับสมองนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 2
การปะทะของสองขั้วอำนาจ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!