กลิ่นอายของกาแฟดำเข้มข้นที่เย็นชืดจนหมด Caffein เหลือเพียงรสฝาดเฝื่อนในโพรงปาก ไม่ได้ทำให้ประสาทสัมผัสของคณินทร์ทื่อลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ในความเงียบสงัดของห้องทำงานอัยการยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะช่วยขับเน้นให้เงาตกกระทบตามโครงหน้าคมคายดูเคร่งขรึมราwithรูปปั้นหินอ่อน
ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเนิบนาบ... หนึ่ง สอง สาม... สม่ำเสมอราวกับเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาทีวิกฤต
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ลีลานา"
เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่าย โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างระหงที่ยืนกอดอกอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ทว่าแสงไฟนีออนนับล้านดวงกลับไม่อาจส่อง
ทะลุความมืดมิดในใจของพวกเขาทั้งคู่ได้
ลีลานาหมุนตัวกลับมา ช้าๆ แววตาคู่คมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยฉายแววท้าทายที่ยากจะคาดเดา เธอไม่ได้สวมชุดทนายความทางการเช่นทุกวัน วันนี้เธออยู่ในชุดสูทกางเกงสีดำสนิท ไร้เครื่องประดับใดๆ ราวกับนักรบที่พร้อมปลิดชีพศัตรูในระยะประชิด
"ไฟดวงนี้ไม่ได้แผดเผาแค่ฉันคนเดียวหรอกครับ... คุณคิน" ลีลานาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านอากาศ "ตัวการใหญ่อย่าง 'มัน' ไม่ยอมโผล่หัวออกมาจากรูปลวกๆ ของเราแน่ ถ้าเหยื่อล่อไม่หอมหวานและ... เปราะบางพอที่จะทำให้มันคิดว่าชัยชนะอยู่ในมือ"
คณินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกราบกวาดมองเธอตั้งแต่ปลายรองเท้าจรดรอยยิ้มหยันที่มุมปาก
มันคือความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเคารพในความเด็ดเดี่ยว และความหวาดหวั่นลึกๆ ที่เขาไม่เคยยอมรับกับใคร
"เหยื่อล่อที่ดี ไม่ควรมีความรู้สึกส่วนตัวมาเจือปน" คณินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ "การที่คุณจงใจทิ้งร่องรอยบัญชีลับของบริษัทเชลล์คอมพานีไว้ที่ศาลฎีกาเมื่อบ่ายวานนี้... มันไม่ใช่แค่การเปิดโปง แต่มมันคือการประกาศสงครามแบบเปิดหน้าต่างหาก ลี"
"เพราะฉันรู้ว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะบีบให้ 'ท่านรองอัยการสูงสุด' เคลื่อนไหว" ลีลานาก้าวเข้าไปประชิดโดยไม่ถอยหนี ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อุ่นร้อน ความกดดันทางจิตวิทยาระหว่างทนายสาวผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมกับอัยการหนุ่มผู้ยอมเหยียบย่างบนเส้นด้ายสีเทา ปะทะกันจนเกิดประกายไฟในอากาศ
"เรากำลังเดิมพันด้วยอาชีพ ใบประกอบโรคศิลป์... ไม่สิ ใบอนุญาตทนายความของคุณ และอนาคตบนบัลลังก์อัยการของผม" คณินทร์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ค้นหาความหวาดกลัวที่อาจซ่อนอยู่ แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ลึกดิ่งราวมหาสมุทร
"ถ้าแลกกับการลากฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวฉัน และคนที่บิดเบือนความยุติธรรมในคดีเมื่อห้าปีก่อนออกมาประจานต่อหน้าสาธารณชนได้..." เสียงของลีลานาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ แต่แววตากลับแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยว "ฉันยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของตัวเองครับ... อัยการคณินทร์"
คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ ทำให้หัวใจของคณินทร์กระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาไม่ใช่ผู้ชายอ่อนต่อโลก เขารู้ดีว่าความแค้นสามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นปีศาจได้ และลีลานากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งนั้นอย่างหมิ่นเหม่
"แผนการที่เราตกลงกันไว้... เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว" คณินทร์ถอนหายใจยาว แววตาอ่อนลงชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "คืนนี้ เที่ยงคืนตรง ที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 คุณจะต้องเดินทางไปคนเดียวตามหมายเรียกปลอมที่ผมส่งให้ 'มัน' อ่าน ส่วนผมจะซุ่มรออยู่ห่างออกไปสามร้อยเมตร พร้อมกำลังสนับสนุนนอกเครื่องแบบ... ทันทีที่มันปรากฏตัวและควักหลักฐานชิ้นนั้นออกมา เราจะรวบตัวมันทันที"
"แล้วถ้ามันไม่มาเดี่ยวล่ะครับ?" ลีลานาเลิกคิ้วถามเชิงหยัน
"ผมจะไม่มีวันยอมให้ปลายผมของคุณเส้นเดียวต้องร่วงหล่น... เชื่อใจผมสิ ลี"
น้ำเสียงของคณินทร์เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด มันเป็นความอบอุ่นที่เจือความอันตราย ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้หญิงที่แข็งกระด้างที่สุดยอมจำนน
ลีลานาหลุบตาลงมองมือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง "ฉันไม่เคยเชื่อใจใคร... โดยเฉพาะผู้ชายที่ฉลาดเป็นกรดและไว้ใจไม่ได้อย่างคุณคิน แต่ในเกมนี้... เราต่างก็เป็นหมากที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อ"
ทั้งคู่แยกย้ายกันจัดเตรียมแผนการในความเงียบ ทว่าห้วงความคิดของทั้งสองฝ่ายกลับพะวงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา การใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อลากปลาตัวใหญ่ขึ้นจากน้ำลึก ย่อมหมายถึงการเอาชีวิตไปแขวนไว้บนปากเหวแห่งความตาย
...
เวลา 23:45 น.
สายฝนโปรยปรายลงมาบางเบา ทว่าหนาวเหน็บจนกระดูกแทบชา สายลมกรรโชกแรงพัดพาละอองน้ำเข้ามาในโกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและคราบน้ำมันคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมถนนด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกแตกเป็นทางยาว
ลีลานาก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่กลางโกดัง ร่างระหงภายใต้เสื้อโค้ทตัวยาวดูโดดเดี่ยวและเปราะบาง ท่ามกลางความเวิ้งว้างและเงาตะคุ่มของลังสินค้าที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ
เธอยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนกที่เริ่มกัดกินหัวใจ ปลายนี้วที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทกำด้ามปืนพกขนาดเล็กไว้แน่น ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
ผ่านไปห้านาที... สิบนาที...
ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงหยดน้ำฝนที่รั่วไหลลงมากระทบพื้นคอนกรีต *แปะ... แปะ...*
*ผิดปกติ...* สัญชาตญาณของนักกฎหมายที่ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วนร้องเตือนภัย คณินทร์ควรจะส่งสัญญาณยืนยันตำแหน่งผ่านหูฟังจิ๋วในหูซ้ายตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ทว่าสิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดและเสียงลมหายใจของเธอเอง
หรือว่า... แผนการรั่วไหล?
พลัน! ไฟสปอตไลท์ขนาดใหญ่หลายดวงก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง สาดแสงจ้าจนลีลานาต้องยกมือขึ้นป้องตาตามสัญชาตญาณ ความสว่างกะทันหันทำให้เธอตาพร่ามัวชั่วขณะ
"ยินดีต้อนรับครับ... ทนายสาวผู้รักความยุติธรรม"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบก้าวออกมาจากเงาดำด้านหลังกองลังสินค้า ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกความมืดซ่อนไว้ ทว่ารอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากนั้นเด่นชัดเจน
ลีลานาหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกใจระคนโกรธแค้น "ท่านรองฯ..."
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่คุณฉลาดเกินไป จนผมต้องหาทางกำจัดทิ้งตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน แต่ในเมื่อคุณรอดมาได้แถมยังขยันขุดคุ้ยเรื่องไม่เป็นเรื่อง... คืนนี้ก็คงต้องจบลงแบบถาวร" ชายสูงวัยหัวเราะในลำคอ พร้อมกับผายมือออก ราวกับผู้บัญชาการที่กำลังมองดูเหยื่อในกรง
ลีลานากัดฟันกรอด มือที่ถือปืนในกระเป๋าเสื้อสั่นระริก "คุณคิดว่าฉันมาคนเดียวหรือไง? อัยการคณินทร์กำลัง..."
"กำลังนั่งดื่มกาแฟอุ่นๆ อยู่ที่สำนักงานอัยการ... หรือไม่ก็กำลังยุ่งอยู่กับการเซ็นคำสั่งโยกย้ายตัวเองออกจากคดีนี้ครับ!" เสียงฝีเท้านับสเภดังก้องขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์หลายคนในชุดสูทสีดำเดินถือปืนกลมือเข้ามาปิดล้อมเธอไว้ทุกด้าน
ลีลานาหันขวับไปมองรอบตัว ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบพุ่งวาบเข้ามาในหัว
*โดนหักหลัง?*
ไม่ใช่... ภาพของคณินทร์ที่นั่งจิบกาแฟเมื่อสองชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาในหัว คำพูดที่ว่า *"เหยื่อล่อที่ดี ไม่ควรมีความรู้สึกส่วนตัวมาเจือปน"* และรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกก่อนที่เธอจะก้าวออกมาจากห้องทำงาน
ทุกอย่าง... คือแผนการที่ถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว!
ก่อนที่ลีลานาจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากกลุ่มชายชุดดำ แสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
คณินทร์... อัยการหนุ่มผู้ไร้พ่าย ยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์และถูกเขี่ยทิ้งออกจากกระดานอย่างเลือดเย็น
"เกมจบแล้วครับ... ลี" คณินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้เยื่อใยใดๆ สิ้นเชิง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเกมหมากอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะครับ!
กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 17
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!