เสียงกระแทกของแฟ้มคดีหนังสีเข้มลงบนโต๊ะไม้สักทองในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานอัยการดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป คณิน"
ลีลานากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่กี่งด ภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เธอสวมไว้เพื่อซ่อนความเหนื่อยล้าจากการไล่ล่าความจริงตลอดหลายคืนที่ผ่านมา เธอยืนกรานในจุดยืนของทนายความผู้ยึดมั่นในตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันหัวใจกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่เธอพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด—ความรู้สึกที่ว่า ผู้ชายสีเทาคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คู่ปรับในห้องพิจารณาคดีอีกต่อไป
คณินไม่ตอบทันที เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งและใบหน้าด้านข้างที่ดูสุขุมเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่าย เป็นรอยยิ้มที่มักจะทำให้คู่ต่อสู้เสียศูนย์มานักต่อนักแล้ว
"กฎหมายก็เป็นเพียงเครื่องมือของมนุษย์ ลี... มันถูกร่างขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แต่บ่อยครั้งที่ความยุติธรรมถูกขังไว้ในตัวอักษรเหล่านั้น จนมองไม่เห็นเหยื่อที่แท้จริงเบื้องหลัง" คณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกและเต็มไปด้วยอำนาจทางจิตวิทยา "ถ้าผมไม่เลือกใช้วิธีการที่อยู่นอกกรอบ คุณคิดว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงจะหลุดรอดออกมาได้หรือครับ?"
ลีลากัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอรู้ดีว่าคำพูดของเขามีน้ำหนัก และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด ความจริงที่ถูกบิดเบือนด้วยเจตนาที่ดี มันก็ยังคงเป็นความบิดเบือนในสายตาของนักกฎหมายอย่างเธอ
"เจตนาที่ดีไม่ได้ทำให้วิธีการที่ผิดกลายเป็นความถูกต้อง คิน คุณกำลังทำลายเส้นแบ่งระหว่างผู้รักษากฎหมายกับอาชญากรเสียเอง" เธอโต้กลับอย่างไม่ลดละ
คณินถอนหายใจยาวเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทเข้ารูปเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่ลีล่ายืนอยู่ กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของกันและกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังที่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
"ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่ผมทำมันคืออาชญากรรม..." คณินโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ก็ตามผมมาสิครับ ลี... ผมจะพาไปดูว่า 'ความจริงครึ่งใบ' ที่คุณพยายามปกป้องนักหนา มันเหลือพื้นที่ให้ความยุติธรรมหายใจอยู่แค่ไหน"
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวฝ่าสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนกับหยดน้ำบนกระจกหน้าต่างกลายเป็นภาพพร่ามัวที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะการขับรถของคณิน ภายในห้องโดยสารเงียบงัน มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุที่ช่วยกลบความอึดอัดระหว่างคนทั้งสอง
ลีลานานั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เธอไม่รู้ว่ากำลังเดินเข้าสู่กับดักอีกรูปแบบหนึ่งของเขาหรือไม่ แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับบอกว่า นี่คือโอกาสเดียวที่จะได้ไขปริศนาทั้งหมดที่ค้างคามาตลอดหลายสัปดาห์
รถเลี้ยวเข้าสู่โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ซึ่งควรจะถูกทิ้งร้างและไร้ผู้คน แต่กลับมีแสงไฟสลัวเล็ดลอดออกมาจากช่องหน้าต่างชั้นสอง คณินดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองหญิงสาวข้างกายที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"ที่นี่ที่ไหน?" ลีลาเอ่ยถาม เสียงของเธอระaคนไปด้วยความระแวดระวัง
"สถานที่ชดเชยความผิดพลาดของผม... และของระบบที่คุณศรัทธาไงครับ" คณินตอบสั้นๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง คณินกางร่มคันใหญ่แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ลีลานา ร่มสีดำสนิทปกป้องพวกเขาจากละอองฝน แต่กลับทำให้ความใกล้ชิดทางกายและใจเด่นชัดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลีลาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะก้าวขาลงมาเคียงข้างเขา กลิ่นอายความชื้นของแม่น้ำและกลิ่นอายดินปะทะเข้ากับจมูก
พวกเขาเดินขึ้นบันไดไม้เก่าแก่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักตัว บรรยากาศภายในโกดังชั้นสองกว้างขวาง เต็มไปด้วยลังไม้และเอกสารเก่าๆ ที่ถูกกองสุมไว้ แต่ตรงกลางห้องกลับมีโต๊ะทำงานตัวหนึ่งตั้งอยู่ พร้อมด้วยจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบและเอกสารกองโตที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
คณินเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานนั้น เขาเปิดลิ้นชักหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ออกมาเล่มหนึ่ง แล้วยื่นมันให้กับลีลานา
"เปิดดูสิครับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปราศจากแววตาเจ้าเล่ห์เช่นทุกครั้ง
ลีลารับแฟ้มนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอนิ้วเรียวเปิดหน้าแรกออกอ่าน สายตากวาดมองตัวอักษรและภาพถ่ายหลักฐานที่ซ่อนอยู่ภายใน ดวงตาของทนายความสาวเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ
ภาพถ่ายในแฟ้มนั้น... คือหลักฐานชิ้นสำคัญของคดีฆาตกรต่อเนื่องเมื่อห้าปีก่อน คดีที่ทำให้พี่ชายของเธอต้องตกเป็นแพะรับบาปและจบชีวิตลงในเรือนจำอย่างอยุติธรรม และเหนือสิ่งอื่นใด ลายเซ็นที่กำกับอยู่ท้ายเอกสารการสืบสวนลับนั้น... คือลายเซ็นของอัยการอาวุโสผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งเป็นอาจารย์และผู้มีพระคุณของคณินเอง
"นี่มัน..." ลีลาเงยหน้าขึ้นมองคณิน เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นภาษา ความรู้สึกโกรธแค้น ช็อก และเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาในอกพร้อมกัน
"ใช่ครับ..." คณินทอดถอนหายใจ ดวงตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น "อาจารย์ของผมเป็นคนบิดเบอนสำนวนคดีนั้น เพื่อปกป้องตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลเหนือกระบวนการยุติธรรม และผม... ในตอนนั้นที่เป็นเพียงอัยการฝึกหัดผู้ไร้เดียงสา ก็เป็นคนเซ็นอนุมัติคำฟ้องโดยไม่รู้ตัว"
เขาเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปใกล้ลีลานาอีกนิด น้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
"นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงยอมเป็นคนสีเทา ยอมทำทุกวิถีทางแม้จะต้องเหยียบย่ำกฎหมาย เพื่อลากคอพวกมันมารับโทษ... และเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่คุณและครอบครัวสมควรได้รับมาตลอดห้าปี"
ลีลานายืนนิ่งค้าง น้ำตาคลอเบ้าอย่างสะกดกลั้นไม่อยู่ ความเกลียดชังและการเคลือบแคลงสงสัยที่เคยมีต่อชายหนุ่มมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา และพบว่าภายใต้ความเย็นชาและท่าทีที่ดูเจ้าเล่ห์ คณินแบกรับความรู้สึกผิดนี้ไว้คนเดียวมาเนิ่นนานเพียงใด
มือเรียวของลีลาสั่นระริกขณะที่เธอกำแฟ้มเอกสารในมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้เกราะป้องกันของทนายความสาวผู้เย่อหยิ่ง กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ
แต่ก่อนที่ริมฝีปากของลีลานาจะทันได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมาเพื่อตอบรับความจริงอันโหดร้ายนี้...
*แกร็ก!*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืดของโกสดangชั้นล่าง ตามด้วยเสียงขึ้นลำกล้องปืนพกที่ดังก้องกังวานผ่านความเงียบงันขึ้นมาถึงชั้นสองอย่างชัดเจน!
คณินเปลี่ยนสีหน้าทันที ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวลีลานาแล้วดึงเธอให้หลบหลังเสาไม้หนาทึบในเสี้ยววินาที
"หมอบลง!" คณินกระซิบเสียงต่ำแนบใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้ม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งนักล่าที่รู้ตัวว่ากำลังถูกต้อนเข้ามุม
แสงไฟฉายสว่างวาบขึ้นที่บันไดทางขึ้น พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวขึ้นมาพร้อมอาวุธครบมือ... และเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังลอดมาจากความมืดเบื้องล่าง
"เก่งมาก... อัยการคณิน ที่ตามหาความจนเจอ แต่น่าเสียดายนะ ที่คุณไม่มีวันได้เดินออกจากที่นี่พร้อมกับความจริงนั้น..."
- พยานปากเอก -
กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 16
ความจริงครึ่งใบ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!