แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะไม้สักทองในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานทนายความ เสียงนั้นแห้งแล้งและหนักหน่วงราวกับค้อนของผู้พิพากษาที่เคาะตัดสินประหารชีวิต ลีลานายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธระลอกใหญ่ที่กำลังปะทุขึ้นจากก้นบึ้งของจิตใจ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่หลบ
"คุณช่วยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดีเมื่อช่วงเช้าให้ผม... อ้อ, ให้ฉันฟังหน่อยสิครับ คุณคณิน"
ลีลานาเน้นเสียงหนักทุกพยางค์ ความโกรธทำให้เธอเกือบหลุดสรรพนามส่วนตัวที่เคยใช้เรียกขานกันในยามปกติ คณินยังคงรักษาท่าทีสุขุมเยือกเย็น เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนที่วางแขนเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเพลงคลาสสิกในยามบ่าย
"คุณหมายถึงเรื่องที่พยานปากเอกของฝ่ายจำเลยกลับคำให้การกลางศาลอย่างกะทันหันน่ะหรือครับ ลี... หรือว่าคุณกำลังหมายถึงสีหน้าตกใจจนเสียอาการของคุณเองตอนที่ผู้พิพากษาเคาะค้อนรับรองสำนวนใหม่นั้นกันแน่" คณินย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน
รอยยิ้มมุมปากของอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่ายช่างบาดลึกเสียจนลีลานารู้สึกราวกับถูกใบมีดโกนกรีดลงบนผิวหนัง ท과의ิ่งเขายิ้ม เธอก็ยิ่งตระหนักว่าช่องว่างระหว่างอุดมการณ์ของเธอกับความมืดมนในโลกสีเทาของเขากำลังขยายตัวกว้างขึ้นจนแทบมองไม่เห็นฝั่ง
"อย่ามาทำเป็นไขkะแดงหน่อยเลยคิน!" ลีลานาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ห้องทำงานที่เคยเงียบสงบพลันตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น "คุณก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าพยานคนนั้นไม่มีทางเปลี่ยนคำให้การได้เองตามอำเภอใจ ทางเดียวที่จะทำให้คนๆ นั้นยอมกลืนน้ำลายตัวเองต่อหน้าบัลลังก์ศาลได้ คือการมีใครบางคนที่มีอิทธิพลมากพอ... หรือมีข้อเสนอที่ห้ามปฏิเสธมากพออยู่เบื้องหลัง"
คณินถอนหายใจเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเยصیเนี๊ยบก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นอายความเยือกเย็นเฉพาะตัวโชยปะทะนาสิก ลีลานาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขา ปะทะสายตากับนัยน์ตาสสีเข้มที่ยากจะอ่านความหมาย
"คุณกำลังกล่าวหาว่าผมใช้วิสกี้แลกกับคำโกหกในศาลอย่างนั้นหรือครับ ลีลานา" คณินก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างใบหน้า เสียงของเขาต่ำทุบและใกล้ชิดจนน่าขนลุก "ระวังคำพูดของคุณให้ดี ทนายความสาวผู้ทรงเกียรติ การกล่าวหาอัยการรัฐโดยปราศจากหลักฐานที่เป็นรูปธรรม มันอาจทำให้คุณกลายเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทเสียเองนะ"
"หลักฐานเหรอ?" ลีลานากัดฟันกรอด หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความอัดอั้นตันใจ ภาพความทรงจำในอดีต วันที่พ่อของเธอต้องตายเพราะสำนวนคดีที่ถูกบิดเบือนโดยระบบยุติธรรมที่เน่าเฟะผุดขึ้นมาซ้ำเติม "คุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าคืนก่อนการไต่สวน คุณอยู่ที่ไหนและไปพบใครมา บิลค่าอาหารของโรงแรมหรูริมแม่น้ำในคืนนั้น ระชื่อของคุณลงทะเบียนไว้ชัดเจน... คิน! คุณแลกเปลี่ยนอะไรกับพยานปากเอกคนนั้น ถึงทำให้ความจริงมันบิดเบี้ยวไปได้ขนาดนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาที่เฉียบคมราวกับดาบสองคมหยุดชะงักลงเมื่อคณินหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา ซึ่งนั่นทำให้ลีลานายิ่งรู้สึกเดือดดาลยิ่งกว่าการถูกตะคอกใส่เสียอีก
"คุณมองโลกในแง่ดีเกินไป ลี..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับเต็มไปด้วยน้ำหนักทางจิตวิทยาที่กดทับหัวใจคนฟัง "คุณคิดว่าความยุติธรรมตามตัวบทกฎหมายที่คุณบูชานักหนาน่ะ มันสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องจริงๆ หรือครับ? คุณคิดว่าความจริงครึ่งๆ กลางๆ ที่คุณพยายามปกป้อง มันจะช่วยเยียวยาเหยื่อในคดีนี้ได้จริงๆ หรือถ้าหากว่า... ความจริงที่คุณตามหามันกำลังจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้บริสุทธิ์สร้างมาล่ะ?"
"อย่าเอาตรรกะบิดเบี้ยวของคุณมาอ้างเพื่อความชอบธรรมในการทำลายความยุติธรรมนะ!" ลีลานาตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าตาแต่เธอไม่ยอมปล่อยให้มันไหลลงมา "สำหรับคุณ กฎหมายเป็นแค่เครื่องมือ เป็นแค่กระดานหมากรุกที่คุณจะเดินยังไงก็ได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่สำหรับฉัน... มันคือคำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับหลุมศพของครอบครัวตัวเอง!"
คำพูดประโยคสุดท้ายของเธอทำให้คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่กำแพงความเยือกเย็นจะถูกสร้างขึ้นมาปิดกั้นไว้อีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวทั้งสองคนเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่รุนแรง ความผูกพันลึกซึ้งที่เคยมีให้กันถูกแผดเผาจนเกรียมด้วยไฟแห่งอุดมการณ์ที่สวนทาง
"ถ้าคุณคิดว่าผมเลวทรามขนาดนั้น..." คณินโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบ "ทำไมคุณถึงยังเก็บรูปถ่ายของเราในลิ้นชักโต๊ะทำงานล่ะครับ ลีลานา"
ร่างของลีลานาแข็งค้างไปชั่วขณะ เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที เธอมองหน้าเขาด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอเก็บอะไรไว้ที่ไหน?
ก่อนที่ลีลานาจะทันได้เอ่ยปากตอกกลับอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด คณินถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะห่างตามเดิม เขายังคงรอยยิ้มบางเบาไว้บนใบหน้า ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
ลีลานากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอละสายตาจากอัยการหนุ่มแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสาย หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่ได้บันทึกไว้ แต่เสียงปลายสายที่ดังลอดเข้ามาทำให้เลือดในกายของเธอแทบจะหยุดไหล
*"คุณลีลานาใช่ไหมครับ? ผมโทรมาจากแผนกนิติเวช... พอดีเราเพิ่งได้รับร่างของพยานปากเอกที่คุณกำลังตามหาเมื่อสักครู่นี้... เขาเสียชีวิตด้วยยาพิษในห้องพัก ก่อนที่จะได้ขึ้นให้การรอบสองครับ"*
โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนคว้าง ลีลานาทำโทรศัพท์มือถือหลุดมือร่วงลงกระแทกพื้นพรมเสียงดังสนั่น ศีรษะของเธอชาดิก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอนิ่งอึ้งแล้วค่อยๆ หันกลับไปมองหน้าคณินที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม
รอยยิ้มบนใบหน้าของคณินหายIประมวลผลไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาสีเข้มที่จ้องมองเธอนิ่งสนิท ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าโทรศัพท์สายนี้จะโทรมาเรื่องอะไร... และใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังความตายนี้อย่างแท้จริง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลวงนี้ไปกับผมนะครับ - พยานปากเอก
กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 15
รอยร้าวแห่งความไว้ใจ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!