กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 12

คำเตือนจากเงา

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นกระดาษสาเนื้อหยาบที่เพิ่งถูกกรีดเปิดออกด้วยใบมีดคัตเตอร์คมกริบไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงการทักทาย แต่มันส่งกลิ่นอายอับชื้นของความตายโชยเข้าจมูก ลีลานาวางซองจดหมายสีชาลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าลายนิ้วมือหรือเศษฝุ่นละอองบนกระดาษแผ่นนั้นจะสั่นคลอนความมั่นคงในจิตใจที่เธอเพิ่งใช้เวลาค่อนคืนรวบรวมขึ้นมาใหม่ บนแผ่นกระดาษราคาถูกมีตัวอักษรที่ถูกตัดแปะมาจากหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยกาวลาเท็กซ์ สะกดเป็นประโยคสั้นๆ ที่บาดลึกเข้าไปในโ소ตประสาท *‘เกมนี้ไม่ใช่เรื่องของกฎหมาย... เลิกขุดคุ้ยเรื่องของพวกเขา มิฉะนั้น คนใกล้ตัวคุณจะไม่ได้เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้’* ทนายความสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปล่อยให้ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับโพรงจมูกเพื่อเรียกสติ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือพลาสติกบางเฉียบเขี่ยขอบกระดาษดูอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยตัดของตัวอักษรเหล่านี้มีความแม่นยำและไร้ร่องรอยความเร่งรีบ บ่งบอกถึงความเยือกเย็นของผู้ส่ง มันคือจิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจคุกคามโดยไม่ทิ้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นใดไว้ให้ตำรวจตามแกะรอย เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสองครั้งดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออก คณินก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอด้วยท่าทีสุขุมราวกับเจ้าของพื้นที่ ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับและเนคไทผูกปมเนียบกริบกวาดสายตาคมกริบกวาดมองสภาพห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ซองจดหมายบนโต๊ะ "ดูเหมือนว่าคดีนี้จะเริ่มมี... แขกไม่速เชิญมาเคาะประตูบ้านเร็วกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีกนะครับ, คุณลี" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดาความหมาย มันเป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเย้ยหยันและความห่วงใยในสัดส่วนที่พอเหมาะ จนน่าโมโหสำหรับทนายความที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมอย่างเธอ ลีลานาเงยหน้าขึ้น สบตากับอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่ายผ่านแว่นตาไร้กรอบ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยประกายไฟแห่งความท้าทายที่ถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ง "คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร, คุณคณิน? หรือว่า... จดหมายฉบับนี้มันถูกส่งผ่านโต๊ะทำงานของคุณมาก่อนจะมาถึงมือฉัน" คณินก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกสองก้าว มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสลักอย่างเป็นธรรมชาติ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก "ระวังคำพูดหน่อยนะครับ ทนายลี" คณินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "การกล่าวหาอัยการรัฐว่ามีส่วนรู้เห็นกับจดหมายขู่ฆ่า ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท... แม้ว่าเราจะยืนอยู่กันตามลำพังในห้องนี้ก็ตามที" "แต่คุณก็ไม่ได้แปลกใจเลยสักนิดที่เห็นมัน" ลีลานาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอคมกริบไม่แพ้ใบมีด "คนระดับคุณ ถ้าไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือไม่ก็เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเงาสีดำเหล่านี้ คุณคงไม่มาปรากฏตัวที่สำนักงานทนายความของฉันตอนตีสองครึ่งอย่างไร้สาเหตุแบบนี้หรอกใช่ไหมคะ?" ห้องทำงานเงียบกริบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่ของมันต่อไป คณินไม่ตอบในทันที เขาใช้ดวงตาสีนิลคู่นั้นพิจารณาร่างเพรียวระหงของเธอตั้งแต่ปลายผมจรดปลายนิ้ว ราวกับกำลังประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตุ๊กตาแก้วราคาแพงที่ดันทะลึ่งลุกขึ้นมาเดินได้ "คุณกำลังเล่นกับไฟ, ลีลานา" คณินเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ปราศจากร่องรอยของความขี้เล่นเมื่อครู่ "และไฟกองนี้ไม่ได้ถูกจุดขึ้นโดยนักการเมืองท้องถิ่นกระจอกๆ หรือพวกมาเฟียรับจ้าง มันคือโครงสร้างอำนาจที่ลึกซึ้งและเก่าแก่กว่าที่คุณจะจินตนาการออก การที่คุณดึงดันจะรื้อฟื้นสำนวนคดีอุบัติเหตุของน้องสาวคุณเมื่อห้าปีก่อนขึ้นมาใหม่ ไม่ได้ทำให้คุณดูเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมผู้กล้าหาญหรอกนะครับ แต่มันกำลังทำให้คุณดูเป็นคนโง่ที่เอาชีวิตของคนรอบข้างไปแขวนไว้บนเส้นด้าย" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกใจดำของลีลานาอย่างจัง ภาพความทรงจำในคืนวันมืดมนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักผุดวาบขึ้นมาในหัวใจ ร่างกายของเธอชาหนาชั่วขณะ แต่ทิฐิและความเจ็บปวดในอดีตก็ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังไม่ให้เธอยอมจำนนต่อคำขู่เหล่านั้น "ถ้าฉันหยุด... แล้วความยุติธรรมจะไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ, คุณอัยการ?" ลีลานาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปประจันหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาทั้งสองคู่ห่างกันเพียงคืบ ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบจะจุดประกายไฟได้ "คุณเอาแต่พูดถึงช่องโหว่ทางกฎหมาย คุณเอาแต่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สะอาดสะอ้านโดยไม่ต้องมือเปื้อนเลือด แต่คุณรู้ดีแก่ใจว่าความจริงถูกบิดเบือนอย่างไรในห้องพิจารณาคดี... คนอย่างคุณ เลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งเพราะมันปลอดภัยกว่าใช่ไหมล่ะคะ" คณินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แววตาไหววับชั่วเสี้ยววินาทีราวกับถูกสะเก็ดไฟจากคำพูดของเธอดีดเข้าใส่ แต่รอยยิ้มเย็นชาก็กลับมาประดับบนมุมปากของเขาอย่างรวดเร็ว "ความยุติธรรมไม่ใช่ของสวยงามที่ถูกแจกจ่ายให้คนอ่อนแอหรอกนะครับ, ทนายลี" คณินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงของเขาต่ำพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "ความยุติธรรมคือสินค้าที่มีราคาแพงที่สุดในโลก และคนที่จ่ายไม่ไหว... ก็มักจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตเสมอ" จังหวะนั้นเอง เสียงกริ่งเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยที่หน้าสำนักงานก็ดังลั่นขึ้น *กริ๊งงงง!* ตามด้วยเสียงกระจกด้านหน้าแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนเข้ามาตกกระทบพื้นพรมราคาแพงในห้องทำงาน คณินไม่รอช้า สัญชาตญาณดิบของชายผู้ผ่านสมรภูมิคดีอาชญากรรมมาโชกโชนทำงานทันที มือหนาคว้าข้อมือของลีลานากระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้าง แรงปะทะนั้นทำให้เอกสารบนโต๊ะปลิวว่อนกระจายกลางอากาศ "หมอบลง!" คณินคำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับดึงร่างของเธอกดลงหลบหลังโต๊ะทำงานไม้สักทองหนาแน่นทันที *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสามนัดซ้อน ทะลุกระจกฝ้าเข้ามาฝังลงในผนังห้องทำงานด้านหลังตำแหน่งที่ลีลานายืนอยู่เมื่อครู่เศษปูนสีขาวร่วงกราวลงมาคลุมไหล่ของทั้งคู่ กลิ่นดินปืนจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของคณินอย่างน่าอึดอัด หัวใจของลีลานาเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินทีละน้อย แต่ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งและอบอุ่นอย่างน่าประหลาดของชายหนุ่มผู้นี้ เธอกลับสัมผัสได้ถึงความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาดใจ คณินใช้ร่างของเขาปกป้องเธอไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบมองลอดผ่านขอบโต๊ะไปยังเงาร่างของใครบางคนที่เคลื่อนไหวอยู่หลังประตูกระจกที่แตกละเอียด ท่ามกลางความโกลาหลและกลิ่นคาวของดินปืน คณินค่อยๆ เลื่อนมือลงไปหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของมือปืนที่วิ่งผ่านหน้าต่างเข้ามา หรือบางที... มันอาจจะเป็นของที่ถูกทิ้งไว้เพื่อส่งสารถึงพวกเขาโดยเฉพาะ มือหนาหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ติดอยู่กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ขึ้นมาท่ามกลางความมืดมัวของห้องที่ไฟฉุกเฉินเพิ่งกะพริบติดขึ้นมา คณินก้มลงอ่านข้อความบนกระดาษนั้นแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาเพียงครั้งเดียวที่ลีลานาเคยเห็นจากอัยการผู้ไร้พ่ายผู้นี้ ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา "คุณคิน... มันคืออะไร?" ลีลานากระซิบถาม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเด็ดเดี่ยว คณินไม่ตอบในทันที เขายื่นแฟลชไดรฟ์เครื่องนั้นให้เธอกำไว้ในมือแน่น แรงบีบจากฝ่ามือของเขาที่ทับมือเธอไว้อีกชั้นชuบส่งผ่านความเย็นยะเยือกบางอย่างมาให้ "ดูเหมือนว่า... สิ่งที่เรากำลังตามหาไม่ได้ฝังอยู่ใต้ดินลึกหรอกนะครับ, ทนายลี" คณินกระซิบชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอท่ามกลางเสียงไซเรนรถตำรวจที่เริ่มดังแว่วมาจากที่ไกลๆ "แต่มันอยู่ในชื่อของบุคคลที่คุณไว้ใจที่สุดในสำนักงานนี้ต่างหากล่ะครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลวงนี้ไปกับผมนะครับ - พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%