“ท่านประธานครับ ข้าพเจ้าขอคัดค้านคำถามของทนายจำเลย ประเด็นดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิด และเป็นการพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากพยานหลักฐานที่อยู่ตรงหน้า”
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานของคณินดังขึ้นกลางห้องพิจารณาคดีที่อบอวลไปด้วยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศและกลิ่นอายของความกดดัน ลีลานาไม่ได้สะทกสะท้าน เธอเพียงแค่ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่ทว่าซ่อนคมมีดเอาไว้ให้แก่คู่ต่อสู้ทางคดีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ท่านอัยการคณินครับ” ลีลานาหันไปหาผู้พิพากษาด้วยท่าทีนอบน้อม “หากความจริงที่ข้าพเจ้ากำลังจะพิสูจน์ คือจุดที่ทำให้พยานปากเอกของท่านเปลี่ยนคำให้การจากหน้ามือเป็นหลังมือ ข้าพเจ้าเกรงว่านั่นคงไม่ใช่การเบี่ยงเบนความสนใจ แต่เป็นการ 'ฉีกหน้ากาก' ของสิ่งที่ท่านเรียกว่าความจริงต่างหากครับ”
บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีเงียบกริบ เสียงลมหายใจของคนในห้องดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นในทันที คณินประสานสายตากับลีลานา ผ่านความเงียบนั้น มันไม่ใช่ความโกรธเกลียด แต่มันคือการปะทะกันของอุดมการณ์ที่ต่างขั้วแต่ทรงพลังพอๆ กัน เขาเห็นประกายไฟในดวงตาของเธอ และเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เธอเดินหมากตานี้ต่อไป เกมที่เขาเตรียมมาอาจจะพังไม่เป็นท่า
“เชิญทนายจำเลยดำเนินกระบวนพิจารณาต่อได้ครับ” เสียงผู้พิพากษาอนุญาตสั้นๆ
คณินเลื่อนแฟ้มเอกสารในมือเบาๆ เขาไม่ได้หันไปมองพยานบนบัลลังก์ แต่เขากำลังอ่านเกมของลีลานาออก เขาถอนหายใจออกมาเพียงแผ่วเบาก่อนจะก้มลงกระซิบกับเธอผ่านไมโครโฟนที่ปิดอยู่ “คุณกำลังเล่นกับไฟ ลี... ถ้าคุณงัดหลักฐานชิ้นนั้นออกมา ทั้งคุณและผมจะไม่มีทางถอยกลับได้อีก”
ลีลานาหันมาสบตาเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวแต่ทว่ามีความสั่นไหวลึกๆ “ถ้าเราไม่ยอมไหม้ไปกับกองไฟนี้ เราก็ไม่มีวันเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเถ้าถ่านหรอกครับ คิน”
ทั้งสองประสานรอยร้าวในอดีตลงชั่วขณะ พวกเขาเริ่มทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ลีลานาเปิดช่องโหว่ด้วยคำถามปลายเปิดที่ดูเหมือนไร้พิษสง เพื่อล่อให้พยานฝ่ายโจทก์เผยความลับที่ถูกเก็บงำไว้ใต้จิตสำนึก ส่วนคณินทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้คุมกฎที่คอย 'ขยี้' จังหวะของพยานให้ลนลานจนหลุดปากพูดสิ่งที่ควรจะเงียบไว้
“พยานครับ...” ลีลานาเดินวนรอบพยาน “ในรายงานบันทึกการจับกุมระบุว่าคุณอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่เวลาสองทุ่ม แต่ทำไมกล้องวงจรปิดในซอยถัดไปถึงจับภาพรถของคุณได้ในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลังที่ห่างออกไปกว่ายี่สิบกิโลเมตร?”
“ผม... ผมอาจจะจำผิด” พยานเริ่มเหงื่อซึมที่ขมับ
คณินไม่รอช้า เขาดีดตัวขึ้นทันที “ท่านครับ พยานเริ่มให้การสับสน ข้าพเจ้าขออนุญาตส่งมอบเอกสารบันทึกการใช้เส้นทางจากระบบ GPS ของรถคันดังกล่าว ซึ่งทนายจำเลยได้รวบรวมมาไว้ให้พิจารณาประกอบกัน เพื่อพิสูจน์ว่าคำให้การก่อนหน้านี้เป็นความเท็จโดยเจตนา!”
การผนึกกำลังที่เหนือความคาดหมายทำให้ฝ่ายทนายโจทก์คนอื่นในห้องถึงกับหน้าถอดสี ทั้งคู่เดินเกมรุกรับอย่างเป็นจังหวะเหมือนนักเต้นรำที่อ่านใจกันได้ทุกก้าว ลีลานาทำหน้าที่เป็นหอกทะลวง ส่วนคณินทำหน้าที่เป็นโล่และค้อนที่ตอกย้ำความผิดปกติของข้อมูลจนคู่ต่อสู้มุมอับแทบไม่มีที่ยืน
ทว่า... เมื่อถึงช่วงพักเบรกคดี คณินเดินมาหยุดยืนที่ข้างหน้าต่างบานสูงของห้องโถง ลีลานาเดินตามมาห่างๆ
“คุณรู้ใช่ไหมว่าทำไมพวกเขาถึงโกหกในคดีนี้” คณินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง
“เพราะคนบงการอยู่สูงเกินกว่าที่กระบวนการยุติธรรมธรรมดาจะเอื้อมถึง” ลีลานาตอบ “แต่ถ้าเราลากมันลงมาให้เห็นแสงแดดได้ สัญญาที่พวกเขาสร้างขึ้นก็จะพังลงเอง”
“ผมกลัวว่าแสงแดดที่คุณต้องการ จะแผดเผาทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่ความยุติธรรมที่คุณยึดถือ” คณินหันกลับมา แววตาของเขาลุ่มลึกดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทร
“บางครั้งการสร้างระบบใหม่ ก็ต้องยอมทำลายรากฐานเดิมครับ” ลีลานาตอบ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบางอย่างในมือถือของคณิน เป็นข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมา
คณินมองหน้าจอด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป ความเยือกเย็นที่เคยมีดูเหมือนจะร้าวรานในเสี้ยววินาที เขารีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าสูทแล้วหันมามองเธอ “ลี... ผมเพิ่งได้รับรายงานที่คาดไม่ถึงเกี่ยวกับหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เราเพิ่งยึดมาได้”
ลีลานาขมวดคิ้ว “มันมีปัญหาอะไรหรือครับ?”
คณินโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนลุกชัน “หลักฐานชิ้นนั้น... ไม่ใช่ของจริง แต่มันคือคำเชื้อเชิญที่พวกมันตั้งใจวางไว้ให้เราตั้งแต่แรก”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลังห้องพิจารณาคดี ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ศาลหรือทนายฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นบุรุษในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบเดิมที่ควรจะอยู่ในห้องเก็บหลักฐานที่แน่นหนาที่สุดของศาล... ชายคนนั้นยกยิ้มมุมปากก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้องพิจารณาคดีที่ว่างเปล่า แล้วหันหลังเดินหายไปในความมืดโดยทิ้งเพียงเสียงทิ้งท้ายที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง
“พวกคุณกำลังพยายามค้นหาความจริง... ในขณะที่ความตายกำลังจ้องมองคุณอยู่จากเงาที่มองไม่เห็นครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลวงนี้ไปกับผมนะครับ - พยานปากเอก
กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 11
ภาพลวงตาในห้องพิจารณา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!