กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 13

กับดักความรู้สึก

ผลงานโดย พยานปากเอก
คราบเลือดบนแฟ้มสำนวนคดีเมื่อห้าปีก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ราวกับรอยเปื้อนบนกระดาษสีขาวที่ไม่มีวันลบเลือน ปลายนิ้วเรียวของลีลานากดลงบนสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากโคม ตั้งโต๊ะสาดส่องลงมาสะท้อนแว่นสายตาไร้กรอบของเธอ ยามที่เธอกำลังกวาดสายตาอ่านบันทึกคำให้การของพยานปากเอกที่พลิกผันรูปคดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ห้องทำงานส่วนตัวของเธอในยามวิกาลเงียบงันจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินวนแข่งกับเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ทางกฎหมายตลอดสัปดาห์เริ่มกัดกินเรี่ยวแรง ทว่าความมุ่งมั่นที่ถูกหล่อหลอมด้วยอดีตอันเจ็บปวดกลับไม่ยอมให้เปลวไฟแห่งความยุติธรรมในใจมอดดับลง "คุณยังไม่กลับอีกหรือครับ ลีลานา" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากความมืดตรงกรอบประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้ คณินก้าวเข้ามาในห้องโดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง ฝ่ายนั้นอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มที่คลายเนกไทออกเล็กน้อย สะท้อนภาพลักษณ์ของอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่ายผู้ไม่เคยปล่อยให้เวลาใดเสียเปล่า ในมือของเขาถือแก้วกาแฟกระดาษสองแก้ว ไอร้อนยังคงพวยพุ่งขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ลีลานาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาคมกริบฉายแววระแวดระวังโดยอัตโนมัติ ราวกับสัญชาตญาณของนักล่าที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับตัวฉกาจ "หน้าที่ของทนายความไม่ได้จบลงแค่เวลาเลิกงานหรอกนะครับ ท่านอัยการคณิน" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคม "โดยเฉพาะเมื่อคดีที่คุณพยายามปิดมันให้เร็วที่สุด มีรอยโหว่ขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้แม้หลับตา" คณินแย้มรอยยิ้มบางที่มุมปาก รอยยิ้มที่อ่านยากและมักจะซ่อนหมากตาดำเอาไว้เสมอ เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น วางแก้วกาแฟกระดาษลงบนมุมโต๊ะที่ว่างเปล่าอย่างเบามือ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดำพุ่งแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของลีลานากลับไม่ใช่เครื่องดื่ม แต่เป็นแววตาคู่คมที่ทอดมองมาที่เธอ... แววตาที่ไร้ซึ่งรังสีการประจันหน้าอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา "บางครั้ง... การมองเห็นรอยโหว่ไม่ได้แปลว่าเราควรดึงมันให้ขาดออกจากกันนะครับ ลี" คณินเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นทุ้มลึกและเจือด้วยความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิด "ถ้าดึงแรงเกินไป ผืนผ้าใบทั้งหมดอาจจะขาดวิ่น และคนที่อยู่เบื้องหลังรอยต่อนั้น... อาจจะไม่ใช่คนที่คุณคิดอยากจะทำลาย" ลีลานาหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณา หัวใจของเธอกระตุกวูบเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาคือมรกตที่ขัดเกลากับเพชร เป็นคู่ปรับที่อยู่คนละฝั่งของห้องพิจารณาคดี ไม่มีทางที่อัยการมือหนึ่งอย่างคณินจะมาปรากฏตัวยามดึกดื่นเพื่อเตือนเธอด้วยความหวังดี... หรือนี่คือเกมจิตวิทยาอีกรูปแบบหนึ่งของเขา "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คณิน" เธอถามเสียงเย็น พยายามตั้งกำแพงในใจให้สูงขึ้น "สร้างภาพเป็นห่วงเป็นใย เพื่อให้ฉันตายใจแล้วถอนตัวจากคดีนี้อย่างนั้นหรือครับ" คณินไม่ได้ตอบในทันที เขาทอดสายงามมองใบหน้าที่ฉายแววเหนื่อยล้าและดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารที่เธอกำลังอ่านอยู่พลิกปิดลงเบื้องหน้าอย่างนุ่มนวล การกระทำนั้นรวดเร็วและอุกอาจจนลีลานาชะงักไป เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะต่อว่า แต่ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อสบเข้ากับประกายในแววตาของเขาที่จริงจังจนน่าใจหาย "ถ้าผมอยากให้คุณถอนตัว ผมคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อส่งกาแฟอุ่นๆ ให้คุณในยามที่คาเฟอีนในเลือดของคุณน่าจะหมดลงแล้วหรอกครับ" คณินถอนหายใจยาว แววตาสั่นไหววูบหนึ่งราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดผ่าน "คุณหักโหมเกินไป ลี... คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่มันกำลังดึงคุณลงไปในหลุมพรางที่คุณไม่มีทางปีนขึ้นมาได้คนเดียว" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง บทสนทนาที่เคยเชือดเฉือนด้วยคมมีดทางกฎหมายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ลีลานานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วกระหน่ำจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความห่วงใยที่แฝงมาภายใต้ท่าทีสุขุมเยือกเย็นนั้นช่างทรงพลังและเปราะบางในเวลาเดียวกัน มันสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีในการยืนหยัดต่อสู้ตามลำพอง ทำไม... อัยการผู้ไร้พ่ายคนนี้ ถึงต้องแสดงความอ่อนโยนให้เธอเห็นในเวลาที่เธออ่อนแอที่สุดด้วย ลีลานาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหวในดวงตา ปลายนิ้วที่กำปากกาเริ่มคลายออก เธอกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอ พยายามดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริง "ฉันดูแลตัวเองได้... และฉันไม่ต้องการความเวทนาจากอัยการคู่กรณีครับ" น้ำเสียงของเธอแม้จะพยายามทำให้แข็งกร้าว แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้สาเหตุ คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและอบอุ่นอย่างประหลาด เขายกมือขึ้นแตะขอบแก้วกาแฟที่วางไว้ ก่อนจะเลื่อนมันเข้ามาใกล้เธอบนโต๊ะอีกนิด "ไม่ใช่ความเวทนาหรอกครับ ลีลานา..." คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ จากตัวเขา "แต่มันคือความห่วงใย... จากคนที่เข้าใจดีว่า การแบกรับความยุติธรรมไว้บนบ่าลำพองมันหนักหนาสสาหัสแค่ไหน" คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งในใจของลีลานาจนพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ ถูกดึงขึ้นมาปะทะกับสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของชายหนุ่ม มันเป็นความรู้สึกอันตราย... อันตรายยิ่งกว่าหลักฐานชิ้นใดในสำนวนคดี ก่อนที่ลีลานาจะได้เอื้อนเอยคำใดเพื่อปฏิเสธหรือปกป้องหัวใจที่กำลังสั่นคลอนของตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นกะทันหันจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งอย่างเร่งร้อน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต เงาร่างของชายสวมหมวกแก๊ปสีดำก้มหน้าต่ำพุ่งเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงหอบหายใจรุนแรง ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ที่เปื้อนคราบหยดน้ำบางอย่างคล้ายเลือดสดๆ "ท่านอัยการ... ทนายลี..." เสียงของชายคนนั้นแหบพร่าและสั่นเทา "ผมเจอสิ่งนี้... ซ่อนอยู่หลังล็อกเกอร์หลักฐานของศาล... มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพลิกเกมคดีฆาตกรรมเมื่อคืนนี้ทั้งหมดครับ!" คณินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที แววตาสุขุมเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดในเสี้ยววินาที ส่วนลีลานาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณทนายความตื่นตัวเต็มพิกัด ทว่าเมื่อชายปริศนาคนนั้นเงยหน้าขึ้นและดึงปีกหมวกแก๊ปขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน ลมหายใจของทั้งคู่ก็ต้องสะดุดกักค้างในลำคอ ใบหน้านั้น... คือพยานปากเอกที่รายงานว่าเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามวันก่อน! --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลวงนี้ไปกับผมนะครับ - พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%