บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 39

เต้นรำกับความทรงจำ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณยังกอดเศษซากของความทรงจำเอาไว้แน่นขนาดนั้น มือของคุณจะไม่มีวันหยิบจับสิ่งใหม่ๆ ได้เลยนะตะวัน" เสียงของลูคัสดังแทรกผ่านเสียงดนตรีแจ๊สที่ฟุ้งกระจายอยู่ในบาร์ใต้ดินย่านมงต์มาตร์ เรานั่งอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นไวน์แดงที่อบอวล ผมมองแก้วในมือที่พร่องไปเกินครึ่ง พยายามจดจ่อกับท่วงทำนองเปียโนที่เริ่มบรรเลงเพลง *'Autumn Leaves'* เพลงที่ใครหลายคนมักจะบอกว่ามันโรแมนติก แต่สำหรับผม... มันคือเสียงตะโกนของอดีตที่ผมพยายามหนีมาตลอดสามสิบวันของการเดินทาง "ผมไม่ได้กอดมันไว้ ลูคัส" ผมตอบพลางแค่นยิ้ม "ผมแค่มัน... ยังสลัดไม่หลุดต่างหาก" ลูคัสหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้หันมามองผม แต่สายตาจดจ้องไปที่นักเปียโนชราบนเวที "การลืมไม่ใช่การทำลายหลักฐานนะเพื่อน แต่มันคือการยอมรับว่าหลักฐานเหล่านั้นไม่มีผลกับปัจจุบันอีกต่อไป ดูนักเปียโนคนนั้นสิ แกเล่นเพลงนี้มาเป็นพันครั้ง แต่ทุกครั้งที่แกเล่น แกไม่ได้มองหาใครในห้องนี้ แกแค่ส่งผ่านความรู้สึกให้จางหายไปกับอากาศ" ผมวางแก้วลง แรงกระแทกของแก้วกับโต๊ะไม้ทำให้เสียงดังจนคนข้างๆ หันมามอง ความอัดอั้นที่เก็บงำมาตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากออฟฟิศในกรุงเทพฯ พลันตีตื้นขึ้นมาจนจุกที่คอหอย ความรักที่จบลงโดยไม่มีคำบอกลา ทิ้งไว้เพียงคำถามว่า 'ฉันทำอะไรพลาดไป' มันกัดกินผมมานานเกินไป "มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก" ผมพึมพำ "งั้นก็ไม่ต้องทำให้มันง่าย" ลูคัสขยับตัวลุกขึ้นยืน เขากวักมือเรียกผม "ไปกับผม" เราเดินออกมาที่ฟลอร์เต้นรำเล็กๆ ผู้คนคู่หนึ่งกำลังหมุนตัวไปตามจังหวะเพลงที่เปลี่ยนเป็นจังหวะโซโล่ที่เร้าใจขึ้น ลูคัสผลักไหล่ผมเบาๆ ให้ก้าวเข้าไป "เต้นสิ ตะวัน ปล่อยให้ร่างกายมันตอบโต้กับเสียงเพลง มากกว่าจะเอาแต่คิดวนเวียนอยู่ในหัว" ผมก้าวไปกลางฟลอร์ หัวใจเต้นแรงราวกับกลองชุดที่กำลังรัวจังหวะ ผมหลับตาลง ภาพของ 'เธอ' ในชุดเดรสสีครีมวันนั้นที่ร้านอาหารเล็กๆ ผุดขึ้นมา รอยยิ้มที่ผมเคยคิดว่าเป็นโลกทั้งใบของผม แต่วันนี้... เมื่อผมลองหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นน้ำหอมของเธอกลับเจือจางลง แทนที่ด้วยกลิ่นของอากาศยามค่ำคืนในปารีส ผมเริ่มขยับตัว ไม่ใช่ท่าเต้นที่สวยงามหรือมีจังหวะจะโคน แต่มันคือการปลดปล่อย ผมสะบัดแขน ปล่อยให้ความเจ็บปวดที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัวออก ทุกครั้งที่เสียงเปียโนโน้ตตัวสูงดังขึ้น ผมจินตนาการว่านั่นคือความทรงจำที่ผมกำลังขว้างทิ้งไปทีละชิ้น ความอับอายที่ถูกทิ้ง ความสงสัยในคุณค่าของตัวเอง ทุกอย่างเริ่มถูกแทนที่ด้วยจังหวะที่ผมเป็นผู้ควบคุม ผมลืมตาขึ้น ลูคัสมองผมจากมุมหนึ่งของฟลอร์ เขายกแก้วขึ้นดื่มและพยักหน้าให้เบาๆ เหมือนจะบอกว่า *'นั่นแหละ... นายทำได้แล้ว'* ผมเต้น... เตะขา เหวี่ยงตัวไปตามจังหวะที่เร่งเร้าขึ้น ผมไม่ได้มองหาใคร ผมไม่ได้มองไปที่ประตูทางออก แต่ผมมองเห็นตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ข้างผนัง ชายที่เคยไหล่ห่อคอตกจากภาระงานและการรอคอย วันนี้เขากำลังเคลื่อนไหวอย่างอิสระ รอยยิ้มที่มุมปากเริ่มปรากฏขึ้น ไม่ใช่ยิ้มเพราะมีใครมาสั่ง แต่เป็นยิ้มเพราะผมเพิ่งค้นพบว่า 'ตัวเอง' ยังมีความหมายแม้ไม่มีเงาของใครคนเดิมอยู่เคียงข้าง เพลงเริ่มช้าลง นักเปียโนกดคอร์ดสุดท้ายด้วยความนุ่มนวล ผมยืนหอบหายใจอยู่กลางฟลอร์ เหงื่อซึมตามไรผม แต่ความรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเศร้าไม่ได้หายไปไหน แต่มันเปลี่ยนสถานะจาก 'โซ่ตรวน' กลายเป็น 'บทเรียน' ที่ผมสามารถแบกไว้ได้โดยไม่หนักบ่า ผมเดินกลับไปที่โต๊ะ เตรียมจะคว้าเสื้อโค้ทเพื่อเดินออกไปรับลมข้างนอก แต่แล้วสายตาผมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างบนเก้าอี้ที่ผมเพิ่งลุกออกมา กระเป๋าสตางค์ใบเก่าของผมถูกวางทิ้งไว้ และข้างๆ กันนั้น มีจดหมายซองสีขาวที่ผมจำลายมือที่คุ้นเคยนั้นได้ทันที... มันคือลายมือของเธอ ลูคัสหันมามองผม สีหน้าของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก แต่กลับดูนิ่งสนิทเหมือนเตรียมใจไว้แล้ว เขาขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนผมขนลุกชัน "ผมไม่ได้เป็นคนวางมันไว้ที่นี่นะตะวัน... แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในบาร์เมื่อห้านาทีที่แล้ว ตอนที่นายกำลังหลับตาเต้นอยู่... และเธอกำลังยืนจ้องนายอยู่ตรงมุมมืดด้านหลังนั่น" ผมชะงักค้าง ขนลุกวาบไปทั้งร่าง ค่อยๆ หันกลับไปมองตามนิ้วชี้ของลูคัส ในความมืดของมุมบาร์ที่เงียบเชียบ ร่างของหญิงสาวคนนั้นกำลังก้าวออกมาจากเงามืดจริงๆ... และใบหน้าของเธอ ไม่ใช่คนในความทรงจำที่ผมเพิ่งปล่อยวางไป แต่เป็นใบหน้าของคนที่ผมคิดว่า 'ตายไปแล้ว' เมื่อห้าปีก่อนในอุบัติเหตุครั้งนั้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความทรงจำไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%