"ถ้านายยังไม่ตอบคำถามนี้ให้ชัดเจน การล่องเรือครั้งนี้ก็เป็นแค่การพาเรือไปให้ถึงจุดหมายปลายทางที่นายเองก็ไม่รู้ว่าคือที่ไหน เหมือนกับชีวิตของนายในตอนนี้เลยนะ ตะวัน"
เสียงของลูคัสแทรกผ่านเสียงกระทบกันของไม้พายที่แตะผิวน้ำในคลองแคบๆ แห่งนี้ เรือไม้ลำเก่าที่พวกเราเช่ามาดูจะเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับน้ำหนักของคำถามที่เขาทิ้งใส่ผม มันเป็นคลองที่แคบเสียจนกิ่งไม้ริมฝั่งเกี่ยวผ่านเสื้อแจ็คเก็ตผมไปมาเหมือนกับจะฉุดรั้งให้ผมหยุดคิดถึงเรื่องที่ไม่อยากคิด
ผมวางไม้พายลง ปล่อยให้เรือไหลไปตามกระแสน้ำที่เชื่องช้า สายตามองไปที่เกลียวคลื่นจางๆ ที่เกิดจากหัวเรือ "บางทีการไม่รู้จุดหมาย มันก็อาจจะเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งก็ได้ไม่ใช่หรือไง ลูคัส? นายเองก็น่าจะเข้าใจดีที่สุดนี่"
ลูคัสหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้หันมามองผม แต่เขามองไปที่บ้านเรือนริมน้ำที่มีมอสขึ้นเกาะหนาเตอะ "การไม่มีเป้าหมายมันก็เหมือนการล่องเรือไร้หางเสือ ตะวัน นายหนีจากออฟฟิศที่กรุงเทพฯ นายหนีจากความสัมพันธ์ที่พังทลาย แต่ตอนนี้เราเดินทางมาถึงวันที่ 37 แล้วนะ นายไม่ได้หนีแล้ว แต่ถ้านายยังไม่เริ่มสร้างเข็มทิศใหม่ ตัวนายเองนั่นแหละที่จะจมน้ำตายในวันที่ทริปนี้จบลง"
คำพูดของเขามันจี้ถูกจุดจนผมรู้สึกเจ็บแปลบในอก ผมนึกถึงโต๊ะทำงานที่เคยนั่ง เสียงพิมพ์งานที่น่ารำคาญ และเงาของใครบางคนที่ยังคงตามหลอกหลอนในความทรงจำ แม้จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลแค่ไหน ความว่างเปล่าที่ติดตัวมาด้วยมันไม่เคยลดน้อยลงเลย
"นายคิดว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไรล่ะ?" ผมถามสวนขึ้นมา เสียงของผมสั่นเล็กน้อยจนต้องกระแอมกลบเกลื่อน
ลูคัสหยุดพายเรือบ้าง เรือลอยเคว้งอยู่กลางคลองที่เงียบสงัด จนได้ยินเสียงแมลงปอเกาะบนใบพัฟที่ลอยผ่านหน้าไป "สำหรับฉัน ชีวิตคือการสะสม 'รอยเท้า' นะ การไปในที่ที่อยากไป การกินของที่อยากกิน หรือแม้แต่การทิ้งความผิดหวังไว้ข้างหลังแล้วเดินต่อ แต่ดูนายสิ... นายเอาแต่นับวันว่าเมื่อไหร่จะครบ 100 วัน แทนที่จะนับว่าหัวใจของนายได้เรียนรู้อะไรไปแล้วบ้าง"
ผมก้มมองมือตัวเองที่หยาบกร้านขึ้นจากการเดินทาง พลางนึกถึงเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ก่อนลาออก—ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง หรือการยอมรับจากคนรอบข้าง สิ่งเหล่านั้นดูไร้ความหมายไปทันทีเมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่กว้างใหญ่เช่นนี้ แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันก็ยังย้อนกลับมาถามว่า 'แล้วหลังจากนี้ล่ะ? นายจะกลับไปเป็นฟันเฟืองของใครอีกล่ะ?'
"ผมแค่อยากมีชีวิตที่ไม่ต้องขอโทษใคร เพียงเพราะผมเลือกที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง" ผมเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริง "แม้ว่าตอนนี้ผมจะยังไม่รู้ว่าความฝันนั้นหน้าตาเป็นอย่างไรก็ตาม"
ลูคัสหันกลับมามองผม แววตาของเขาไม่ได้มีความเยาะเย้ย แต่มีความเห็นใจที่บริสุทธิ์ "ถ้าอย่างนั้น นายก็ต้องเลิกกลัวการสูญเสียเสียที ตะวัน นายพยายามรักษาทุกอย่างไว้ ทั้งภาพลักษณ์ ทั้งความทรงจำ จนมือของนายมันไม่มีที่ว่างพอจะคว้าสิ่งใหม่หรอก"
บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป แสงสีส้มยามเย็นเริ่มทอประกายกระทบผิวน้ำที่นิ่งสนิท ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนรอยต่อของความจริงและความฝัน เสียงนกน้ำร้องระงมมาจากพุ่มไม้ไกลๆ ราวกับจะเตือนว่าโลกภายนอกยังคงดำเนินไปแม้เราจะหยุดพัก
"นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกมาที่นี่?" ลูคัสทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง เขาส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเศร้าสร้อย "พ่อฉันเคยบอกว่า ถ้าอยากรู้อนาคต ให้ลองเดินย้อนกลับไปดูสิ่งที่ทิ้งไว้ข้างหลัง... แต่ฉันว่ามันผิด นายต้องลองลบสิ่งที่ตัวเองเคยยึดติดออกไปก่อนถึงจะเห็นทาง"
ผมพยักหน้าเข้าใจ แต่ในใจกลับว้าวุ่น ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมา มันเป็นสมุดที่ผมจดบันทึกทุกความรู้สึกตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทาง หน้ากระดาษเหลืองกรอบเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ แต่ในหน้าที่ 37 นี้ ผมกลับพบสิ่งที่แปลกไปจากเดิม
จู่ๆ เสียงของเรืออีกลำหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา มันเป็นเรือยนต์ขนาดเล็กที่แล่นสวนทางมาด้วยความเร็วผิดปกติจนน้ำในคลองกระเพื่อมแรง ผมรีบคว้าขอบเรือไว้แน่น ลูคัสขมวดคิ้วมองไปที่เรือลำนั้นที่กำลังพุ่งตรงมาทางเราโดยไม่มีทีท่าว่าจะเบาเครื่อง
"นั่นไม่ใช่เรือชาวบ้านแถวนี้" ลูคัสพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เขาคว้าไหล่ผมไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปยังบุคคลที่นั่งอยู่บนเรือลำนั้น
เรือลำดังกล่าวชะลอความเร็วลงจนหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเรา ห่างไปเพียงไม่กี่เมตร ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม—ภาพที่ดูขัดตาที่สุดในบรรยากาศชนบทแห่งนี้—ค่อยๆ ถอดแว่นตากันแดดออก ผมแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยซึ่งไม่ได้พบมานานหลายปี
"ตะวัน... กลับบ้านเถอะ" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ท่ามกลางเสียงน้ำกระทบแคมเรือที่ยังคงสั่นสะเทือน "พ่อมีเรื่องสำคัญต้องบอกแก เรื่องที่แม่แกปิดบังไว้ก่อนตาย"
ลมหายใจผมสะดุดไปชั่วขณะ มือที่ถือสมุดบันทึกสั่นเทาจนแทบทำหลุดมือ ความสงบที่ผมอุตส่าห์สะสมมาตลอด 37 วันพังทลายลงในพริบตาเดียว นี่มันเรื่องอะไรกัน... ทำไมพ่อถึงมาอยู่ที่นี่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปพร้อมกับผมในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 37
การล่องเรือในคลองแคบ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!