บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 31

ความขัดแย้งของสองความคิด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
“นายกำลังจะบอกว่า ที่ผ่านมาทั้งหมดคือเรื่องโกหกงั้นเหรอ ลูคัส?” ผมวางซองจดหมายฉบับนั้นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในเกสต์เฮาส์ริมทะเลสาบโคโม่ แรงกระแทกของมันเบาหวิว แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึกของผมมากกว่าเสียงระเบิดใดๆ ลูคัสที่เคยมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเสมอ บัดนี้กลับนั่งนิ่ง แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องให้เห็นรอยยับย่นบนหน้าผากของเขา เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหันมาสบตาผมด้วยแววตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน—แววตาที่เต็มไปด้วยภาระหนักอึ้ง “ตะวัน ฟังผมนะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความสั่นเครือ “ที่ผมทำไป ไม่ใช่การโกหก แต่เป็นการ ‘ปกป้อง’ เป้าหมายที่เราวางไว้ต่างหาก นายอาจจะคิดว่าการเดินทางครั้งนี้คือการค้นหาตัวเอง แต่นายรู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในซองนั้น มันคือเหตุผลเดียวที่ทำให้นายกล้าทิ้งงานที่กรุงเทพฯ มาที่นี่” ผมแค่นหัวเราะในลำคอ พลางลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ครูดไปกับพื้นเสียงดังสนั่น “ปกป้อง? นายเอาแผนที่ของฉันไปแก้ ขีดฆ่าเส้นทางที่ฉันวางแผนไว้แรมปี แล้วแทนที่มันด้วยพิกัดที่แม้แต่กูเกิลแมปยังไม่รู้จัก นายเรียกสิ่งนี้ว่าการปกป้องงั้นหรือ? นายกำลังใช้ชีวิตของฉันเป็นเครื่องมือทดลองปรัชญาการปล่อยวางของนายอยู่หรือเปล่า!” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักขนาดเล็ก กลิ่นอายความชื้นจากทะเลสาบข้างนอกเล็ดลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างเข้ามา ลูคัสไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่มองไปที่กองหนังสือและสมุดบันทึกที่เขากระจัดกระจายอยู่บนเตียง เขากำลังพยายามรวบรวมเหตุผลมาอธิบาย แต่สำหรับผมในตอนนั้น... ความเชื่อใจที่สะสมมาตลอด 30 วันเริ่มพังทลายลงเหมือนปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด “นายก็แค่คนเห็นแก่ตัว ลูคัส” ผมพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ “นายหลอกให้ฉันเชื่อว่าการเดินทางคืออิสระ แต่ที่จริงนายก็แค่ล่ามโซ่ฉันไว้กับแผนการที่นายไม่กล้าทำด้วยตัวเองเพียงลำพัง” ลูคัสลุกขึ้นยืนบ้าง ร่างกายที่กำยำของเขาสูงใหญ่จนบดบังแสงไฟในห้อง “ใช่ ตะวัน ผมมันเห็นแก่ตัว! แต่ถ้าผมไม่ลากนายมาที่นี่ นายก็คงยังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เดิมๆ จมปลักอยู่กับความผิดพลาดในอดีตที่นายไม่กล้าเผชิญหน้า! นายอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องให้เราไปที่นั่น?” เขาเดินตรงมาที่โต๊ะ หยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาแล้วโยนมันกลับมาหาผม เนื้อกระดาษข้างในร่วงหล่นลงมาเป็นรูปถ่ายใบหนึ่ง... เป็นรูปที่ถ่ายไว้เมื่อห้าปีก่อน ในสถานที่ที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีก หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพในมือสั่นไหวจนแทบมองไม่ชัด มันคือภาพถ่ายของบุคคลคนหนึ่งที่ผมพยายามลบออกจากความทรงจำมาโดยตลอด—คนที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับที่ทำลายชีวิตการทำงานของผมที่กรุงเทพฯ “คนในรูปนี้ไม่ได้ตายไปตอนนั้น” ลูคัสกระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงของเพื่อนร่วมทางที่แสนดีอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของคนที่กุมชะตาชีวิตของผมไว้ “และเขากำลังรออยู่ที่จุดหมายปลายทางที่เรากำลังจะไปถึงในอีกสามวันข้างหน้า... คำถามคือตะวัน นายกล้าพอที่จะก้าวไปเจอเขา หรือจะหันหลังกลับไปใช้ชีวิตในกรงขังที่นายจากมา?” ผมก้มมองรูปถ่ายใบนั้น มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำมันร่วง ลมหายใจขาดห้วงไปครู่ใหญ่ สิ่งที่ลูคัสเพิ่งพูดออกมามันขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ผมรับรู้มาตลอดห้าปีอย่างรุนแรง หากคนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ นั่นหมายความว่าทุกอย่างที่ผมสูญเสียไป... ทั้งตำแหน่งงาน ทั้งเกียรติยศ และความเชื่อมั่นในตัวเอง... มันคือเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมาทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? “นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก?” ผมเค้นเสียงถามแทบไม่เป็นคำ ลูคัสไม่ตอบ เขาเพียงแค่คว้าเป้ใบใหญ่ขึ้นสะพายหลัง แล้วเดินไปเปิดประตูห้องที่เผยให้เห็นท้องฟ้าสีหมึกหลังเที่ยงคืน “ถ้านายพร้อมจะรู้ความจริงทั้งหมด ก็จงหยิบเป้นายขึ้นมาซะ แต่ถ้าไม่... ก็วางรูปนั้นทิ้งไว้ที่นี่ แล้วพรุ่งนี้เช้า นายจะเป็นแค่ไอ้หนุ่มออฟฟิศที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านไปเป็นคนเดิม” เขาก้าวออกไปทิ้งให้ผมยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องพัก เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นไม้ทางเดินค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงคำถามที่สั่นคลอนหัวใจและรูปถ่ายในมือที่กลายเป็นตั๋วเดินทางใบสุดท้ายที่ผมไม่เคยต้องการจะรับ ผมคว้าเป้ขึ้นมา มือสั่นเทาหยิบชุดเสื้อผ้าโยนใส่กระเป๋าโดยไม่สนว่ามันจะยับยู่ยี่เพียงใด เสียงไซเรนจากเรือข้ามฟากริมทะเลสาบดังขึ้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงเตือนภัย ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าตามเขาออกไป ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ผมคุ้นเคยที่สุด... คนที่ผมคิดว่าเลิกติดต่อกันไปตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาที่นี่ “อย่าไปกับเขา ตะวัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหวาดกลัว “เพราะสิ่งที่ลูคัสไม่ได้บอกนาย... คือคนที่ยืนรออยู่ข้างหน้า ไม่ใช่คนที่นายคิดว่าเขาเป็นหรอก” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและทำความเข้าใจความสับสนในใจของผมไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%